ส่องสไตล์การแต่งหน้า นางแบบคิ้วเป๊ะ Kendall Jenner สุดแซ่บ

ส่องสไตล์การแต่งหน้า นางแบบคิ้วเป๊ะ Kendall Jenner สุดแซ่บ

ส่องสไตล์การแต่งหน้า ถ้าพูดถึงนางแบบระดับโลกอย่าง Kendall Jenner แน่นอนสิ่งแรกที่ต้องนึกถึงคือคิ้วของเธอ เพราะคิ้วของเธอหนา ดำ เรียงตัวสวยเข้ากับรูปหน้าแม้ไม่ได้แต่งเติมอะไร

ส่องสไตล์การแต่งหน้า ซึ่งนี่คงเป็นจุดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของเธอไปแล้วตอนนี้ เพราะไม่ว่าเธอจะแต่งหน้าลุคไหน สิ่งที่โดดเด่น ทำเอาคนมองไปตามๆ กันก็คือคิ้วของเธอนั่นแหละ

ส่องสไตล์การแต่งหน้า

เมคอัพของเธอก็เช่นกัน ไม่ว่าจะอยู่บนรันเวย์หรือใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งที่เธอมักจะทำให้เราเห็นอยู่บ่อยๆ คือโชว์คิ้วแสนสวยของเธอผ่านภาพเซลฟี่หรือภาพถ่ายต่างๆ ซึ่งการแต่งหน้าก็จะเน้นไปที่คิ้วและขนตาที่งอนหนา ทำให้สาวๆ ต่างพาอิจฉาตาร้อน อยากจะมีคิ้วปังๆ แบบเธอบ้าง

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

หน้าเรียวไม่ง้อศัลยกรรม 8 เทคนิคแต่งหน้าให้ดูเรียว ที่สาวๆ คนไหนก็ทำตามได้

หน้าเรียวไม่ง้อศัลยกรรม 8 เทคนิคแต่งหน้าให้ดูเรียว ที่สาวๆ คนไหนก็ทำตามได้

หน้าเรียวไม่ง้อศัลยกรรม ฮัลโล… สาวๆ spice ทุกคน กลับมาเจอกันอีกแล้ว สมัยนี้ใครอยากหน้าเรียล ก็ไปซะ ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก สวยได้ทันที แต่!!! มันเจ็บอยู่นะ

หน้าเรียวไม่ง้อศัลยกรรม แล้วถ้าอยากจะหน้าเรียวสวยๆ แบบไม่เจ็บละ….ก็ทำได้อีกแหละ ถ้าอยากจะหน้าเรียวแบบไม่ต้องศัลละก็ สาวๆ ก็แค่หันหน้าเข้าหาเมคอัพเลยจ้า สมัยนี้ เครื่องสำอางเยอะแยะ มีคุณสมบัติมากมายหลากหลาย เพียงแค่รู้วิธี ใช้ให้เป็น หน้าเรียวอยู่ใกล้แค่เอื้อม มาดู 8 ทริคสร้างหน้าเรียวด้วยการแต่งหน้ากันเถอะ ไม่ยากเลย จริงๆ

หน้าเรียวไม่ง้อศัลยกรรม

#1 เขียนคิ้วให้เข้ากับรูปหน้า

การเขียนคิ้วช่วยได้ ดังนั้นเราจึงต้องใส่ใจการแต่งคิ้ว เพราะคิ้วคือมงกุฎของหน้า นอกจากจะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูสวยแล้ว ถ้าเลือกรูปทรงคิ้วดีๆ ก็ยังทำให้หน้าดูเรียวเล็กลงได้อีก โดยรูปคิ้วที่จะทำให้ใบหน้าของคุณเรียวเล็กลงได้นั้นต้องเป็นคิ้วที่ไม่บางเกินไป เป็นคิ้วที่ดูชัดเจน โดยสาวๆ ต้องวาดคิ้วให้ยกขึ้นสูงกว่าปกติ และไม่วาดหางคิ้วตกจนเกินไป มันจะช่วยทำให้โครงหน้าเรียวยาวมากขึ้น

#2 หลีกเลี่ยงการทาลิปสติกสีเข็มๆ

หลายคนอาจจะงงว่าทำไมละ การเลือกลิปสติกสีเข้ม รวมถึงทาแน่นๆ เยอะๆ จนริมฝีปากดูอวบอิ่ม จะยิ่งทำให้ใบหน้าของสาวๆ ดูกลมขึ้นไงค่ะ ฉะนั้น ต้องเปลี่ยนมาเลือกลิปสติกสีธรรมชาติ หรือเนื้อบาง เกลี่ยง่ายๆ แทน เพื่อลดความหนาของปากนะจ๊ะ

#3 ลงบรอนเซอร์สิจ๊ะ

บรอนเซอร์ คือ เครื่องสำอางชนิดหนึ่งที่ทำให้ผิวของเราดูมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น นอกจากจะช่วยในเรื่องของการเบรคความขาวของแป้ง เพื่อให้ดูมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น บรอนเซอร์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยสาวๆ ในเรื่องของการทำวีเซฟบนใบหน้า โดยเริ่มจากการเลือกเฉดสีของบรอนเซอร์ให้เหมาะกับโทนสีผิวของตัวเราเอง ตำแหน่งส่วนใหญ่ที่มักจะลงบรอนเซอร์กัน ก็จะมี บริเวณข้างแก้ม หน้าผาก และใต้คาง สันจมูกเป็นต้น

#4 อย่าลืมไฮไลท์หรือเฉดดิ้งด้วยนะ

อีกหนึ่งเทคนิด คือการไฮไลท์ เฉดดิ้ง หรือการสร้างภาพลวงตาให้โหนกแก้ม โดยจะเน้นปัดเป็นแนวทแยงมุม โดยเริ่มต้นที่บริเวณกึ่งกลางแก้ม แล้วไฮไลท์ขึ้นให้สูงไปที่ปลายหูด้านบน แต่ถ้าไม่มั่นใจว่า กึ่งกลางมันอยู่ตรงไหน ให้ทำท่าดูดแก้มทำปากจู๋ แล้วปัดเหนือขึ้นไป ระหว่างใต้ตาและร่องแก้มที่เราทำปากจู๋ไว้ และการไฮไลท์ลงบริเวณเหนือโหนกแก้ม ยั้ยก็เพื่อให้โครงหน้าชัดขึ้น

#5 เมคอัพในโทน Dark Shade

เมคอัพในโทน Dark Shade คือ เมคอัพในโทนสีเข้มจะช่วยเน้นกรอบหน้าของสาวๆ ให้เด่นขึ้น ซึ่งถ้าเป็นสาวสายฝอ อยู่แล้วก็จะถูกใจ กับโทนนี้ โดยแนะนำให้เลือกใช้ บรอนเซอร์ หรือรองพื้น Dark Shade ซึ่งแสงสีของความเข้มนั้นจะช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติขึ้น แต่สาวๆ ต้องระวังในการใช้บรอนเซอร์ หรือรองพื้นสีเข้มๆ นั้น เพราะถ้าลงหนักไปก็จะดำเป็นปื้น ค่อยๆ ลงที่ละน้อยแล้วใช้แปรงหรือพัฟ เบลนด์ไปเรื่อยๆ นะคะ

