เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว มีออร่า เป็นเจ้าสาวดูสวยแพงในวันแต่งงาน

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว มีออร่า เป็นเจ้าสาวดูสวยแพงในวันแต่งงาน

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว  ว่าที่เจ้าสาวคนไหนก็อยากจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในวันแต่งงาน โดยเฉพาะการมีผิวขาวใส ออร่าจับ ก็เป็นอีกหนึ่งความใฝ่ฝันของเจ้าสาวทุกคน

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว  ว่าที่เจ้าสาวคนไหนก็อยากจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในวันแต่งงาน โดยเฉพาะการมีผิวขาวใส ออร่าจับ ก็เป็นอีกหนึ่งความใฝ่ฝันของเจ้าสาวทุกคน แม้ว่าสาวหญิงไทยเราจะไม่ใช่คนผิวขาวกันทุกคนก็เถอะ แต่ถ้าสามารถทำให้ผิวคล้ำเสียดูขาวใสขึ้นในอีกระดับหนึ่งได้ ก็น่าจะทำให้ว่าที่เจ้าสาวดูมั่นใจและแต่งหน้าในลุค “เจ้าสาวสวยแพง” ได้ปังยิ่งขึ้น…งั้นมาทางนี้เลย Happy Wedding.Life เรามีเคล็ดลับการดูแลผิวให้ขาวใส ปิ้งๆ จากเจ้าสาวรุ่นพี่มาฝาก หากนำไปใช้ จะทำให้ผิวขาวใสขึ้นได้ชัวร์

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว
1. ไม่โดนแดด

อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ เชียวนะคะ เพราะนี้แหละคือเคล็ดลับขั้นสุดยอดที่เจ้าสาวรุ่นพี่ต่างบอกต่อเป็นเสียงเดียวกันว่า “ว่าที่เจ้าสาวทุกคนที่อยากขาวจำเป็นจะต้องทำมากที่สุด” รู้อย่างนี้แล้ว ใครอยากผิวขาวขึ้น เตรียมตัวหลบเลี่ยงแสงแดดในทุกวิถีทางได้เลย แต่ถ้าจำเป็นจะต้องออกแดดจริงๆ ให้ทาครีมกันแดดทุกครั้ง (อย่างเพียงพอ) ใส่หมวก กางร่ม ใส่เสื้อผ้ามิดชิดก็ช่วยได้

2. สครับผิว

การสคลับผิวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า (ขี้ไคล) ที่เกาะอยู่ตามชั้นผิวในส่วนต่างๆ บนร่างกายเราให้หลุดออกไป ทำให้ผิวใหม่พร้อมรับสู่การบำรุงได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการสคลับผิวนั้น เราสามารถทำได้เองที่บ้านได้ โดยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม อ่อนโยนต่อผิวหรือทำให้เกิดอาการแพ้ และต้องแน่ใจว่าปลอดภัย โดยผู้ที่มีสภาพผิวแห้งควรสครับผิวสัปดาห์ละ 1- 2 ครั้ง ส่วนผู้ที่มีผิวมันควรสครับผิวสัปดาห์ละ 2-4 ครั้ง และทาครีมให้ผิวชุ่มชื้นทุกครั้งหลังสลับ ทำอย่างนี้ไปจนกว่าจะถึงช่วงสัปดาห์ของการเป็นเจ้าสาว

3. ทาครีมบำรุงผิวทั้งในช่วงเช้าและก่อนนอน

ไม่ว่าจะผิวหน้าหรือผิวกาย ถ้าอยากได้ผิวขาวใสสุขภาพดีในช่วง2-3 เดือนก่อนแต่งงาน ครีมบำรุงผิวคือไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลย เพราะครีมบำรุงจะช่วยป้องกันการระเหยของน้ำ เมื่อเราทาครีมบำรุงผิวหลังล้างหน้าก็จะช่วยให้น้ำไม่ระเหยออกไป ผิวไม่ขาดน้ำ แต่ถ้าใครรู้สึกว่าทาครีมแล้วไม่เห็นจะได้ผลเลย ให้ลองทาเซรั่มก่อนทาครีมจะเป็นการส่งผ่านส่วนผสมที่มีประโยชน์ต่างๆ ลงไปในชั้นผิวได้ดียิ่งขึ้น

