เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด “กระเพาะอาหาร” เพื่อ “ลดน้ำหนัก”

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด “กระเพาะอาหาร” เพื่อ “ลดน้ำหนัก”

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด ผู้ที่กำลังเผชิญภาวะอ้วน อ้วนมาก ทำอย่างไรก็ไม่สามารถลดน้ำหนักได้ บางคนมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นปัญหาต่อสุขภาพ

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด ผู้ที่กำลังเผชิญภาวะอ้วน อ้วนมาก ทำอย่างไรก็ไม่สามารถลดน้ำหนักได้ บางคนมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นปัญหาต่อสุขภาพ การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก คือ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลง และอาจจะมีการผ่าตัดเพื่อปรับเปลี่ยนทางเดินอาหารใหม่ ทำให้การดูดซึมอาหารลดลงด้วย ทั้ง 2 กลไกนี้จะทำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารแล้วรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และก็ทำให้น้ำหนักลดลงในที่สุด

โดยทั่วไปการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักมี 2 วิธีหลักๆ

วิธีแรก Laparoscopic Sleeve Gastrectomy คือ ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะให้เล็กลงอย่างเดียว วิธีนี้ขนาดกระเพาะจะคล้ายๆ กับไส้กรอกยาวๆ เรียกสั้นๆ ว่า การผ่าตัดแบบ Sleeve

วิธีที่สอง Laparoscopic Gastric Bypass คือ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร และมีการทำทางเดินอาหารใหม่ด้วย ทำให้มีการดูดซึมอาหารลดลง วิธีนี้เรียกสั้นๆ ว่า Bypass

ทั้ง 2 วิธีนี้ ทำให้ผู้ป่วยน้ำหนักลดลงได้ และโรคประจำตัวต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจดีขึ้น หรือในบางครั้งหายขาดได้ วิธีไหนเหมาะกับผู้ป่วยรายไหนขึ้นอยู่ที่น้ำหนัก และโรคประจำตัวต่างๆ ของแต่ละราย

สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก

อันดับแรก ผู้ป่วยต้องตรวจดัชนีมวลกาย หรือ BMI ของตัวเองก่อนว่าเข้าได้กับข้อบ่งชี้ที่กล่าวมาข้างต้น คือมีภาวะโรคอ้วนระดับ 3 ค่าดัชนีมวลกาย หากเข้าได้กับข้อบ่งชี้และได้ลองพยายามลดน้ำหนัก การคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างเต็มที่แล้วไม่สามารถลดน้ำหนักได้ ควรเข้ามาติดต่อที่ คลินิกผ่าตัดรักษาโรคอ้วน ทุกวันอังคาร เวลา 12.00 – 15.00 น. เพื่อพบแพทย์ซึ่งจะมีการพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่าตัด และมีการตรวจร่างกาย ตรวจเลือดทุกระบบ เพื่อดูความพร้อมก่อนการผ่าตัด

นอกจากนั้นต้องพยายามลดน้ำหนักด้วยตัวเองก่อนอย่างน้อย 5-10 % เพื่อการผ่าตัดที่ปลอดภัยมากขึ้น โดยทั่วไปการผ่าตัดจะเป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้อง แผลเล็ก ฟื้นตัวไว นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลระยะสั้น 1-2 คืนก็กลับบ้านได้แล้ว แต่หลังผ่าตัดผู้ป่วยต้องกลับมาตรวจทุกๆ 3 เดือนในช่วง 1 ปีแรก เพื่อดูว่ามีผลแทรกซ้อนระยะยาวหลังผ่าตัดหรือไม่ น้ำหนักลดลงหรือไม่ และโรคประจำตัวต่างๆ ของคนไข้ดีขึ้นหรือไม่

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักเป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาสุขภาพ ไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อรักษาความสวยงาม อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหารไปแล้ว ไม่มีการควบคุมพฤติกรรมด้านการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถกลับมาอ้วนได้เช่นเดิมอีก

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

โสดก็ดีแบบนี้แหละ ! มาดู 5 วิธี การอยู่คนเดียวให้มีความสุข โสด สตรอง

โสดก็ดีแบบนี้แหละ ! มาดู 5 วิธี การอยู่คนเดียวให้มีความสุข โสด สตรอง

โสดก็ดีแบบนี้แหละ ! สวัสดีค่าสาวๆ SistaCafe สาวๆ หลายคนที่โสด อาจจะรู้สึกนอยๆ เวลาที่เห็นเพื่อนๆ รอบข้าง ที่เค้ามีคู่ และยังคอยถามเราอยู่ตลอดเวลาด้วย

โสดก็ดีแบบนี้แหละ ! สวัสดีค่าสาวๆ SistaCafe สาวๆ หลายคนที่โสด อาจจะรู้สึกนอยๆ เวลาที่เห็นเพื่อนๆ รอบข้าง ที่เค้ามีคู่ และยังคอยถามเราอยู่ตลอดเวลาด้วย ว่าเมื่อไรเราจะมีแฟน มีคู่แบบเค้าบ้างสักที …..จากไม่คิด ก็เริ่มคิด จนคิดหนัก ซึ่งการที่เราอยู่เป็นโสด ไม่ได้แปลว่าเราจะมีความสุขไม่ได้นะคะ แถมยังมีความสุขได้มากกว่าที่เราคิดไว้ซะอีก!!!