#6 ปัดแก้มไปตามสันกราม

โดยปกติแล้ว เวลาที่เรายิ้มแล้วแก้มจะออกใช้มั้ยล่ะ ก็ให้ใช้บลัชออนปัดไปตามสันแก้ม เฉียงขึ้นไปทางใบหูได้เลยน้า วิธีนี้จะทำให้ใบหน้าของเราดูมีมิติ และพรางตาให้แก้มของเราดูเรียวขึ้น และอีกเทคนิคหนึ่งนะคะ ก็คือการใช้บลัชออน 2 สี โดยให้เลือกสีบลัชออนมาแบบเข้มกับอ่อน แล้วปัดสีเข้มลงบนโหนกแก้ม จากนั้นปัดสีอ่อนต่อโดยปัดให้อยู่ใต้สีเข้ม ไม่ได้โมเมนะ วิธีนี้ได้ผมจริงหน้าเรียวพรางแก้วได้นะจ๊ะ

#7 แต่งตาให้ดูโตขึ้น เพื่อให้ดึงดูดสายตา

การแต่งตาก็สำคัญไม่แพ้ ทริคอื่นๆ ยิ่งเราแต่งตาให้ดูกลมโตมากเท่าไร ก็ยิ่งช่วยดึงดูดสายตาจากใบหน้าให้มองที่ดวงตามากขึ้นเท่านั้น เคยได้ยินไหมว่า ดวงตาเป็นน่าต่างของหัวใจ ถ้าตาน่ามอง ก็คงจะมองแต่ตา เพื่อลดการโฟกัสที่กราม ที่แก้มไงจ้า และสาวๆ ควรจะเลือกสีอายแชโดว์โทนสีสว่างแบบมีชิมเมอร์มาใช้ลงสีตา และเน้นเป็นอายแชโโว์สีเข้มบริเวณหางตา จากนั้นก็กรีดด้วยอายไลเนอร์ เป็นอันจบแล้วจ้า

#8 คอนทัวร์สร้างกรอบหน้า

คอนทัวร์คือ เทคนิคการสร้างมิติบนใบหน้าโดยการเพิ่มเงา หรือแก้ไขรูปหน้าโดยการใช้เครื่องสำอางที่สีเข้มกว่าผิว 1-2 เฉด ส่วนใหญ่จะใช้สร้างกรอบหน้า เพื่อให้มีมิติที่ชัดเจน ดังนั้น คอนทัวร์หน้าเรียว คือทริคสำคัญที่ช่วยได้เยอะมากจริงๆ จุดที่นิยมคอนทัวร์ ได้แก่ กรอบหน้า, แนวกราม, ใต้โหนกแก้ม, ข้างจมูก, เหนียง ข้อควรระวังก็เหมืแนการใช้บรอนเซอร์ คือ ระวังอย่าหนักมือไปเดี๋ยวจะดำเปรอะเปื้อนนะจ๊ะ ค่อยๆ ลงที่ละน้อยๆ และเบลนด์ไปเรื่อยๆ นะ รับรองเริ่ด

เห็นมั้ยว่า หน้าสวยเรียวได้ โดยไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องศัลยกรรมเลย เพียงแต่งหน้าเป็น รู้เรื่องเครื่องสำอาง แค่นี้ก็ปั๊วะปังแล้ว ขอให้สนุกกับการแต่งหน้ากันนะจ๊ะ บ๊ายบาย

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

7 เคล็ดลับการลดน้ำหนัก อย่างง่ายๆ ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน

7 เคล็ดลับการลดน้ำหนัก อย่างง่ายๆ ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน

7 เคล็ดลับการลดน้ำหนัก เราได้ยิน เคล็ดลับการลดน้ำหนัก กันมาแล้วมากมาย แต่หลายวิธีการก็อาจไม่ได้ผล รวมถึงอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพก็ได้ เราจึงได้ไปหาเคล็ดลับการลดน้ำหนักที่ทำได้ไม่ยาก

7 เคล็ดลับการลดน้ำหนักเราได้ยิน เคล็ดลับการลดน้ำหนัก กันมาแล้วมากมาย แต่หลายวิธีการก็อาจไม่ได้ผล รวมถึงอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพก็ได้ เราจึงได้ไปหาเคล็ดลับการลดน้ำหนักที่ทำได้ไม่ยาก แถมยังได้รับการรับรองจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า สามารถช่วยให้คุณผอมเพรียวได้ดังใจ โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกต่างหาก มาอ่านรายละเอียดกันได้เลย

7 เคล็ดลับการลดน้ำหนัก

1. ลดแป้งและน้ำตาล
งานวิจัยชี้ว่า การลดปริมาณแป้งและน้ำตาลในมื้ออาหาร จะทำให้ไม่หิวบ่อย และกินได้น้อยลง นอกจากนี้การลดแป้งและน้ำตาลจะช่วยลดระดับอินซูลินในร่างกายด้วย ซึ่งการที่ร่างกายมีอินซูลินต่ำ จะทำให้เผาผลาญไขมันได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่เปรียบเทียบการควบคุมน้ำหนักด้วยกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ กับการกินอาหารไขมันต่ำ พบว่ากลุ่มที่กินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก คือกินอาหารที่แทบจะไม่มีส่วนประกอบของแป้งและน้ำตาลเลย สามารถลดน้ำหนักได้มากกว่ากลุ่มที่กินอาหารไขมันต่ำ

2. กินโปรตีน
งานวิจัยพบว่า การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง สามารถเพิ่มการเผาผลาญได้ 80-100 กิโลแคลอรี่ต่อวัน อาหารที่มีโปรตีนสูงยังช่วยลดความอยากอาหารลงได้ 60% และลดความอยากกินของหวานตอนกลางคืนได้ 50% โปรตีนจะควบคุมการทำงานของฮอร์โมนความหิว หรือฮอร์โมนเกรลิน ทำให้เราอิ่มไว ไม่หิวบ่อย และยังมีงานวิจัยเพิ่มเติมที่ให้ข้อมูลว่า ในวัยผู้ใหญ่ วัยทำงาน การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงในตอนเช้า จะทำให้อิ่มนานหลายชั่วโมง และไม่กินจุบจิบในระหว่างวัน ทำให้ได้รับแคลอรี่น้อยลง ซึ่งส่งผลต่อการลดน้ำหนักของเราด้วย