แทงบอลออนไลน์

4. ทำทรีทเมนต์หน้าใส

อันนี้สำคัญเลยค่ะสำหรับว่าที่เจ้าสาว เพราะการทำทรีทเมนท์จะทำให้ผิวสวยเด้ง หน้าใส เห็นผลขึ้นได้อย่างชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันนี้คลีนิคเสริมสวยมีคอร์สทรีทเมนท์มากมาย เลือกให้ตรงจุดค่ะว่าเราอยากทำอะไร เช่น ทรีทเมนต์หน้าใส ผลัก AHA เข้าสู่ผิว กระชับรูขุมขน ฯลฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องมั่นใจด้วยนะคะว่าจะไม่ทำให้ผิวระคายเคืองหรือเกิดอาการแพ้

5. มองหาช่างแต่งหน้ามืออาชีพ

สุดท้าย เมื่อคุณมีผิวขาวใส สุขภาพดี (ตามธรรมชาติของสีผิวตัวเอง) การแต่งหน้าก็จะง่ายขึ้น ทีนี้ ไม่ว่าจะเมคอัพลุคที่เหมาะกับคุณจะเป็นแบบไหน ก็ทำให้คุณกลายเป็น “เจ้าสาวสวยแพง ออร่าจับ” ในงานแต่งงานของตัวเองได้แล้ว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …

ดื่มน้ำอุ่น สร้างสุขภาพดีให้ร่างกายได้รับเต็มๆ เลือกทานกันให้ครบถ้วนทั้ง 5

ดื่มน้ำอุ่น สร้างสุขภาพดีให้ร่างกายได้รับเต็มๆ เลือกทานกันให้ครบถ้วนทั้ง 5

ดื่มน้ำอุ่น โดยปกติ หากต้องการมีสุขภาพที่แข็งแรงเราจะต้องใส่ใจเรื่องการเลือกรับประทานอาหารกันจริงมั้ยคะ และอาหารหลักๆ ก็ต้องเลือกทานกันให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่เพื่อให้ครบคุณค่าทางโภชนการที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับอย่างพอเหมาะ

ดื่มน้ำอุ่น โดยปกติ หากต้องการมีสุขภาพที่แข็งแรงเราจะต้องใส่ใจเรื่องการเลือกรับประทานอาหารกันจริงมั้ยคะ และอาหารหลักๆ ก็ต้องเลือกทานกันให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่เพื่อให้ครบคุณค่าทางโภชนการที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับอย่างพอเหมาะ นอกเหนือจากอาหารแล้ว เรายังต้องให้ความสำคัญกับการดื่มน้ำด้วย สำหรับใครที่อยากมีสุขภาพดีง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรให้ลำบากกันเลย วันนี้เรามีคำแนะนำง่ายๆ แค่ดื่มน้ำอุ่นเท่านั้นเองค่ะ สำหรับสาวๆ การดื่มน้ำอุ่นยังช่วยในเรื่องรูปร่าง ทำให้หุ่นสวย ผิวพรรณเปล่งปลั่งกระจ่างใสได้ด้วย ว่าแล้วเราก็อย่ารอช้ามาดูกันดีกว่านะคะว่าดื่มน้ำอุ่นแล้วให้ประโยชน์ในการมีสุขภาพดีอย่างไรบ้าง

ดื่มน้ำอุ่น

1. ลดไขมันสะสมภายในร่างกาย

การดื่มน้ำอุ่นจะสามารถป้องกันอาการบวมน้ำภายในร่างกาย ช่วยลดไขมันที่สะสมให้หลุดออกไป ช่วยรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ช่วยในการขยายหลอดเลือดและเพิ่มอัตราการเผาผลาญให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นได้

2. ช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น

เนื่องจากน้ำอุ่นจะเข้าไปช่วยกระตุ้นความรู้สึกอบอุ่นที่บริเวณเยื่อเมือกภายในช่องปาก ซึ่งเป็นการเพิ่มความเร็วในการไหลเวียนโลหิตให้เข้าไปยังกระเพาะอาหาร โดยจะส่งสัญญาณให้สมองรับรู้ว่าอิ่ม เมื่อสมองรู้ว่าอิ่มอาหารเร็วขึ้นเช่นนี้แล้วก็ย่อมสามารถลดการกินอาหารในปริมาณมากเกินไปได้ค่ะ