โสดก็ดีแบบนี้แหละ

วันนี้เราเลยขอเอาใจสาวโสดกันสักนิด ด้วย 5 วิธี การอยู่คนเดียวให้มีความสุข ให้รู้ว่าโสดก็ดีแบบนี้แหละ มาฝากกัน จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น เรามาลองดูกันเลยค่ะ

1. อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

เริ่มกันที่ข้อแรกที่เป็นข้อที่สำคัญมากๆ สำคัญสุดๆ ที่จะทำให้สาวโสดมีความสุข แบบง่ายๆ เลย ก็คือ การเลิกเปรียบเทียบชีวิตของเรากับชีวิตคนอื่น เพราะคนเราแตกต่างกันตั้งแต่ตอนเกิดมาแล้ว ให้ลองเปรียบเทียบตัวเองดีกว่า ว่าเรามีอะไรที่ดีขึ้น หรือพัฒนาขึ้นจากเมื่อวานมากน้อยแค่ไหน และอย่าไปน้อยใจ เสียใจ เมื่อเวลาเราพลาด หรือล้มบ้างในบ้างครั้ง เพราะมันก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์อยู่แล้วค่ะ

2. หมั่นออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ

เมื่อเราเป็นสาวโสดแล้ว ก็ต้องสตรองด้วย คงไม่มีใครอยากนอนซมตอนป่วยอยู่คนเดียว แบบที่ไม่มีใครคอยดูแลกันหรอกค่ะ แถมร่างกายที่อ่อนแอ ย่ำแย่ ยิ่งพาจิตใจเราให้มีแต่ความท้อ และเศร้า ไม่มีความสุขตามไปด้วย ดังนั้นเรื่องของสุขภาพ จึงสำคัญที่ต้องใส่ใจมาก ๆ เราเลยควรหมั่นใส่ใจสุขภาพของตัวเอง โดยการเลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์กินผักผลไม้เยอะ ๆ ออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอค่ะโดยประโยนช์ของข้อนี้ นอกจากเราจะมีรูปร่าง และบุคลิกเราดี เพิ่มความมั่นใจ เพิ่มโอกาสให้หนุ่ม ๆ สนใจแล้ว ยังให้เราดูสวย ปิ๊ง! ดูเด็กตลอดเวลา และแก่ช้าลงด้วย

3. หาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับชีวิต

ช่วงเวลาที่เราโสดเนี่ยแหละค่ะ ที่เราจะมีเวลาว่างพอที่จะหันมาใส่ใจตัวเองเพิ่มมากขึ้น ซึ่ง การที่เราออกไปเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เจอเพื่อนใหม่ หรือหางานอดิเรกใหม่ ๆ เป็นการดูแลสุขภาพใจ เติมความสุข ความสนุกให้ตัวเอง ทำให้เราได้พัฒนาทักษะ แถมยังเป็นวิธีที่ทำให้เราเลิกนั่งเหงา นั่งฟุ้งซ่าน เลิกน้อยใจเกี่ยวกับเรื่องคู่ ดังนั้นแนะนำหาอะไรก็ได้ที่เราชอบ ทำแล้วมีความสุข หรือสิ่งที่เราคิดไว้แล้วว่าอยากทำ(ตอนมีคู่) แต่ก็ไม่ได้ทำสักที ตอนนี้แหละค่ะ!! โอกาสทองมาถึงแล้ว

4. วางแผนเรื่องเงินทอง

ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ค่ะ ว่าความสุขที่เราจะได้มานั้น บางอย่างย่อมมีปัจจัยหลัก คือ เงิน ที่เราต้องใช้ต้องจ่าย เพิ่มความสุขให้ตัวเอง ซึ่งช่วงโสดเนี้ยแหละ เป็นช่วงที่เราไม่ต้องเอาเงินไปเปย์ใคร หรือไปตะเวนเที่ยวกันใครดังนั้น การวางแผนการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เลย เราเลยควรไม่ใช้จ่ายอย่างฟุ้งเฟ้อ อย่าซื้อของที่ไม่จำเป็น และเกินตัว ควรมีเงินเก็บ เมื่อเราตกงาน เผื่อยามที่เราเจ็บไข้ ได้ป่วย และเผื่อเอาไว้ดูแลพ่อแม่กันด้วย หรือใครที่พอมีกำลังหน่อย ก็ลองทำทำประกันสุขภาพให้ตัวเองและพ่อแม่ไว้บ้างก็ดีเหมือนกันนะ

5. ให้เวลากับคนรอบข้าง หรือหาเพื่อนใหม่ ๆ อยู่เสมอ

สาว ๆ คนไหนที่เริ่มมีเวลาเพิ่มมากขึ้น ก็อย่ามัวแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องค่ะ ลองลุกขึ้นมาใช้เวลา ให้ชีวิต กับผู้คนรอบข้างกันดูบ้าง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือเพื่อนฝูง เพื่อเพิ่มความใกล้ชิดสนิทสนมกันให้มากขึ้น นอกจากนั้นยังต้องเปิดใจกว้าง รับอะไรใหม่ ๆ ง่าย ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ๆ ทำตัวเฟรนลี่ กล้าคุยกับคนอื่น เพื่อทำให้เราได้เรียนรู้ทัศนคติ ไอเดียใหม่ ๆ เป็นการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

จบกันไปแล้วค่า กับทั้ง 5 วิธี ใช้ชีวิตโสดให้มีความสุข เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ เป็นวิธีที่ทำไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ ยังไงแล้วถ้าสาวโสดคนไหนกำลังเซ็ง ๆ นอย ๆ หรือน้อยใจสวรรค์ว่าทำไมไม่ส่งคนรัก ลงมาให้สักทีล่ะก็ ลองเอา 5 วิธีนี้ไปปรับใช้กับตัวเองกันดูก่อนดีกว่านะจ๊ะ เผลอ ๆ อาจจะไม่อยากมีคู่ ไม่อยากมีแฟนไปเลยก็ได้ อิอิสำหรับวันนี้ต้องขอลากันไปก่อน หวังว่า สาวโสด หนุ่มโสดทุก ๆ คนจะมีความสุขในการใช้ชีวิตกันนะจ๊ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

5 อาหารควรทาน ช่วยลดเครียด พร้อมลดพุงและสาวๆ ที่มีความเครียดบ่อยๆ

5 อาหารควรทาน ช่วยลดเครียด พร้อมลดพุงและสาวๆ ที่มีความเครียดบ่อยๆ

5 อาหารควรทาน ช่วยลดเครียด สำหรับสาวๆ ที่มีความเครียดบ่อยๆ และมีปัญหาอ้วนลงพุง วันนี้เรามี 5 อาหารที่สามารถช่วยได้ทั้งลดความเครียดและลดพุงมาแนะนำกัน แถมยังส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย โดยมีอาหารอะไรบ้างก็ต้องไปดูกันเลย