3. กินผักที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ
ผักที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ อย่างเช่น บล็อกโคลี่ ดอกกะหล่ำ ผักโขม มะเขือเทศ ผักคะน้า กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ฯลฯ เป็นทั้งอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ให้วิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยที่มีส่วนช่วยในการขับถ่าย และดีต่อระบบย่อยอาหาร ถ้าการขับถ่ายดีจะส่งผลดีต่อสุขภาพ ทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น

4. กินไขมันดี
การกินไขมัน ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากอยากลดความอ้วนได้เร็ว สามารถกินไขมันได้ โดยเลือกกินไขมันดี อย่างเช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันอะโวคาโด นอกจากนี้ การกินอาหารที่มีไขมันต่ำ ควบคู่กับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำเป็น วิธีลดน้ำหนัก อย่างรวดเร็ว

5. ยกน้ำหนัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ
ถ้าอยากลดน้ำหนักไว ให้ยกน้ำหนัก เพราะเวลาที่คุณกำลังลดความอ้วน การควบคุมอาหารอาจทำให้การเผาผลาญลดลง เนื่องจากคุณกินอาหารน้อยลง แต่การออกกำลังกายแบบ ยกน้ำหนัก จะช่วยรักษาระดับการเผาผลาญของร่างกายไม่ให้ลดลง แม้ว่าคุณจะควบคุมอาหารอยู่ แต่ถ้ากรณีที่ไม่สามารถยกน้ำหนักได้ ลองออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ อย่างการเดิน การวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำแทน มากไปกว่านั้นงานวิจัยยังกล่าวว่า การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ และช่วยลดน้ำหนัก และมีงานวิจัยที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ช่วยลดไขมันช่องท้องอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าไม่สะดวกที่จะออกกำลังกายแบบยกน้ำหนัก ก็ให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะทำให้ลดน้ำหนักได้เร็ว

6. กินอย่างมีสติ
กินอย่างมีสติ หมายถึงการใส่ใจเวลากินอาหาร การมีสติ รู้ตัวว่าเรากำลังกินอะไร กินที่ไหน จะช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้เร็ว เนื่องจากปัจจุบัน เรามักจะทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เช่น กินข้าวไวๆ ในรถ หรือทำงานไปกินไป ไม่ก็กินข้าวหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ ทำให้ไม่รู้ตัวว่ากินอะไรลงไป จนกินมากเกินไปและอ้วนในที่สุด เทคนิคการกินอย่างมีสติที่แนะนำคือ

หาที่นั่งกินให้เรียบร้อย และกินอาหาร
ไม่ทำอย่างอื่นขณะกิน เช่น ดูทีวี หรือเล่นโทรศัพท์
กินช้าๆ เคี้ยวจนอาหารกลายเป็นเนื้อร่วน เหลว จะช่วยให้ลดน้ำหนักไวขึ้น เพราะกว่าร่างกายจะส่งสัญญาณไปที่สมองว่าอิ่มแล้ว ต้องใช้เวลา การกินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด จะทำให้อิ่ม แถมยังดีต่อระบบย่อยอาหารด้วย

7. นอนหลับ อย่างมีคุณภาพ

มีงานวิจัยหลายงานวิจัยที่บอกว่าการนอนน้อยกว่า 5-6 ชั่วโมง ทำให้น้ำหนักขึ้น งานวิจัยแนะนำว่า การนอนดึก นอนไม่พอ จะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดี แถมการนอนหลับไม่เพียงพอ ยังทำให้ร่างกายมีฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนเครียด และฮอร์โมนอินซูลิน มากอีกด้วย ซึ่งฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดจะทำให้ร่างกายรักษาไขมันไว้ ส่งผลให้เผาผลาญไขมันน้อย ดังนั้น จึงควรเข้านอนก่อน 5 ทุ่ม นอนให้ครบ 7 ชั่วโมง และนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ก็จะช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้เร็ว Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

 …

ฟักทองลดน้ำหนัก ทางเลือกเพื่อการควบคุมอาหารให้ได้ผลดั่งใจ

ฟักทองลดน้ำหนัก ทางเลือกเพื่อการควบคุมอาหารให้ได้ผลดั่งใจ

ฟักทองลดน้ำหนัก ฟักทองเป็นพืชที่อยู่คู่ครัวไทยมายาวนานหลายร้อยปี ถูกนำมาคิดค้นเป็นสูตรอาหารทั้งคาวหวานหลากหลายเมนูที่ชวนลิ้มลอง

ฟักทองลดน้ำหนัก ยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารอย่างเบต้าแคโรทีนที่อัดแน่นอยู่ภายใน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกำจัดสารพิษในร่างกาย อีกทั้งเส้นใยอาหารจำนวนมาก มีแคลอรี่ต่ำ จึงกลายเป็นเมนูลดน้ำหนักสำหรับสาวๆ ที่กลัวอ้วนได้เป็นอย่างดี ใครที่อยากรู้ว่าเมนูฟักทองลดน้ำหนักสามารถนำไปสร้างสรรค์เป็นอะไรได้บ้าง ลองมาดูไอเดียต่อไปนี้ที่จะช่วยให้สาวๆ เปลี่ยนมื้ออาหารให้อร่อย แถมไม่อ้วนได้อีกด้วยค่ะ

ฟักทองลดน้ำหนัก

เมนูซุปฟักทองสูตรคลีนเว่อร์!

เนื้อฟักทองนั้นมีวิตามินเอสูง ฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี แป้งและเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งหากสาวๆ ได้รับประทานฟักทองเป็นประจำ ก็จะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ โดยอาจจะนำฟักทองมาทำเป็นเมนูง่ายๆ เพียงแค่นำเนื้อฟักทองมาปอกเปลือก แล้วหั่นให้เป็นชิ้นบางๆ จากนั้นนำไปต้ม เมื่อสุกได้ที่แล้วก็นำมาปั่นกับน้ำเปล่าให้ละเอียด จากนั้นนำไปเคี่ยวอีกครั้ง เติมเกลือและน้ำผึ้งเล็กน้อย ก็จะได้เป็นเมนูซุปฟักทองแคลอรี่ต่ำ รสอร่อย และยังทำไม่ยุ่งยาก โดยรสชาติของเมนูนี้จะคล้ายๆ กันการกินฟักทองที่นำไปนึ่ง แต่วิธีนี้จะกินง่ายกว่าและรู้สึกอิ่มท้อง เหมาะสำหรับรับประทานเป็นมื้อเช้า รับรองว่าช่วยให้สาวๆ ควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดีทีเดียว

แกงเลียงฟักทอง เมนูคู่ครัวไทย

เมนูแสนอร่อยเรียบง่าย และได้รสชาติความแซ่บแบบไทยๆ กับเมนูแกงเลียงฟักทอง ที่ยังมีส่วนผสมของผักอื่นๆ อีกหลายอย่าง หากต้องการเพิ่มความอิ่มมากขึ้น เน้นเติมเนื้อฟักทองหั่นเข้าไป จะได้รสชาติความหวานนัวกลมกล่อมของรสผัก กินยังไงก็ไม่อ้วน แถมอิ่มท้องอีกด้วย