3. ช่วยปรับสภาพผิวให้กระจ่างใส

สาวที่มีผิวแห้งหรือมีผิวบอบบาง การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยในเรื่องของการขยายหลอดเลือดและเพิ่มการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้นได้ 3,000 มิลลิลิตรต่อนาที ส่งผลให้เอนไซม์ที่อยู่ภายในเซลล์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ยังช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วให้ค่อยๆ หลุดออกอย่างอ่อนโยนในแบบวิถีธรรมชาติ และยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว ไม่ทำให้ผิวพรรณหมองคล้ำลงได้อีกด้วยนะคะ

แทงบอลออนไลน์

4. เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันโรค

น้ำอุ่นที่เราดื่มเข้าไปจะช่วยป้องกันเลือดไม่ให้ข้นกว่าปกติได้ ดังนั้น จึงไม่เป็นต้นเหตุในการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียภายในร่างกายให้แตกขยายมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยปริมาณจำนวนเม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักสำคัญของร่างกาย ส่งผลให้เรามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บหรือเจ็บป่วยยากยิ่งขึ้นค่ะ

ไม่ยากกันเลยใช่มั้ยละคะ สำหรับการดื่มน้ำอุ่น แม้ว่าอากาศบ้านเราจะร้อนจัด หลายคนมักจะหันมาดื่มน้ำเย็นเสียส่วนใหญ่ หากอย่างไรแล้วก็ไม่ควรดื่มน้ำเย็นจัดเกินไปนะคะ เพราะร่างกายจะทำงานหนักในการปรับสภาวะอุณหภูมิภายในให้คงที่ หากใครไม่นิยมดื่มน้ำอุ่นก็อาจจะดื่มน้ำในอุณหภูมิห้องตามปกติก็ได้เช่นกันค่ะ แต่ขอให้ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้วอย่างเพียงพอเท่านี้ก็นับว่าสร้างเสริมสุขภาพดีให้ตัวคุณเองได้สำเร็จแล้วค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.meemodel.com

รังแค แก้คัน อย่างไร ให้หายขาดและมีบุคลิกภาพทำให้มีความมั่นใจ

รังแค แก้คัน อย่างไร ให้หายขาดและมีบุคลิกภาพทำให้มีความมั่นใจ

รังแค แก้คัน เป็นปัญหาที่พบบ่อย และมีผลต่อบุคลิกภาพทำให้คนจำนวนมากขาดความมั่นใจ

รังแค แก้คัน ขุยหรือสะเก็ดสีขาวบนหนังศีรษะ พบบริเวณโคนผม เส้นผม หรืออาจร่วงลงมาเกาะบนปกเสื้อ บริเวณบ่าและไหล่ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อใส่เสื้อสีเข้มรังแคนี้เป็นปัญหาที่พบบ่อย และมีผลต่อบุคลิกภาพทำให้คนจำนวนมากขาดความมั่นใจ

รังแค

รังแคเกิดจากการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังชั้นบนสุดของหนังศีรษะ โดยปกติแล้ววงจรชีวิตของเซลล์ผิวหนังจะมีการแบ่งตัวจากเซลล์ผิวหนังชั้นล่าง และค่อย ๆ เคลื่อนไปยังชั้นบนจนถึงชั้นบนสุดแล้วค่อย ๆ ผลัดหลุดไป เราไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า วงจรนี้ในคนปกติใช้เวลาประมาณ 28 วัน แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหารังแคนั้นวงจรนี้จะเกิดเร็วขึ้นกว่าปกติ ทำให้มีการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังปริมาณมากจนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เป็นแผ่นสะเก็ดสีขาวบนหนังศีรษะ