5 อาหารควรทาน ช่วยลดเครียด พร้อมลดพุงและสาวๆ สำหรับสาวๆ ที่มีความเครียดบ่อยๆ และมีปัญหาอ้วนลงพุง วันนี้เรามี 5 อาหารที่สามารถช่วยได้ทั้งลดความเครียดและลดพุงมาแนะนำกัน แถมยังส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย โดยมีอาหารอะไรบ้างก็ต้องไปดูกันเลย

5 อาหารควรทาน

1.ชาเขียว

นับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มยอดนิยมและโปรดปรานสำหรับหลายคน ที่ต้องบอกเลยว่านอกจากจะอร่อยแล้ว ชาเชียวยังมีสรรพคุณช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาการปวดศีรษะ ช่วยผ่อนคลายทางด้านอารมณ์ให้ดีขึ้นจากการทำงานที่เคร่งเครียด แถมชาเขียวยังช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการเผาผลาญของไขมัน และช่วยลดพุงได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

2.ข้าวกล้อง

สำหรับข้าวกล้อง ถือเป็นข้าวที่มีสารอาหารที่ครบถ้วนมาก โดยเฉพาะในส่วนของวิตามินบีรวม, วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 ที่จะช่วยในเรื่องของการลดอาการอ่อนเพลียและอาการปวดกล้ามเนื่องจากการทำงานได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญไม่ทำให้อ้วนและช่วยลดพุงได้ด้วย เพราะฉะนั้นมาทานข้าวกล้องแทนข้าวขัดขาวกันดีกว่า

3.บลูเบอร์รี่

ด้วยสรรพคุณที่มากมายไม่ว่าจะเป็นการช่วยรักษาเซลล์สมองที่ถูกทำลาย ช่วยคลายความเหนื่อยล้าของดวงตาจากการทำงานหนักหรือใช้สายตาในระยะเวลานาน บลูเบอร์รี่จึงสามารถนำมาทานเพื่อลดความเครียดได้ดี นอกจากนี้บลูเบอร์รี่ ยังมีกากใยอาหารสูง ซึ่งจะทำให้รู้สึกอิ่มนาน และระบบการขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย ดังนั้นใครที่มีปัญหาเรื่องลงพุง ก็มาทานบลูเบอร์รี่กันเลย

4.ดาร์กช็อกโกแลต

อีกหนึ่งขนมทานยามว่างที่จะช่วยกระตุ้นให้มีการหลั่งสาร “เอ็นดอร์ฟิน” ที่เป็นสารแห่งความสุขออกมามากขึ้น ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้การทานดาร์กช็อกโกแลตส่งผลให้อารมณ์ดีและลดความเครียดได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดพุงได้อีกด้วย ดังนั้นเพื่อหุ่นสวยสุขภาพดีมาทานดาร์กช็อกโกแลตกันดีกว่า

5.ส้ม

ผลไม้สุดโปรดของสาวๆหลายคนที่นำมาทานแบบสดหรือทำเป็นเครื่องดื่มก็ได้ โดยส้มมีสรรพคุณที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตา ช่วยบำรุงผิวพรรณ และช่วยลดความอ่อนล้าของดวงตาที่เกิดขึ้นจากการทำงาน รวมไปถึงช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย นอกจากนี้ในส้มยังมีไธอามีน และโฟเลท ที่จะช่วยเร่งการเผาผลาญได้ดี จึงสามารถลดพุงและลดความอ้วนได้อย่างดีเยี่ยม

และนี่ก็คือ 5 อาหารช่วยลดความเครียดและลดพุงนั่นเอง ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องเหล่านี้ได้แล้ว ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายอีกด้วย เพราะฉะนั้นห้ามพลาดที่จะหามาทานกันเลยเชียว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …

รวมลุคแฟชั่น “รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ ” สวย ชิค งานดีไม่มีเอาท์

รวมลุคแฟชั่น “รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ ” สวย ชิค งานดีไม่มีเอาท์

รวมลุคแฟชั่น รองเท้าผ้าใบ จัดว่าเป็นของจำเป็นที่สาวๆ ต้องมีเลยนะคะ เพราะนอกจากใส่เพื่อความสบายเท้าแล้ว ยังทำให้เราเท่มากขึ้นอีกด้วย แมตช์กับชุดไหนๆ ก็เข้าไปหมด

รวมลุคแฟชั่น รองเท้าผ้าใบ จัดว่าเป็นของจำเป็นที่สาวๆ ต้องมีเลยนะคะ เพราะนอกจากใส่เพื่อความสบายเท้าแล้ว ยังทำให้เราเท่มากขึ้นอีกด้วย แมตช์กับชุดไหนๆ ก็เข้าไปหมด

รวมลุคแฟชั่น

เรียกได้ว่าไม่ต้องใส่ส้นสูงก็ปังได้ แต่ผ้าใบก็มีอยู่หลายแบบหลายสไตล์ให้ได้เลือกใส่กัน วันนี้ เราจะมาพูดถึง “ผ้าใบหุ้มข้อ” กันค่า

รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ เป็นทรงที่หลายคนชื่นชอบ เพราะใส่แล้วสวยมากๆ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ใครใส่ก็ดูดี ยิ่งถ้าใครขายาว บอกเลยว่ามีแต่ปังกับปัง

วันนี้เราได้รวบรวมลุคการแต่งตัวให้แมตช์กับแฟชั่นรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อมาฝากสาวๆ กัน ไปดูเลยจ้า