เมนูฟักทอง ที่ไม่ควรลอง

ฟักทองที่นำไปทอดให้กรอบและมีรสชาติที่แสนอร่อยนั้น เป็นตัวการที่ทำให้น้ำหนักของสาวๆ เพิ่มมาก หากต้องการจะลดน้ำหนักแล้วล่ะก็ ควรงดเมนูนี้ไปได้เลย เนื่องจากฟักทองที่เป็นแบบทอดนั้น จะมีส่วนผสมของน้ำมันอยู่เป็นจำนวนมาก และแน่นอนว่าเมนูนี้จะต้องมีปริมาณแคลอรี่ที่สูงมากอีกเช่นกัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักของสาวๆ เพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าฟักทองจะมีประโยชน์ที่ช่วยในการลดน้ำหนัก แต่หากรับประทานไม่ถูกวิธีก็สามารถทำให้สาวๆ อ้วนได้เช่นกัน รวมถึงพวกฟักทองแกงบวช หรือฟักทองเชื่อมที่เป็นขนมหวาน แม้จะมีวัตถุดิบหลักเป็นเนื้อฟักทอง แต่ก็อุดมไปด้วยปริมาณไขมันและน้ำตาลสูงมากๆ ดังนั้นทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุดจะดีกว่า

ด้วยเมนูฟักทองช่วยลดน้ำหนัก กับสูตรการดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ ราคาประหยัด หากมีวินัยในการกินที่ดีควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้วล่ะก็ รับรองเลยว่าหุ่นของสาวๆ จะสวยได้อย่างที่ต้องการแน่นอนค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

ป่วยเป็น “พาร์กินสัน” ออกกำลังกายยังไงให้เหมาะสมสามารถทำได้จริงหรือ

ป่วยเป็น “พาร์กินสัน” ออกกำลังกายยังไงให้เหมาะสมสามารถทำได้จริงหรือ

ป่วยเป็น “พาร์กินสัน” ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันหลายคน คงกังวลกับการออกกำลังกายว่า สามารถทำได้จริงหรือ จะทำให้อาการเลวร้ายลงไปได้หรือเปล่า ผู้ป่วย พาร์กินสัน ออกกำลังกาย ยังไงจึงจะเหมาะสม

ป่วยเป็น “พาร์กินสัน” ความจริงแล้ว การออกกำลังกายมีความสำคัญต่อผู้ป่วยโรคนี้อย่างมาก ดังนั้น มาศึกษาวิธีการและข้อควรระวังต่อไปนี้ เพื่อการออกกำลังกายที่เหมาะสม

การออกกำลังกายสำคัญกับโรคพาร์กินสันอย่างไร
ข้อมูลทางการแพทย์พบว่า การที่ผู้ป่วยพาร์กินสันออกกำลังกายอย่างเป็นประจำมีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะสามารถช่วยลดอาการแข็งเกร็ง และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย อีกทั้งยังช่วยในการช่วยการเคลื่อนไหว ท่าทาง การทรงตัว และการเดิน นอกจากนี้การออกกำลังกาย ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบหัวใจ ระบบหลอดเลือด ระบบการหายใจ และระบบสมอง ทั้งนี้ การออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายทั่วไป หรือการออกกำลังกายที่เน้นการเพิ่มทักษะการเรียนรู้และความจำ ล้วนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยพาร์กินสัน

ป่วยเป็น

การตอบสนองต่อการออกกำลังกายของผู้ป่วย
ถึงการออกกำลังกายส่งผลต่อดีต่อผู้ป่วยพาร์กินสันเป็นอย่างมาก แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง การตอบสนองต่อการออกกำลังกาย เป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่ง ที่อาจทำให้คนป่วยถอดใจไปเสียก่อน เนื่องจากผู้ป่วยพาร์กินสัน มักจะมีการตอบสนองต่อการออกกำลังกายที่ไม่มีรูปแบบชัดเจน ด้วยอาการของโรค ซึ่งเป็นความผิดปกติของการทำงานระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้ผู้ป่วยพาร์กินสันมีปัญหาในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ในขณะออกกำลังกายจึงมีปัญหาในการระบายความร้อน ไม่มีเหงื่อ นอกจากนี้อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ อาจทำให้ผู้ป่วยพาร์กินสันมีความยากลำบากในการเคลื่อนไหว และใช้พลังงานในการเคลื่อนไหวมาก จึงเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และการใช้ออกซิเจนเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพในการออกกำลังกายของผู้ป่วยพาร์กินสันลดลง

ปัจจัยที่ส่งผลในการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายในผู้ป่วยพาร์กินสัน มีปัจจัยต่างๆ มากมาย ซึ่งโดยทั่วสามารถแบ่งออกได้ 2 ลักษณะ คือ ปัจจัยโดยตรง อย่างอาการแสดงของโรค เช่น อาการสั่นกระตุก และอาการเกร็งแข็ง และปัจจัยที่เกิดขึ้นจากความอ่อนล้า ความอดทนของสภาพร่างกายจากการออกกำลังกาย หรืออาการข้อติดที่เกิดจากการทำกิจกรรมน้อย

การออกกำลังกายที่เหมาะสม
ควรให้มีตารางการฝึกที่ต่อเนื่องเป็นประจำ ซึ่งความถี่ในการฝึกต้องขึ้นอยู่กับตัวของผู้ป่วยเองด้วย โดยแนะนำให้จัดกิจกรรมออกกำลังกายแบบเป็นกลุ่ม เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มักแยกตัวเองออกจากสังคม รูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยพาร์กินสัน ได้แก่

การออกกำลังกายแบบแอโรบิก

การออกกำกายอย่างช้าๆ เช่น ไทชิ หรือ โยคะ

การออกกำลังกายเพื่อฝึกท่าต่างๆ ในการทำงาน

การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง

การฝึกเพื่อควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ

พยายามอย่าเคลื่อนตัวเร็ว

ยาอาจมีผลต่อโรคพาร์กินสัน
การรับประทานยาเพื่อรักษาอาการในผู้ป่วยพาร์กินสัน ร่วมกันการออกกำลังกาย อาจส่งผลให้อาการของโรคแย่ลง ดังนั้น ผู้ป่วยต้องหมั่นสังเกตอาการและปรึกษาคุณหมอที่รักษาเป็นประจำ

ยาที่เพิ่มพลาสม่าเลเวล จะส่งผลทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเต้นหัวใจ หรือทำให้อัตราการเต้นของหัวใจ

กรณีการได้รับการเปลี่ยนยา ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย เนื่องจากยังไม่ทราบผลกระทบของยาที่แน่ชัดเมื่อออกกำลังกาย

ข้อควรระวังสำหรับ ผู้ป่วยพาร์กินสัน
ผู้ป่าวยบางรายอาจมีหัวใจเต้นช้าลงทำให้ออกกำลังกายได้ไม่ถึงอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมาย

ผู้ป่วยบางรายอาจมีภาวะหัวใจเต้นเร็วอย่างมากขณะออกกำลังกายในช่วงที่ยามีประสิทธิภาพสูงสุด

ในการออกกำลังกายรูปแบบเดิมแต่มีการรับประทานยาที่มีผลต่อระดับพลาสม่าจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเต้นของหัวใจได้ทุกวัน

รายที่มีการเปลี่ยนแปลงของอาการบ่อยๆ ให้มีการบันทึกค่าอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และการให้ออกซิเจน ทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกาย เพื่อประมาณช่วงของการเปลี่ยนแปลงได้

กระจายน้ำหนักให้ลงเท้าทั้งสองข้างอย่างสมดุลกัน

หลีกเลี่ยงท่าที่ต้องมีการถอยหลัง

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ปัญหาฟันเหลือง จนหมดสวย แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรม

ปัญหาฟันเหลือง จนหมดสวย แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรม

ปัญหาฟันเหลือง จนหมดสวย หากพูดถึงการยิ้มสาวๆ ส่วนใหญ่ก็คงอยากจะมีรอยยิ้มที่สดใสและดูมีเสน่ห์กันใช่ไหมละคะ แต่ถ้าหากเรายิ้มแล้วกลับพบว่าฟันของเรานั้นมีคราบสีเหลืองติดอยู่

ปัญหาฟันเหลือง จนหมดสวย ก็อาจจะส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันและอาจจะทำให้คุณผู้หญิงไม่กล้าที่จะเผยรอยยิ้มให้กับใครอีกเลย หากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจสร้างความไม่มั่นใจ ทำให้หมดเสน่ห์ความสวย กลายเป็นปัญหาคุณภาพชีวิตตามมา ดังนั้นไม่ควรปล่อยให้สิ่งนี้เป็นตัวการทำลายโอกาสของสาวๆ ลองมาดูสาเหตุที่ทำให้ฟันขาวกลายเป็นฟันเหลือง จะได้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ฟันเปลี่ยนสีกันได้อย่างตรงจุดค่ะ

ปัญหาฟันเหลือง

อาหารและเครื่องดื่มบางชนิดทำให้เกิดคราบเหลืองที่ฟันได้

รู้หรือไม่ว่าเครื่องดื่มหรืออาหารบางชนิดนั้นส่งผลต่อฟันของเรามากเลยทีเดียว ถ้าหากสาวๆ ไม่อยากฟันเหลืองแล้วล่ะก็ควรหลี่กเลี่ยงเครื่องดื่มจำพวก กาแฟ ชา และน้ำอัดลม นอกจากนี้ก็ยังอาหารที่เป็นสาเหตุให้ฟันเหลืองด้วย เช่น เครื่องแกง ขมิ้น ซอสดำ และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ถ้าเลือกที่จะกินจริงๆ ก็ควรกลั้วปากให้สะอาดภายหลังจากนั้นไม่เกิน 1 ชั่วโมง จะได้ป้องกันไม่ให้คราบเหลืองไปเกาะติดที่ผิวฟัน

ตัวการจากยาและโรคภัยต่างๆ

สาวๆ บางคนอาจจะมีระดับฟลูออไรด์สูงตั้งแต่ยังเด็กซึ่งก็อาจจะส่งผลทำให้ฟันเปลี่ยนสีได้ อีกทั้งยังพบว่า ยาปฏิชีวนะจำพวกเตตราไซคลีนและอะม็อกซิลินก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เหลือง รวมถึงโรคบางชนิดที่มีอาการอาเจียนมากเกินไป หรือโรคที่มีปัญหาทางตับก็เป็นตัวการที่ทำให้ฟันเหลืองได้หากเกิดขึ้นแบบเรื้อรังโดยไม่ได้ทำการรักษา

สารเคลือบฟันที่หายไป

ความจริงแล้วสารเคลือบฟันไม่ได้ช่วยทำให้ฟันขาวอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ เพราะโดยธรรมชาติแล้วฟันของเรานั้นจะมีสีเหลืองอ่อน แต่ถ้าหากฟันได้รับสารเคลือบฟันที่มากจนเกินไปก็จะส่งผลทำให้ฟันดูเหลืองเพิ่มได้แบบที่สาวๆ หลายคนคงไม่รู้มาก่อน นอกจากนี้อาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น น้ำอัดลม น้ำส้ม น้ำมะนาว และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก็มีผลต่อสารเคลือบฟันของเราเช่นกัน

พฤติกรรมเหล่านี้ คือสาเหตุที่ทำให้ฟันของสาวๆ เสื่อมสภาพและเปลี่ยนสีได้ หากไม่อยากฟันเหลืองจนสูญเสียความมั่นใจแล้วล่ะก็ ควรหลี่กเลี่ยงให้มากที่สุดกับสิ่งที่กล่าวไปข้างต้น พร้อมการพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สาวๆ ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพฟันว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยังมีประสิทธิภาพในการใช้งานดีหรือไม่ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเติมรอยยิ้มที่สดใสและดูมั่นใจมากยิ่งขึ้นได้ไม่ยากอย่างแน่นอนค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

เคล็ดลับง่ายๆ กินอย่างไร ช่วย “ลดพุง”สิ่งสำคัญสำหรับคนที่อยากจะลดน้ำหนัก

เคล็ดลับง่ายๆ กินอย่างไร ช่วย “ลดพุง”สิ่งสำคัญสำหรับคนที่อยากจะลดน้ำหนัก

เคล็ดลับง่ายๆ นอกจากการออกกำลังกายแล้ว สิ่งสำคัญสำหรับคนที่อยากจะลดน้ำหนัก ก็คือการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด ลดการทานแป้ง น้ำตาล และไขมันจากสัตว์ และเพิ่มผักผลไม้ให้มากขึ้น แต่บางครั้งแค่ความรู้ลอยๆ แบบนี้อาจจะหยิบจับมาทานตามให้เป็นรูปธรรมอาจจะยากหน่อย

เคล็ดลับง่ายๆ เคร่งครัด ลดการทานแป้ง น้ำตาล และไขมันจากสัตว์ และเพิ่มผักผลไม้ให้มากขึ้น แต่บางครั้งแค่ความรู้ลอยๆ แบบนี้อาจจะหยิบจับมาทานตามให้เป็นรูปธรรมอาจจะยากหน่อย อาจจะกะปริมาณไม่ถูกว่าน้อยคือเท่าไร