รังแค อาจไม่มีอาการหรือมีอาการคันหนังศีรษะร่วมด้วย ยิ่งเกาจะทำให้สะเก็ดหลุดลอกมากขึ้น โดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นรังแคหนังศีรษะจะดูปกติ แต่หากพบรังแคร่วมกับมีการอักเสบของหนังศีรษะอาจเป็นเป็นอาการแสดงของโรคผิวหนังบางโรค ได้แก่ โรคผิวหนังอักเสบ Seborrheic Dermatitis ซึ่งนอกจากพบมีผื่นแดง และมีสะเก็ดลอกบริเวณหนังศีรษะแล้ว ยังสามารถพบผื่นบริเวณข้างจมูก คิ้ว, หลังหูได้อีกด้วย การแพ้สารเคมีที่สัมผัสหนังศีรษะ เช่น แพ้น้ำยาย้อมผมก็สามารถทำให้เกิดอักเสบของหนังศีรษะได้ โรคผิวหนังอีกโรคหนึ่งที่มีสะเก็ดหลุดลอกบริเวณหนังศีรษะ คือ โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) ซึ่งการหลุดลอกของสะเก็ดบนหนังศีรษะจะมีความรุนแรงมากขึ้น โดยผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจะพบมีรอยโรคที่หนังศีรษะ รวมถึงบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น ลำตัว, แขนขา, ข้อศอก, หัวเข่า ร่วมกับมีความผิดปกติของเล็บมือเล็บเท้า และอาจมีข้ออักเสบร่วมด้วย

สาเหตุของการเกิดรังแคยังไม่ทราบชัดเจน เชื่อว่าส่วนหนึ่งเกิดจากเชื้อราซึ่งอาศัยอยู่บริเวณรูขุมขนของหนังศีรษะชื่อ Malassezia โดยผู้ป่วยที่มีปัญหารังแคจะมีเชื้อราชนิดนี้มากกว่าคนปกติ การรักษารังแคส่วนหนึ่งจึงมุ่งเน้นการลดจำนวนของเชื้อราชนิดนี้

วิธีการรักษา และป้องกัน

1. เลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่น เนื่องจากน้ำอุ่นจะทำให้หนังศีรษะแห้ง และลอกเป็นขุยได้

2. เลี่ยงการเกาแรง ๆ หรือใช้หวีซี่คมหวีบริเวณหนังศีรษะ

3. ใช้ยาสระผมที่มีส่วนผสมของตัวยาที่สามารถลดจำนวนเชื้อราบนศีรษะ ซึ่งได้แก่ คีโตโคนาโซล ซิงค์ไพรีไทออน ซิลิเนียม ซัลไฟด์ หากมีสะเก็ดหนา และใช้ยาสระผมข้างต้นไม่ทุเลา ให้เปลี่ยนมาใช้ยาสระผมที่มีส่วนผสมของน้ำมันดิน (Tar) จะช่วยลดสะเก็ดได้ดี แต่มีข้อเสียคือ กลิ่นค่อนข้างแรง และอาจทำให้ผมแห้ง แข็งกระด้าง ซึ่งวิธีแก้ไขคือให้ใช้ครีมนวดตามหลังการสระผม ผู้ที่เป็นรังแคควรใช้ยาสระผมเหล่านี้เป็นประจำ โดยช่วงแรกควรสระผม 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หลังจากรังแคลดลงแล้วสามารถลดเหลือ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยแต่ละครั้งที่สระผมควรทิ้งเวลาประมาณ 5-10 นาทีก่อนล้างออก

4. หากกรณีมีหนังศีรษะอักเสบร่วมด้วย การใช้ยาทากลุ่มคอติโคสเตอรอยด์ชนิดน้ำ หรือครีมน้ำนมทาบริเวณหนังศีรษะจะลดอาการแดงอักเสบลงได้ โดยหลังจากสระผมให้ใช้หวีแสกผมออก จากนั้นหยอดยาลงบนบริเวณที่มีการแดงอักเสบของหนังศีรษะ ใช้นิ้วเกลี่ยและคลึงเบา ๆ โดยทายาวันละ 1-2 ครั้ง การอักเสบของหนังศีรษะจะลดลง

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://women.mthai.com

สาวออฟฟิศ ปั้นหุ่น สร้างซิกแพค ภายใน 6 เดือน กินชาไข่มุกได้

สาวออฟฟิศ ปั้นหุ่น สร้างซิกแพค ภายใน 6 เดือน กินชาไข่มุกได้

สาวออฟฟิศ ปั้นหุ่น สร้างซิกแพคมนุษย์เงินเดือนอย่างเราย่อมรู้ดีว่า การเข้างานมาตอกบัตรตอนเช้า ตกเย็นยังต้องฝ่ารถติดกลับบ้าน มันเหนื่อยแสนเหนื่อยเข้าไปอีก เรื่องออกกำลังกายหรอ?