รวมลุคแฟชั่น

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

จงมอบความรัก และ โอบกอดความโสดของตัวเองด้วยความรักที่เรามีให้กับตนเอง

จงมอบความรัก และ โอบกอดความโสดของตัวเองด้วยความรักที่เรามีให้กับตนเอง

จงมอบความรัก และ โอบกอดความโสดของตัวเองด้วยความรักที่เรามีให้กับตนเอง ผู้หญิงโสดมักจะถูกตั้งคำถามจากสังคมมากกว่าผู้ชาย ทำให้หลายคนรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ โอบกอดความโสดด้วยความรักที่เรามีให้กับตนเอง ด้วย 5 วิธีดังต่อไปนี้

จงมอบความรัก และ โอบกอดความโสดของตัวเองด้วยความรักที่เรามีให้กับตนเอง สังคมปัจจุบันผู้หญิงที่เลือกจะอยู่กับความโสดมีมากขึ้นเรื่อยๆเพราะพวกเธอเหล่านั้นมองว่าการมีความสัมพันธ์กับคนอีกคนหนึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้พวกเธอรู้สึกว่าตนเองต้องเปลี่ยนตัวตน หรือ ต้องไปพะวักพะวงเรื่องของคนอื่น เลยมองว่าการอยู่เป็นโสดนั้นแม้จะเหงาบ้างในบางครั้งแต่ก็ไม่มีเรื่องปวดหัวมากวนใจ แต่ระหว่างผู้หญิงโสด และ ผู้ชายโสดนั้น ผู้หญิงโสดมักจะถูกตั้งคำถามจากสังคมมากกว่าผู้ชาย ทำให้หลายคนรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ หรือ รู้สึกว่าตนเองนั้นมีสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น ถ้าเป็นเช่นนั้นจงเชิดหน้าเข้าไปแล้วมาลองตั้ง Mind Set กันใหม่ว่าเราจะโอบกอดความโสดด้วยความรักที่เรามีให้กับตนเอง ด้วย 5 วิธีดังต่อไปนี้

จงมอบความรัก

1. โอบกอดความอิสระที่คุณมีจากความโสด
ความอิสระในที่นี้คืออิสระจากความผูกผันและความรู้สึก การเป็นคนโสดมีอิสระที่คุณจะตัดสินทำอะไร ด้วยตัวของคุณเอง บอกเลยว่าเป็นความปรารถนาที่ทุกคนต้องการ และหลายคนต่างหวาดกลัวที่จะเดินออกมาจากเซฟโซนของตนเอง เพราะติดกับค่านิยมของสังคม การเป็นผู้หญิงโสดไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่เป็นเรื่องที่คุณเลือกแล้วว่า อยู่แบบนี้สบายกว่าเมื่อคุณคิดจะทำอะไรก็สามารถตัดสินใจได้ทันที และทำให้คุณมีความภาคภูมิใจในตัวเอง

2. จงให้ความรักแก่ตนเอง
หลายคนวิ่งตามหาความรักมาตลอดชีวิต แต่ก็ยังไม่เจอคนที่ใช่สักที ถ้าจะลองหันกลับมาเอาความรักที่มีอยู่ให้กับตนเองก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า การได้อยู่กับตนเองทำเรื่องดีๆให้กับตนเอง ล้วนแล้วเป็นการสร้างความรู้สึกทีดีให้กับชีวิตโสดของคุณ รวมไปถึงการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว จะทำให้คุณมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นคุณจะรู้สึกว่าชีวิตโสดเป็นเรื่องสนุก และ ทำให้คุณรู้สึกรักตนเองมากขึ้นเรื่อยๆ

3. เรียนรู้ที่จะสร้างความสัมพันธ์และเติบโต
ถ้าหากว่าคุณรู้สึกว่าตัวเอง มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ คบกับใครก็ไม่ได้นาน หรือ บางครั้งเวลาที่คุณจะตัดสินใจคุณจะรู้สึกแคร์กับความคิดของคนรอบข้างมากเกินไป เมื่อเป็นเช่นนั้นคุณจะใช้ชีวิตในฐานะคนโสดอย่างไม่มีความสุขนัก ลองหาตัวช่วยดีกว่าไม่ว่าจะเป็นการเข้าคลาสโยคะ หรือเข้าร่วมกลุ่มทำกิจกรรม ซึ่งจะทำให้คุณได้เจอกับสังคมใหม่ๆ ที่ต่างไปจากชีวิตประจำวัน และ จะทำให้คุณมองโลกได้กว้างขึ้น เมื่อถึงเวลาหนึ่งคุณจะรู้ว่า คุณเติบโตทางความคิดมากไปกว่าเดิม

4. ชีวิตโสดจะเปิดโอกาสให้คุณได้ทำในสิ่งที่คุณอยากทำแต่ไม่กล้า
เมื่อคุณสามารถยืนหยัดใช้ชีวิตได้เพียงลำพัง คุณจะมีเวลาหันกลับไปหาสิ่งที่คุณอยากทำแต่ไม่ได้ทำสักที เพราะไม่กล้า กลัวว่าจะมีคนหัวเราะตามหลัง หรือ คนรักเก่าของคุณอาจจะเคยปรามาสไว้ว่าคุณไม่มีทางทำสำเร็จหรอก เมื่อเป็นเช่นนั้น ลองลุกขึ้นมาทำสักตั้งไหม เพราะมันไม่ได้มีอะไรเสียหายเลย ถ้าคุณทำสำเร็จ คุณก็ได้รู้จักความสามารถของคุณอีกด้าน ถ้าไม่สำเร็จคุณก็จะได้รู้ว่าการเดินบนเส้นทางนี้มันต้องเริ่มต้นอย่างไร ตัวอย่างเช่นคุณอยากเรียนเต้นรำ แต่คุณยังไม่เคยกล้าที่จะสมัครเรียน ชีวิตโสด จะทำให้คุณกล้าขึ้นและอยากออกไปลองอะไรใหม่ๆ มากขึ้น ตัดสินใจได้เช่นนั้นแล้วก็ลองเลย เมื่อนั้นคุณจะรู้ว่ายังมีโลกที่คุณไม่เคยรู้จักอยู่อีกมาก