เคล็ดลับง่ายๆ

สุขภาพดี เริ่มที่โภชนาการ จานอาหารสุขภาพ สูตร 2:1:1:1
“กินข้าวเท่ากับเนื้อ กินผักมากกว่าข้าว”
จาก นางสาวจินต์จุฑา ประสพธรรม นักกำหนดอาหาร เครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวว่า จานอาหารสุขภาพ ตามสูตร 2:1:1:1 เป็นการปรับเปลี่ยนอาหารจานโปรดในชีวิตประจำวันให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นแนวคิดการกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะสมโดยกะด้วยสายตา เป็นหลักการง่ายๆ ที่ทำให้การกินในแต่ละมื้อได้รับสารอาหารครบถ้วนและไม่มากจนเกินไปมีหลักการจำง่ายๆ คือ “กินข้าวเท่ากับเนื้อ กินผักมากกว่าข้าว”

แต่ละมื้อให้แบ่งสัดส่วนอาหารในจานออกเป็น 4 ส่วน คือ

  • ผัก 2 ส่วน เป็นผักดิบหรือผักสุกก็ได้ ซึ่งจะทำให้ได้รับใยอาหาร วิตามินและแร่ธาตุ
  • คาร์โบไฮเดรต 1 ส่วนควรเลือกเป็นประเภทที่ไม่ขัดสีเช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีตหรือจะเป็นประเภทเส้น ก็จะทำให้ได้รับพลังงานอย่างพอดี
  • โปรตีน 1 ส่วน เน้นกลุ่มไขมันต่ำเช่น อกไก่ หมูสันใน ปลา หรือเต้าหู้ ทำให้ได้สัดส่วนที่พอดี
  • ผลไม้ 1 ส่วนเช่น ส้ม มะละกอ แอปเปิ้ล

ส่วนที่เสริมเพิ่มเข้ามา คือ นม 1-2 แก้วต่อวัน และควรเป็นนมจืด หรือนมถั่วเหลืองหวานน้อย

อาหารสูตร 2:1:1:1 ช่วยลดพุงได้อย่างไร?

การกินแบบ 2:1:1:1 ใน 1 มื้อจะให้พลังงานประมาณ 400 กิโลแคลอรี ช่วยลดพลังงานในแต่ละวันลงได้ 500 กิโลแคลอรี ใน 1 สัปดาห์สามารถลดน้ำหนักลงได้ ½ กิโลกรัม นอกจากนี้การกินแบบนี้จะได้ปริมาณผักใน 1 มื้อ 100-200 กรัมและหากกิน 3 มื้อควบคู่กับผลไม้จะได้รับปริมาณรวมไม่น้อยกว่า 400 กิโลกรัม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้

อย่างไรก็ตามควรมีกิจกรรมทางกายร่วมด้วยจะช่วยลดพุงได้เร็วขึ้น เช่น การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง แอโรบิค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เล่นกีฬา รวมถึงการเล่นเวทที่เน้นกล้ามเนื้อช่วงท้อง ก็จะช่วยให้คุณเป็นเจ้าของร่างกายที่ไร้พุงย้อยๆ ได้อย่างแน่นอน แต่ต้องให้เวลากับร่างกายของเราสักนิด พุงโตๆ ไม่ได้มาเพียชั่วข้ามคืน หน้าแบนราบก็ไม่ได้เป็นของเราในชั่วข้ามคืนเช่นเดียวกัน ดังนั้นต้องมีความตั้งใจที่จะลดพุง ลดน้ำหนักให้ได้ รับรองว่าประสบความสำเร็จแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

หนาวนี้อากาศ จะแห้งแค่ไหน แต่ปากต้องไม่แห้ง เพื่อสุขภาพ

หนาวนี้อากาศ จะแห้งแค่ไหน แต่ปากต้องไม่แห้ง เพื่อสุขภาพ

หนาวนี้อากาศ ไม่ว่าจะหนาวเพราะลมฤดูหนาวหรือหนาวเพราะแอร์คอนดิชั่น แต่ไม่ว่าหนาวไหนก็ทำให้ปากของสาวๆ แห้งได้

หนาวนี้อากาศ ซึ่งอาจเป็นตัวทำลายคอมพลีตลุคที่สาวๆ อุตส่าห์แต่งมาอย่างดี ริมฝีปากจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่สาวๆ ไม่ควรละเลยที่จะดูแลใส่ใจให้มาก เพื่อสุขภาพและความงามที่ครบ พบกับ 4 วิธีการดูแลริมฝีปากให้ชุ่มชื่นสู้ภัยหนาว แล้วหนาวนี้ปากแห้งคืออะไร สาวๆ จะไม่รู้จักอีกต่อไป

ลิปบาล์มที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

จริงอยู่ที่ทุกคนย่อมรู้ว่าริมฝีปากก็ต้องการความชุ่มชื่นไม่ต่างอะไรไปจากผิวหน้า แต่ก็มีสาวๆ จำนวนไม่น้อยที่ละเลยความสำคัญของเรื่องนี้ไป เราจึงอยากให้สาวๆ ลงทุนกับคุณภาพริมฝีปากสักนิด เพราะปากที่ชุ่มชื่นย่อมนำมาซึ่งลิปสีสดสวยติดทนตลอดวัน โดยลิปบาล์มสมัยนี้ก็มีให้เลือกมากมายตามความชอบและตามงบของแต่ละคน ไล่ตั้งแต่ Glossier, Fresh, Burt’s Bee, Blistex หรือจะเป็นสายโลคอลอย่าง สีผึ้งแม่เลียบ หรือสายเบสิกอย่าง Vaseline ก็ดีทั้งนั้น แต่อย่าลืมทา (หรือโบก) ลิปบาล์มก่อนนอนและก่อนแต่งหน้า แค่นี้ก็เป็นการเตรียมความชุ่มชื่นให้ริมฝีปากได้แล้ว

หนาวนี้อากาศ

นอกจากจะให้ความชุ่มชื่นแล้ว บางครั้งริมฝีปากที่ผ่านการใช้งานจากลิปสติกหรือมลภาวะต่างๆ ก็ต้องการการดูแลมากขึ้นอีกนิด ซึ่งสาวๆ คงท่องจำกันได้หมดว่า เราสามารถสครับปากได้ง่ายๆ เพียงใช้น้ำผึ้งกับน้ำตาล หรือใช้แปรงสีฟัน แค่นี้เอง แต่เชื่อว่ามีเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ทำเป็นประจำ เราจึงอยากให้สาวๆ กลับมาใส่ใจลงมือทำจริงๆ สักนิด ลองทำดูสัก 2 อาทิตย์ แล้วจะเห็นว่าผลลัพท์ที่ได้คุ้มค่าเวลาที่เสียไปจริงๆ สาวๆ อาจจะเพิ่มการบำรุงอีกขั้นด้วยการมาสก์ริมฝีปาก ซึ่งปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์มากมายที่อาสามาช่วยเราดูแลริมฝีปาก และแต่ละตัวชื่อเสียงเรียงนามก็เด็ดๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะ Lip Sleeping Mask จาก Laneige หรือ Cherry Lip Gel Patch Etude งานนี้รักแบรนด์ไหน ชอบตัวไหน ไปตำมาโลด!