สาวออฟฟิศ ปั้นหุ่น สร้างซิกแพค  มนุษย์เงินเดือนอย่างเราย่อมรู้ดีว่า การเข้างานมาตอกบัตรตอนเช้า ตกเย็นยังต้องฝ่ารถติดกลับบ้าน มันเหนื่อยแสนเหนื่อยเข้าไปอีก เรื่องออกกำลังกายหรอ? ลืมไปได้เลย เพราะกว่าจะถึงบ้านก็หมดเวลาแล้ว แลแม้จะทำงานเครียดแค่ไหน ถ้าได้กินของอร่อยถูกใจ ทุกอย่างก็หายเป็นปลิดทิ้ง คุณไม่ใช่คนเดียวที่คิดแบบนี้ค่ะ คุณลูกไม้ พนักงานสาวออฟฟิศก็เป็นเหมือนกัน

สาวออฟฟิศ ปั้นหุ่น สร้างซิกแพค ภายใน 6 เดือน
สร้างซิกแพค

สาวออฟฟิศ ปั้นหุ่น

กินเก่ง จนสุขภาพพัง
เกิดมาก็อ้วนเลย น้ำหนักมากสุดอยู่ที่ 55 เราเป็นผู้หญิงที่ชอบกิน กินเก่ง กินทุกอย่าง ไม่เคยเลือก เอาอร่อยเอาอิ่มไว้ก่อน ชาไข่มุกแทบทุกวัน เลิกงานดึกก็กินดึก พวกข้าวเหนียวหมูทอด ปิ้งย่าง และที่สำคัญไม่ออกกำลังกายเลย จนมีโอกาสได้ตรวจสุขภาพประจำปี เลยทำให้รู้ว่า เราอายุแค่ 25-26 แต่สุขภาพของเราแก่นำเราไปเยอะมาก ตัวเลขพวกค่าคอเลสเตอรอล ไขมันเลวในร่างกายมันแย่มาก ประกอบกับเราเป็นออฟฟิศซินโดรมหนัก ปวดคอ ปวดข้อมือตลอดเวลา จนเรารู้สึกว่า เราจะปล่อยให้ร่างกายพังแบบนี้ไม่ได้

 

ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ หุ่นคือกำไร
หลังจากที่สุขภาพพัง เราก็เริ่มออกกำลังกายด้วยการโยคะ แรกๆ ทรมานมาก เพราะตัวตึงไปหมด แต่พอทำไปเรื่อยๆ มันก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง อาการปวดลดลง เพื่อนทักว่าผิวพรรณดูสดใสขึ้น กระฉับกระเฉงมากกว่าเดิม ต่อมาเราก็เริ่มมาปฏิวัติเรื่องอาหาร ทำกินเอง เน้นผัด/ต้ม ของทอดแทบไม่ทาน ปรุงหลักๆ ก็ใช้แค่ซอสปรุงรส น้ำมันหอย ไม่ใส่น้ำตาล ผงชูรส น้ำปลานานๆ ใส่ที พยายามกินผักทุกมื้อ ผลไม้จะเลือกกินที่น้ำตาลไม่สูง ส่วนแป้งจะเลือกไม่ขัดสี ข้าวกล้อง ไรซ์เบอร์รี่

เราไม่มี Cheat Day แต่เรามี Cheat Everyday ค่ะ ไม่ได้นับแคเป๊ะๆ แต่จะเลือกทานอาหารดีๆ ส่วนไอติม ชาไข่มุก ก็ยังกินอยู่นะคะ แต่จะกินอาทิตย์ละครั้ง เลือกร้านที่ใช้นมสด เน้นหวานน้อยมากๆ พวกขนมไม่คลีน เราก็กินนะคะ แต่กินให้หายอยาก ที่สำคัญต้องมีสติค่ะ! วันไหนกินเยอะ ก็จะออกกำลังกายเยอะ