5. อย่าเลือกเพราะแค่ต้องเลือก จงเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง
อย่าเลือกเพราะแค่ต้องเลือก เรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงหลายคน เธอยอมรับนัดเดทกับผู้ชายที่ไม่ได้ตรงสเปค แต่ก็ยอมออกไปกินข้าวด้วยเพราะไม่อยากมีความรู้สึกโสดในวันวาเลนไทน์ หรือ ผู้หญิงบางคนแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่ได้รู้สึกรัก แต่แต่งเพราะไม่ต้องการอยู่คนเพียงลำพัง และถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นสาวโสด ทั้งหมดนี้คือการเลือกเพราะต้องเลือก

เมื่อเป็นเช่นนี้ลองมาตั้งสติกันก่อน การอยู่เป็นโสดไม่ใช่การทรมานตัวเอง ข้อดีก็มีอยู่เยอะเหนืออื่นใดถ้าไม่เจอคนที่ใช่ เราจะอดทนอยู่ไปเพื่อรอวันแตกหักหรือ รอให้เจอคนที่คุณถูกใจ หรือ เป็นคนที่คุณคิดแล้วว่าใช่แน่ ค่อยตัดสินใจจงเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง เพราะผู้หญิงและผู้ชายทุกคนมีสิทธินั้น

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

 …

เคล็ดลับ แต่งหน้าลดวัย สำหรับคนอยากหน้าเด็กใครๆก็อยากหน้าเด็ก

เคล็ดลับ แต่งหน้าลดวัย สำหรับคนอยากหน้าเด็กใครๆก็อยากหน้าเด็ก

เคล็ดลับ แต่งหน้าลดวัย เกิดเป็นผู้หญิง ย่อมรักสวยรักงามเป็นธรรมดา แต่การจะสวยงามแบบที่ใครเห็นก็ต้องมองเหลียวหลัง จนลับสายตาเพราะฉงน สงสัยว่าเธอคนนั้นอายุเท่าไหร่กันแน่

เคล็ดลับ แต่งหน้าลดวัย เกิดเป็นผู้หญิง ย่อมรักสวยรักงามเป็นธรรมดา แต่การจะสวยงามแบบที่ใครเห็นก็ต้องมองเหลียวหลัง จนลับสายตาเพราะฉงน สงสัยว่าเธอคนนั้นอายุเท่าไหร่กันแน่ ทำไมถึงหน้าตาดูอ่อนเยาว์เหลือเกิน ก็ต้องมีเทคนิคเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งเราก็ขอแนะนำการแต่งหน้าลดวัยกันเลย ใครอยากหน้าเด็กต้องลองทำกันดู

เคล็ดลับ แต่งหน้าลดวัย

1.ใช้คอนซีลเลอร์ชนิดน้ำ

เมื่ออายุมากขึ้น ริ้วรอยก็ปรากฏเด่นชัด ดังนั้นการจะแต่งหน้าให้ดูเด็กลงได้ ก็ต้องใช้เทคนิคการปกปิดด้วยคอนซีลเลอร์กันเลย โดยแนะนำให้เลือกใช้คอนซีลเลอร์ชนิดน้ำ เพราะมีเนื้อเนียน เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งร่องรอยตามร่องผิวให้รำคาญใจ และยังติดทนนานอีกด้วย

2.หลีกเลี่ยงการเขียนขอบปาก

การเน้นเขียนขอบปาก แม้จะดูโดดเด่น เห็นขอบปากชัดเจน ดูสวยงามปากได้รูป ซึ่งเหมาะกับวัยสาว แต่สำหรับสาวที่เริ่มมีอายุแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการเขียนขอบปาก เพราะจะเป็นการเน้นร่องรอยรอบริมฝีปากให้เห็นชัดเจนขึ้น แต่ถ้าหากคุณสาวๆชอบที่จะเขียนขอบปาก เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ก็ขอแนะนำให้เลือกลิปไลเนอร์สีอ่อนๆ ที่มีเฉดสีโทนเดียวกันกับลิปสติก ก็จะช่วยอำพรางให้ดูเด็กลงได้ดี

3.ไม่กรีดอายไลเนอร์หนาเกินไป

สาวๆที่ตาเล็ก ไม่ได้รูป สามารถใช้การกรีดอายไลน์เนอร์เพื่อช่วยให้ดวงตากลมโตขึ้นมาได้ แต่ควรเขียนพอประมาณ ไม่ให้หนาจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ดูแก่กว่าวัยได้

4.ดัดขนตาให้งอนเด้ง

ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ มีเคล็ดลับมาแนะนำให้คุณสาวๆสมัยใหม่ วัยทำงาน 35 ปีขึ้นไป ว่าควรดัดขนตาให้งอน เด้งอยู่ทุกวัน เพราะจะทำให้ดวงตาดูสวย สดใส มีชีวิตชีวา เป็นเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น และหากปัดมาสคาร่าด้วยแล้ว ก็จะทำให้ดวงตาของคุณดูกลม สวยคมเข้มยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าเลยทีเดียว

5.เลือกทรงผมที่ทำให้หน้าเด็ก

ทรงผม เป็นส่วนสำคัญที่ไม่แพ้การแต่งหน้าเลย โดยแนะนำให้เลือกทรงผมที่ทำให้หน้าดูเด็กลงมา เช่น ผมทรงนักเรียนมัธยม หรือซอยสั้น แต่ก็อย่าลืมเลือกให้เข้ากับรูปหน้าของตัวเองด้วย เท่านี้ก็ทำให้หน้าดูเด็กลงได้ไม่ยาก

เมื่อได้ทราบเทคนิคดีๆที่ช่วยให้หน้าตาดูเด็กลงแล้ว ก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติลองดูกัน โดยสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้หน้าเด็ก และดูอ่อนกว่าวัย ก็คือการพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และการออกกำลังกาย รวมถึงการทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย คุณก็จะมีใบหน้าที่เด็กลงได้ไม่ยาก