พักเนื้อแมทท์ พบเนื้อทินท์

แม้ว่าฤดูหนาวเมืองไทยอากาศจะไม่ได้แห้งมากเท่าที่อื่น แต่สาวๆ คนไหนที่อยากลองเปลี่ยนลุค ก็สามารถหันมาใช้ลิปที่มีเนื้อทินท์ หรือเนื้อกึ่งแมทท์ต่างๆ ได้ สาวๆ คนไหนงบถึง เราอยากให้ลองไปสวอชจักรวาล Bobbi Brown Crushed Lip Color ดู โทนสีไล่เฉดเชอร์รี่องุ่นมาเต็ม ให้ลิปฝีปากอวบอิ่มชุ่มชื่นสุดๆ แต่สาวๆ คนไหนงบไม่ถึงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ให้กลับไปพึ่งสิ่ง back to basic ด้วยลิปทินท์ของ Etude ที่มีหลากเฉดแดงส้มมานำเสนอ

ปากชุ่ม หน้าเด็กด้วยกลอส

เพียงเดินเข้าไปร้านมูจิ ร้านยอดฮิตในใจหลายๆ คน แล้วครั้งหน้าที่คุณซื้อสมุดปากกาหรือผ้าเช็ดตัว อยากให้ลองพิจารณาลิปกลอสของแบรนด์นี้ด้วย เพราะคุณภาพดีไม่ต่างจากแบรนด์ไฮแอนด์ดังๆ เลย

ใครที่ปากแห้งหนักหรืออยากเปลี่ยนลุคระหว่างวันเพียงปาดลิปกลอสเข้าไป ก็ได้ลุคใหม่ง่ายๆ หรือหากมีกลอสยี่ห้อที่ชอบอยู่แล้ว ก็อย่ารอช้าหยิบมันขึ้นมา ทาลงบนริมฝีปาก แล้วเชิดหน้ายิ้มนิด แค่นี้ก็สวยได้ ลมหนาวไหนก็ทำร้าย (ริมฝีปาก) คุณไม่ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เคล็ดลับผิวหน้ากระจ่างใส ทำง่ายในแบบธรรมชาติอยากมีผิวหน้าสวยใส

เคล็ดลับผิวหน้ากระจ่างใส ทำง่ายในแบบธรรมชาติอยากมีผิวหน้าสวยใส

เคล็ดลับผิวหน้ากระจ่างใส อยากมีผิวหน้าสวยใส สาวๆ หลายคนเฟ้นหาสูตรหน้าใสมาใช้กันยกใหญ่ แต่รู้หรือไม่คะว่า หากเพียงดูแลผิวด้วยวิธีดังต่อไปนี้ ก็ไม่ต้องใช้สูตรหน้าใสใดให้ยุ่งยากและเสียเวลาเลย เพียงทำตามนี้ทุกวัน ผิวหน้าก็จะสวยกระจ่างใสได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้ว

เคล็ดลับผิวหน้ากระจ่างใส ก็ไม่ต้องใช้สูตรหน้าใสใดให้ยุ่งยากและเสียเวลาเลย เพียงทำตามนี้ทุกวัน ผิวหน้าก็จะสวยกระจ่างใสได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้ว

เคล็ดลับผิวหน้ากระจ่างใส

ทำความสะอาดผิวหน้า

หลังจากกลับมาถึงบ้านแล้ว สาวๆ ควรเช็ดเครื่องสำอางออกให้หมดจดด้วยคลีนซิ่งออยล์และล้างหน้าตามขั้นตอนปกติ จากนั้นเช็ดผิวหน้าด้วยโทนเนอร์สูตรไร้แอลกอฮอล์เพื่อคงความชุ่มชื้นให้ผิว นอกจากทำให้ผิวหน้าสะอาดใสเกลี้ยงเกลาแล้วยังช่วยป้องกันริ้วรอยเหี่ยวย่นได้อีกด้วย ที่สำคัญยังทำให้ผิวหน้ากระชับขึ้นด้วยค่ะ

โยคะใบหน้า

หลังจากล้างหน้าให้สะอาดหมดจดแล้ว สาวๆ ยังสามารถบริหารใบหน้าด้วยการทำโยคะใบหน้าได้ด้วย ง่ายๆ เลยค่ะเพียงสูดลมเข้าปากลึกๆ แล้วเก็บลมเอาไว้ข้างในปากโดยทำแก้มให้ป่องๆ สลับลมไปมาในระหว่างแก้มสองข้าง 30 วินาที วิธีนี้จะช่วยลดความหนาของแก้มลงได้ และยังช่วยให้ใบหน้ากระชับขึ้นได้ด้วย

กินบำรุงผิวจากภายใน

ควรเน้นการกินผักผลไม้ให้มากๆ เป็นประจำทุกวัน เพราะผักผลไม้มีวิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยชะลอความแก่ และฟื้นบำรุงผิวจากภายในได้ ทำให้ผิวหน้าสวยเปล่งปลั่งกระจ่างใส มีสุขภาพดียิ่งขึ้น

ควบคุมการกินของหวาน

การกินของหวานไม่เป็นผลดีต่อผิวอย่างยิ่ง เพราะน้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดมากไปจะไปเกาะติดเส้นใยโปรตีนที่อยู่ในระหว่างเซลล์ผิวจนทำให้ผิวเกิดภาวะความเครียด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวมีริ้วรอยเหี่ยวย่น มีความหยาบกร้านและแก่ก่อนวัยได้ในที่สุด ดังนั้น ควรลดการกินของหวานให้น้อยลง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยชะลอความแก่ลงได้อีกทางแล้วล่ะ

พอกหน้าด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ

ไม่ว่าจะเป็นมะขามเปียก ขมิ้น น้ำผึ้ง มะนาวหรือเปลือกส้ม วัตถุดิบจากธรรมชาติเหล่านี้ สาวๆ สามารถนำมาทำเป็นสูตรขัดผิว พอกผิว พอกหน้าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผิวที่มีความหมองคล้ำและมีจุดด่างดำ รวมถึงรอยสิว รับรองจะช่วยแก้ปัญหาผิวเหล่านี้ให้ค่อยๆ จางลง ทำให้ผิวกระจ่างใสได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

ทาครีมกันแดดทุกวัน

แสงแดดเป็นตัวทำร้ายผิวให้หมองคล้ำและมีริ้วรอยเหี่ยวย่นเร็ว ดังนั้น จึงควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV โดยควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15-30 ขึ้นไป หรือเลือกใช้ตามกิจกรรมในระหว่างวันว่าเผชิญแสงแดดมากน้อยแค่ไหน แต่หากต้องตากแดดเป็นเวลานาน อย่าลืมทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมงด้วยนะคะ