หลังจากปรับการกินก็ผอมลง แต่ไม่ฟิต ตัวมันจะลีนๆ แห้งๆ เหี่ยวๆ จากนั้นเราก็เริ่มเข้าฟิตเนส เล่นเวท ออกกำลังกายอย่างจริงจังมาประมาณปีกว่าๆ จนเสพติดและหลงรักการออกกำลังกาย เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองเยอะมาก จากที่เป็นออฟฟิศซินโดรมก็หายไปหมด (เคยไปหาหมอ ฝั่งเข็มแล้วก็ไม่หาย)

พนันออนไลน์

ออกกำลังกาย 5 วัน เว้น 2 วัน
เราจะออกกำลังกาย 5 วัน แล้วก็พัก 2 วัน โดยแบ่งเป็นเวทขา 2 วัน เวทส่วนอื่นสลับๆกัน เช่น หลัง+แขน อีก 2 วัน ส่วนอีกวันจะเป็นการออกแบบ HIIT พวก cardio เราทำทุกวันหลังเวทค่ะ ประมาณ 30 นาที

 

สาวออฟฟิศ จะปั้นซิกแพค ต้องหยุดคิดว่าไม่มีเวลา!
เราปั้นซิกแพคภายในเวลา 6 เดือน ไม่แน่ใจว่าเร็วหรือช้า แต่สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ ต้องมีวินัยในการทานและการออกกำลังกาย พุงไม่ได้สร้างในวันเดียว และไม่สามารถลดได้ในวันเดียวเช่นกัน ทุกอย่างต้องทำต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ส่วนสาวๆ ที่จะเริ่มปั้นซิกแพค ต้องเริ่มจากหยุดคิดว่าไม่มีเวลาค่ะ การจะมีกล้ามท้องสวยๆ ได้จะต้องทำควบคู่กันทั้งทานอาหารดีๆ (70%) และออกกำลังกาย (30%) ค่ะ การออกกำลังกายในที่นี่ไม่ใช่การทำท่าบริหารหน้าท้องต่างๆอย่างเดียวน้า แต่จะต้อง Cardio, Weight training รวมไปถึงการทำ HIIT ควบคู่กันไปกับการคุมอาหาร (*เลือกกินของดีต่อร่างกาย ให้ได้สารอาหารครบและเพียงพอ) เพื่อลดไขมันในร่างกายของเรา (*ลดทั้งตัว ไม่มีลดเฉพาะส่วน) และอีกสองสิ่งสำคัญคือ”วินัยและความสม่ำเสมอ” ทำต่อเนื่อง บางคนอาจเห็นผลเร็ว บางคนใช้เวลาหลายเดือน ขออย่าท้ออย่ายอมแพ้ไปก่อน ซิกแพคมาแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://women.mthai.com

อาหารผิวสวย จากธรรมชาติ คืนผิวหน้าสวยใส ห่างไกลความแก่

อาหารผิวสวย จากธรรมชาติ คืนผิวหน้าสวยใส ห่างไกลความแก่

อาหารผิวสวย จากธรรมชาติ คืนผิวหน้าสวยใส ห่างไกลความแก่ เหล่าผลไม้หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เราดื่มอยู่เป็นประจำ

อาหารผิวสวย จากธรรมชาติ คืนผิวหน้าสวยใส ห่างไกลความแก่ เหล่าผลไม้หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เราดื่มอยู่เป็นประจำ ล้วนมีสารอาหารบำรุงผิวสวยในตัวด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะอาหารผิวสวยดังต่อไปนี้