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

คนกินเจ กินอาหารอะไรทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้บ้าง

คนกินเจ กินอาหารอะไรทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้บ้าง

คนกินเจ โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญต่อร่างกาย โดยแหล่งสำคัญของโปรตีนก็คือเนื้อสัตว์ ซึ่งทำให้เกิดคำถามสำหรับผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติ หรือ คนกินเจ ซึ่งงดเว้นเนื้อสัตว์

คนกินเจ โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญต่อร่างกาย โดยแหล่งสำคัญของโปรตีนก็คือเนื้อสัตว์ ซึ่งทำให้เกิดคำถามสำหรับผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติ หรือ คนกินเจ ซึ่งงดเว้นเนื้อสัตว์ ว่าจะทดแทนโปรตีนที่ขาดหายไปจากเนื้อสัตว์อย่างไรดี

คนกินเจ

โปรตีนนั้น สำคัญฉะนี้

โปรตีนเป็นสารอาหารจำเป็นสำหรับสุขภาพโดยรวมของเรา โปรตีนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเส้นผม ผิวหนัง เล็บ กระดูก กล้ามเนื้อ และกระดูกอ่อน ร่างกายยังใช้โปรตีนในการเสริมสร้างความเติบโต และซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งใช้ในการสร้างฮอร์โมนและเอนไซม์หลายชนิดในร่างกาย โปรตีนยังมีประโยชน์สุขภาพหลายอย่าง เช่น ช่วยในการลดน้ำหนัก ด้วยการทำให้อิ่มนาน ทำใหไม่กินจุบกินจิบ รวมถึงลดระดับของเกห์ลินที่เป็นฮอร์โมนกระตุ้นความหิวด้วย โปรตีนยังช่วยรักษามวลกระดูก

ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด และเพิ่มการทำงานของสมอง และเนื่องจากว่า ถึงแม้โปรตีนจะเป็นสารอาหารหลัก (macronutrient) ที่ร่างกายต้องการในปริมาณมาก เช่นเดียวกับไขมันและคาร์โบไฮเดรต แต่ที่ต่างจากคาร์โบไฮเดรตกับไขมันก็คือ ร่างกายไม่มีการเก็บสะสมโปรตีนเอาไว้ จึงไม่มีโปรตีนสำรองที่สามารถดึงมาใช้งานได้เมื่อต้องการ คุณจึงต้องบริโภคโปรตีนให้เพียงพอในแต่ละวัน

โดยทั่วไป แนะนำให้บริโภคโปรตีนให้ได้ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม การขาดโปรตีนสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น ปัญหาผิวและเล็บ การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ไม่มีเรี่ยวแรง ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ฯลฯ ฉะนั้น จึงควรให้แน่ใจว่าเราได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอในแต่ละวัน

งดเนื้อสัตว์ แต่ไม่ขาดโปรตีน

การกินอาหารประเภทปราศจากเนื้อสัตว์ เป็นรูปแบบการกินอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นการกินมังสวิรัติแบบต่างๆ หรือการกินเจแบบของชาวจีน ซึ่งถึงแม้จะมีรายละเอียดของการกินที่แตกต่างกันอยู่บ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ การงดเนื้อสัตว์

ซึ่งถือเป็นแหล่งสำคัญของโปรตีน แต่ข่าวดีก็คือ เนื้อสัตว์ไม่ใช่เพียงแหล่งเดียวของโปรตีน อาหารจากพืชมากมายหลายชนิดต่างมีส่วนประกอบของโปรตีนเช่นเดียวกัน และสิ่งพิเศษของโปรตีนจากพืชเหล่านี้ก็คือ มันยังให้เส้นใยอาหารและสารอาหารเพิ่มเติมที่อาจไม่มีในเนื้อสัตว์ด้วย และอีกข่าวดีก็คือ อาหารจากพืชหลายชนิดมีโปรตีนในปริมาณสูง

ที่ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องกินอาหารเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะได้รับโปรตีนให้เพียงพอ แต่หัวใจสำคัญก็คือ การเลือกอาหารจากพืชที่มีโปรตีนสูง ถึงแม้การกินเจจะเป็นเพียงช่วงเวลาไม่กี่วัน แต่ก็ควรให้แน่ใจว่า คุณไม่ขาดโปรตีนที่จำเป็น เพราะฉะนั้นอย่าลืมเพิ่มอาหารจากพืชที่มีโปรตีนสูงเข้าไปในอาหารของคุณ ในระหว่างที่งดเนื้อสัตว์นี้ด้วย

อาหารทดแทนเนื้อสัตว์ที่ดีต่อสุขภาพ

ขนุน

เราคุ้นเคยกับผลไม้ชนิดนี้เป็นอย่างดี โดยนิยมกินเนื้อสุกของขนุน จนทำให้อาจไม่ตระหนักว่า แท้จริงแล้วผลไม้ชนิดนี้เป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีโปรตีนสูงเป็นอย่างมาก และเนื่องจากขนุนมีลายเส้นของไฟเบอร์คล้ายกับเนื้อสัตว์ ทำให้เวลารับประทานแล้ว จะมีความรู้สึกเหมือนกับกำลังกินเนื้อสัตว์ รวมทั้งได้โปรตีนสูงไม่แพ้เนื้อสัตว์ โดยขนุนดิบ 154 กรัม มีโปรตีนอยู่ถึง 5.4 กรัม ขนุนยังมีสารอาหารสำคัญอย่างแคลเซียมในปริมาณสูงถึง56 มก. ธาตุเหล็ก 1.0 มก. และวิตามินซีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง เช่นเดียวกับเส้นใยอาหารในขนุนที่ช่วยการย่อยอาหาร และทำให้สุขภาพหัวใจดีขึ้น