นอกจากนี้แล้ว เพื่อการมีผิวหน้าสวยกระจ่างใส สาวๆ อย่าลืมดื่มน้ำสะอาดวันละมากๆ ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ นอนให้อิ่มเต็มที่ ไม่ควรนอนดึกและไม่เครียด รับรองค่ะว่าผิวหน้าสวยใส แบบไม่ต้องง้อสูตรหน้าใสใดๆ เลยล่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

10 อาหารซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วย “ลดน้ำหนัก” เราลดพลังงานส่วนเกินจากอาหาร

10 อาหารซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วย “ลดน้ำหนัก” เราลดพลังงานส่วนเกินจากอาหาร

10 อาหารซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วย “ลดน้ำหนัก” เป็นเรื่องดีที่สมัยนี้มีคนที่พยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ถูกต้อง นั่นคือ การออกกำลังกาย และควบคุมอาหาร เมื่อไรก็ตามที่เราลดพลังงานส่วนเกินจากอาหาร และเผาผลาญพลังงานส่วนเกินในร่างกายออกมาผ่านการออกกำลังกายแล้ว

10 อาหารซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วย นอกจากการวินัยในการควบคุมอาหาร และออกกำลังกายแล้ว ยังมีตัวช่วยดีๆ อย่างซูเปอร์ฟู้ดทั้ง 10 ชนิดที่จะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นผลเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย เลือกทานได้ตามใจชอบได้เลย

10 อาหารซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วย

1. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีใยอาหารสูง ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย มีรสชาติหวานตามธรรมชาติ สีเข้มๆ เป็นข้อพิสูจน์ถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่สูง ช่วยต่อต้านโรคต่างๆ ได้มากมาย

หากหาผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สดๆ ไม่ได้ สามารถหาซื้อผลไม้แช่แข็งมาทานกับโยเกิร์ต ซีเรียล หรือทานเป็นของว่างระหว่างวันได้

2. ปลา

ปลาเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี มีไขมันดีโอเมก้า-3 ที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ สามารถหาทานได้ทั้งแบบสด แช่แข็ง หรือกระป๋อง ปลาที่อยากแนะนำคือ แซลมอน ทูน่า แมคเคอเรล แฮริง เทราต์ แอนโชวี่ และซาร์ดีน

3. ผักใบเขียว

ผักที่มีใบสีเขียวเข้มเป็นแหล่งวิตามินเอ วิตามินซี และแคลเซียมชั้นดี และยังมีสารพฤกษเคมี (สารเคมีที่สร้างโดยพืช มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์) และยังเพิ่มใยอาหารให้กับร่างกายได้ขับถ่ายอย่างคล่องตัวอีกด้วย

มื้อหน้าอย่าลืมเพิ่มผักคะน้า ปวยเล้ง ผักกาดผอม และอักใบเขียวอื่นๆ ลงไปในมื้ออาหารของคุณด้วยล่ะ

4. ถั่ว

ไม่ว่าจะเป็นถั่วชนิดไหน เฮเซลนัท อัลมอนด์ พีคาน ฯลฯ ก็เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่ดีต่อร่างกาย ด้วยกันทั้งนั้น แถมยังมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ช่วยในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจอีกด้วย

ลองเพิ่มถั่วลงไปในมื้ออาหารของคุณ เช่น ใส่ถั่วลงไป 1 กำมือในโยเกิร์ต หรือทานเป็นอาหารว่างแทนขนมได้ แต่อย่าลืมว่าถั่วเป็นอาหารให้พลังงาน ดังนั้นอย่าเผลอทานเยอะเกินไป

เพราะอาจจะเพิ่มพลังงานให้กับมื้ออาหารของคุณมากจนเกินความต้องการแทน

5.น้ำมันมะกอก

ใครๆ ก็รู้ดีว่าน้ำมันมะกอกมีประโยชน์ต่อร่างกายเพราะมีไขมันที่ดีต่อร่างกายอยู่สูง นอกจากนี้ยังมีวิตามินอี โพลีฟีนอลที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ที่ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ รวมถึงโรคหัวใจอีกด้วย

ใช้น้ำมันมะกอกในการปรุงอาหารแทนการใช้เนย หรือมาการีน ราดบนผักสลัด ผสมในน้ำสลัด หรือใช้ผัดผักแบบเร็วๆ ก็ได้

6. โฮลเกรน

เราสามารถทานโฮลเกรนได้จากขนมปังที่ใส่โฮลเกรนเยอะๆ หรือโฮลเกรนที่อัดมาเป็นแท่ง รวมถึงธัญพืชต่างๆ ที่แยกมาเป็นแต่ละชนิด โฮลเกรนเหล่านี้อุดมไปด้วยวิตามินบี แร่ธาตุ

และโพลีฟีนอล ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ และเบาหวาน เราสามารถทานโฮลเกรนได้ง่ายๆ เพียงทานข้าวกล้อง แทนข้าวขาว

ผสมควินัวลงไปในข้าวก่อนหุง ผสมเมล็ดเจียลงไปในสลัด หรือขนมที่ทาน ละเลือกทานขนมปังโฮลวีตแทนขนมปังขาว

7. โยเกิร์ต

โยเกิร์ตเป็นแหล่งโปรตีน และแคลเซียมชั้นดี นอกจากนี้ยังมีโพรไบโอติกส์ที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย เป็นเป็นแบคทีเรียที่ดีต่อร่างกาย ช่วยปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย

ลองทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แล้วใส่ผลไม้สด ดีกว่าการทานโยเกิร์ตรสผลไม้สำเร็จรูป เพราะมีน้ำตาลมากกว่า และก่อนซื้อโยเกิร์ตมาทาน

สังเกตที่ฉลากด้วยว่ามีแบคทีเรีย Lactobacillus, L. acidophilus, L. bulgaricus, หรือ S. thermophilus. หรือไม่

8. ผักประเภทกะหล่ำ

ผักประเภทกะหล่ำ เช่น บร็อกโคลี่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว ดอกกะหล่ำ และอื่นๆ เป็นผักที่มีใยอาหาร มีวิตามิน และโพลีฟีนอลที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งด้วย

9. ถั่วเมล็ดแห้ง

ถั่วตระกูล Legumes คือถั่วเมล็ดแห้งที่เป็นถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วลิสง และถั่วขาว มีใยอาการ โฟเลต และโปรตีน

ซึ่งสารอาหารในถั่วประเภทนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ อย่าลืมหาถั่วเหล่านี้มาทานเป็นอาหารว่าง รวมถึงใส่ลงไปในอาหารจานหลักบ้างนะ

10. มะเขือเทศ

วิตามินมีวิตามินซีสูงเมื่อทานสด แต่เมื่อปรุงสุกก็ยังมีประโยชน์เพราะมีไลโคปีนสูง เพราะฉะนั้นเราสามารถเลอกทานมะเขือเทศได้ทั้งสด และปรุงสุก

นอกจากผิวสวยใสเปล่าปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว หากทานมะเขือเทศปรุงสุกจะช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากสำหรับท่านชายอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com