เห็ด

เห็ดถือเป็นซูเปอร์ฟู้ดสำหรับคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ โดยเห็ด 100 กรัมมีโปรตีน 3.1 กรัม เห็ดมีเนื้อสัมผัสที่นำมาทำอาหารได้หลากหลาย และมีการศึกษาชิ้นหนึ่งที่สนับสนุนโดย Mushroom Council ในสหรัฐฯ ที่ชี้ว่า การกินเห็ดอาจทำให้รู้สึกพึงพอใจและอิ่มได้มากกว่าเนื้อ เห็ดยังมีแคลอรี่ต่ำ และสารอาหารสูง ที่สำคัญก็อย่างเช่นโพลีแซคคาไรด์ ที่กระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน ช่วยยับยั้งการสร้างเอนไซม์บางชนิด เช่น อะโรมาเทส (aromatase) ที่ร่างกายใช้เพื่อสร้างเอสโตรเจน ซึ่งนี่อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม เห็ดยังมีไนอะซินและวิตามินบีอื่นๆ ซึ่งเป็นสารอาหารที่มักพบในเนื้อสัตว์ และไม่ค่อยพบในพืช แต่เห็ดเป็นแหล่งวิตามินบีที่สำคัญของคนกินเจ

ถั่วเปลือกแข็งและธัญพืช

อาหารในกลุ่มนี้อย่างเช่น วอลนัต อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดเจีย เมล็ดแฟล็กซ์ เป็นแหล่งสำคัญของไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เส้นใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และช่วยป้องกันโรคเรื้อรังได้มากมาย การศึกษาเมื่อปี 2017 ในวารสาร Journal of the American College of Cardiology พบว่า การกินถั่วในปริมาณสูง สัมพันธ์กับการลดลงของความเสี่ยง ในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ถั่วต่างๆ ล้วนมีปริมาณโปรตีนสูง เช่น ในปริมาณ 100กรัม เลนทิลมี โปรตีน 9 กรัม วอลนัต มีโปรตีน 15กรัม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีโปรตีน 18 กรัม และอัลมอนด์ มีโปรตีนถึง 21 กรัม

ถั่วเมล็ดและพืชตระกูลถั่ว

ทั้งพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วฝักยาว ถั่วพู ถั่วแขก หรือถั่วเมล็ด เช่น ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ฯลฯ ทั้งหมดล้วนให้ทั้งโปรตีนและสารอาหารที่อาจขาดไปในอาหารเจ เช่น ธาตุเหล็ก …

ต้าเหนิง กัญญาวีร์ กับ 5 เมคอัพเปลี่ยนลุคจากสาวหมวย เป็นสวยอินเตอร์

ต้าเหนิง กัญญาวีร์ กับ 5 เมคอัพเปลี่ยนลุคจากสาวหมวย เป็นสวยอินเตอร์

ต้าเหนิง กัญญาวีร์ กับ 5 เมคอัพเปลี่ยนลุคเสน่ห์ของ ต้าเหนิง ทั้งนอกจอและในจอ คือความสวยสไตล์สาวหมวย จะแต่งหน้า ทำผมลุคไหนก็เพิ่มความสวยอินเตอร์เข้าไปใหญ่

ต้าเหนิง กัญญาวีร์ กำลังเข้มข้น ขั้นลุ้นนาทีต่อนาทีเลย สำหรับละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง ละครแนวแฟมิลี่ดราม่าสุดเดือดของพี่น้อง ตระกูลจิระอนันต์

ทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก แสดงได้ดี อินเนอร์มาเต็ม จนทำให้เป็นละครที่มีกระแสพูดถึงอย่างต่อเนื่อง

ต้าเหนิง

นอกจากพี่น้องตระกูลจิระอนันต์ ที่เป็นตัวเดินเรื่องแล้ว หนึ่งในนักแสดงที่น่าติดตามอย่าง ต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมือง ที่รับบท คิม แม้ไม่ใช่คนในตระกูลจิระอนันต์

แต่ ต้าเหนิง รับบทเป็นคนรู้ใจของ อี้ หรือ ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร เป็นอีกตัวละครที่มาช่วยเพิ่มสีสัน เพิ่มความฟิน เสน่ห์ของ ต้าเหนิง

ทั้งนอกจอและในจอ คือความสวยสไตล์สาวหมวย จะแต่งหน้า ทำผมลุคไหนก็เพิ่มความสวยอินเตอร์เข้าไปใหญ่

ต้าเหนิง

ลุคที่ 1 ลืมการแต่งหน้าแบบเดิมๆ ไปได้เลย เพิ่มความสนุกให้กับใบหน้าด้วยการแต่งหน้า Pastel Punk เพิ่มลูกเล่นให้ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

ต้าเหนิง

ลุคที่ 2 ลุคเบาๆ ก็ยังรอด แต่งหน้าบางๆ โชว์หน้าแบบคลีนๆ ปัดขนคิ้วให้ฟู ตามด้วยปัดมาสคาร่าเพิ่มความโดดเด้ง เพิ่มกลิตเตอร์สีเงินบนเปลือกตา จะได้อีกลุคที่ดูทันสมัยไปอีก

ต้าเหนิง

ลุคที่ 3 ยังคงมากับการแต่งหน้าแบบใสๆ แต่เพิ่มลูกเล่นที่ดวงตาด้วยการกรีดอายไลเนอร์ทั้งหัวและหางตา รับรอง เฉี่ยว

ต้าเหนิง

ลุคที่ 4 แค่แต่งดวงตาให้โดดเด่น ด้วยการเล่นสี เล่นลวดลาย ก็เพิ่มความเริ่ดอย่างลงตัวได้แล้ว

ต้าเหนิง

ลุคที่ 5 เมื่อสาวหมวย เปลี่ยนลุคด้วยการเพิ่ม กระ บนใบหน้าให้เป็นสายฝอ ปัดขนคิ้ว ดัดขนตา เรียวปากทาทินท์ที่ริมฝีปากด้านใน แค่นี้ก็ดดูสวยหวานแล้ว

การแต่งหน้าสามารถเปลี่ยนลุคได้มากมาย สาวหมวย ไม่หมวยก็สามารถเปลี่ยนลุคได้หลากหลายแนวไม่ซ้ำกัน หากยังไม่จุใจ ลองมาดูไอเดียแต่งหน้าสไตล์ต่างๆ ของ สาวต้าเหนิง ได้เลย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

ของมันต้องมี เมื่อ Etude House จับมือ Disney ออกเครื่องสำอาง น่ารักได้อีก

ของมันต้องมี เมื่อ Etude House จับมือ Disney ออกเครื่องสำอาง น่ารักได้อีก

ของมันต้องมี กระเป๋าเงินใบน้อยสั่นไปหมดแล้ว ใครจะอดใจไหวต้องมีหวั่นไหว เสียตัว เอ้ย เสียสตางค์กันบ้างละงานนี้

ของมันต้องมี  โอ้ย โอ้ยย กระเป๋าเงินใบน้อยสั่นไปหมดแล้ว ใครจะอดใจไหวต้องมีหวั่นไหว เสียตัว เอ้ย เสียสตางค์กันบ้างละงานนี้ เมื่อได้เห็นเครื่องสำอางค์ Collection ใหม่ของ Etude House

จากฝั่งเกาหลีและ Disney จากทางญี่ปุ่นจับมือกันส่งเครื่องสำอางรุ่น Limited Edtion จากตัวละคร Mickey & Minnie Mouse และผองเพื่อน มาให้เหล่าสาวกหรือจะไม่สาวกแต่รักความมุ้งมิ้งได้สะสม ไปดูเลยว่ามีอะไรบ้าง รอช้าอยู่ไย

เริ่มกันด้วย Cushion ลาย Minnie Mouse ที่ทางแบรนด์ทำออกมา 2 สี Beige และ Vanilla ซึ่งเจ้า Cushion ตัวนี้มีคุณสมบัติกันแดดถึง SPF 50 และ PA+++ ส่วนขนาดนั้นอยู่ที่ 14 g ..ว้า พูดเยอะจังไปดูรูปความมุ้งมิ้งและเฉดสีกันดีกว่า

1 สี Beige

2 สี Vanilla

ยังคงอยู่กันที่ผลิตภัณฑ์ประเภท Cushion แต่คราวนี้เป็น Corrector ที่มีให้สาวๆ เลือก 2 สี Mint (เขียว) และ Purple (ม่วง) ใครมีปัญหารอยแดงรอยดำ ต้องการกลบสีไหนก็เลือกกันได้ตามใจ

ตัวนี้มาในขนาด 14 g และ SPF34 PA++ ส่วนลายก็ยังคงเป็น Minnie Mouse เหมือน Cushion ตัวแรก แต่มาเป็นหัวโตโตเห็นกันชัดๆ ไปเลย

1.สี Mint (เขียว)

2 สี Purple (ม่วง)

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

น่ารักไม่รู้จบ คอลเลกชั่นล่าสุดจาก Sretsis ที่มาพร้อมกับรองเท้าสุดคิ้วท์

น่ารักไม่รู้จบ คอลเลกชั่นล่าสุดจาก Sretsis ที่มาพร้อมกับรองเท้าสุดคิ้วท์

น่ารักไม่รู้จบ มีแต่คำว่า “น่ารัก” เต็มไปหมดเลย เมื่อได้เห็นคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดจาก Sretsis ที่ชื่อว่า “Magic Hour”

น่ารักไม่รู้จบ สำหรับคอลเลกชั่น Fall – Winter 2018 นั้น Sretsis ต้องการชวนสาวๆ มาปรับทัศนคติเรื่องของวันเวลาที่อาจจะเป็นวันสุดแสนธรรมดา ด้วยมุมมองใหม่ เพื่อให้เราสัมผัสถึงคุณค่าของทุกๆ ชั่วโมงในหนึ่งวัน ซึ่งเราจะได้พบว่าจริงๆ แล้วไม่ว่าจะช่วงเวลาใดก็ล้วนมีความพิเศษในแบบฉบับของมันเอง โดยเชื่อมโยงกับความหมายของโมเมนต์มหัศจรรย์ หรือ “Magic Hour” ที่ช่างภาพรอคอยกดชัตเตอร์เเสงอันสวยงามเกินจริงของท้องฟ้าขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นหรือตกในแต่ละวัน

น่ารักไม่รู้จบ

ยิ่งไปกว่านั้น ความพิเศษของคอลเลกชั่นประจำฤดูกาล Fall-Winter 2018 ก็คือการที่แบรนด์ดีไซเนอร์ไทยได้มีโอกาสร่วมมือกับ Carel (คาเรล) แบรนด์รองเท้าแฟชั่นสัญชาติฝรั่งเศส ร่วมมือสร้างสรรค์รองเท้าดีไซน์สุดคิ้วท์ออกมา เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นนี้ด้วย

โดยในวันงานเปิดตัวคอลเลกชั่น Fall – Winter 2018 MAGIC HOUR พิมพ์ดาว สุขะหุต ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์ และหนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ Sretsis ได้กล่าวว่า

“แฟนตาซีของสเรทซิสในวันนี้ คือการใช้ชีวิตจริงทุกๆ วันอย่างพิถีพิถัน ไม่ใช่เพียงในโลกเสมือนจริงหรือสังคมออนไลน์ ไม่ใช่เพียงอยู่ในจินตนาการของนักออกแบบ แต่ผู้หญิงทุกคนจะดูดีที่สุด เมื่อใส่เสื้อผ้าที่เป็นตัวเองอย่างถูกวาระโอกาส อีกหนึ่งความพิเศษคือเป็นครั้งแรกที่เราได้ร่วมกับคาเรล แบรนด์รองเท้าแฟชั่นสัญชาติฝรั่งเศสที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1952

ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิต การเดินทาง และการแต่งตัวเช่นเดียวกับสเรทซิส ออกแบบรองเท้าลิมิเต็ด อิดิชั่น SRETSIS X CAREL ทรงคลาสสิค KINA ที่มีเอกลักษณ์ด้วยสายคาด 3 เส้นมานำเสนอใหม่ด้วยวัสดุและเฉดสีใหม่ตามแบบสเรทซิส เพื่อช่วยคอมพลีทลุคให้ผู้หญิงสวยได้ทุกช่วงเวลาสำหรับการใช้ชีวิตอย่างพิเศษในทุกๆ วันอย่างแท้จริง”

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com