1.ชาเขียว

ชาเขียว เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพและผิวสวยจากภายในที่สาวๆ หลายคนติดใจ เพราะยังสามารถดื่มเพื่อเรียกคืนความผ่อนคลายให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี และเนื่องจากในชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านการอักเสบได้ ไม่เพียงเท่านั้น งานวิจัยก็ยังบอกไว้อีกด้วยนะว่า การดื่มชาเขียวยังช่วยลดโอกาสของการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ด้วย เพราะชาเขียวมีคุณสมบัติเป็นอาหารต้านแดด ป้องกันรังสี UV ในตัว ทำให้ผิวของเราทนทานต่อแดดมากขึ้น ซึ่งหากสาวคนไหนอยากจะมีผิวสวยใสโดยไม่ต้องพึ่งพาสูตรหน้าใสใดๆ แนะนำให้ดื่มชาเขียววันละประมาณ 3 แก้วใหญ่ๆ ก็จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่บุกรุกเข้ามาทำลายผิวได้แล้ว หรือหากจะนำถุงชาที่ชงแล้วไปแช่ตู้เย็น จากนั้นนำมาวางประคบบนเปลือกตาเพื่อช่วยลดอาการตาบวมตุ่ยตอนเช้าๆ ก็ใช้ได้เหมือนกันนะคะ

อาหารผิวสวยจากธรรมชาติ คืนผิวหน้าสวยใส ห่างไกลความแก่

2.น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอก น้ำมันจากธรรมชาติที่เปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและยังมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านการอักเสบได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญน้ำมันมะกอกยังมีวิตามินอีที่จะช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย นอกจากการนำมาปรุงอาหารหรือเป็นส่วนประกอบในน้ำสลัดแล้ว สาวๆ ยังสามารถนำมาทำเป็นสูตรความงามในการบำรุงผิว ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทาบำรุงผิวริมฝีปากที่แห้งหยาบกร้านให้นุ่มชุ่มชื้น และสาวผิวแห้งก็สามารถนำน้ำมันมะกอกมาทาบำรุงผิวพรรณที่แห้งกร้านได้เช่นเดียวกัน ผิวของคุณจะเนียนนุ่มชุ่มชื้นอย่างสัมผัสได้เลยล่ะ

อาหารผิวสวยจากธรรมชาติ คืนผิวหน้าสวยใส ห่างไกลความแก่

3.สตรอว์เบอร์รี

สตรอว์เบอร์รี เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากกว่าผลส้มและเกรปฟรุตสูง ซึ่งวิตามินซีนี่แหละที่จะช่วยต่อต้านริ้วรอยและความเหี่ยวย่นของผิว ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนจึงทำให้ผิวเปล่งปลั่งเต่งตึงและกระชับยืดหยุ่นยิ่งขึ้น นอกจากบำรุงจากภายในแล้ว ยังสามารถนำผลสตรอว์เบอร์รีมาทำเป็นสูตรหน้าใสอีกด้วย โดยนำผลสดมามาส์กหน้าสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รับรองผิวสาวจะขาวกระจ่างใสยิ่งขึ้นแน่นอน

อาหารผิวสวยจากธรรมชาติ คืนผิวหน้าสวยใส ห่างไกลความแก่

4.ทับทิม

ทับทิม เป็นแหล่งผลไม้ที่เปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างที่ไม่ควรมองข้าม โดยงานวิจัยได้บอกไว้ว่า น้ำทับทิมมีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบและช่วยชะลอความแก่ได้มากกว่าชาเขียว ดังนั้น สาวๆ คนไหนอยากผิวสวย อ่อนเยาว์ ห่างไกลจากริ้วรอยความแก่ แนะนำให้รับประทานทับทิมสดเป็นประจำ หรือหากจะนำมาทำเป็นสูตรหน้าใสผิวสวยก็ได้ โดยนำเมล็ดผลทับทิมมาทำเป็นสครับขัดผิว

อาหารผิวสวยจากธรรมชาติ คืนผิวหน้าสวยใส ห่างไกลความแก่

วิธีทำ เพียงใช้เมล็ดทับทิมสด 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับข้าวโอ๊ต 1 ถ้วย น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ และผสมกับบัตเตอร์มิลค์อีก 2 ช้อนโต๊ะ คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน จากนั้นนำมาสครับลงบนผิวหน้าตามต้องการได้เลย เสร็จแล้วก็พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ก่อนจะล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำทุกสัปดาห์สิคะ รับรองสูตรหน้าใสด้วยเมล็ดทับทิมนี้จะทำให้ผิวหน้าสาวๆ ขาวกระจ่างใสเปล่งประกายออร่าและยังเต่งตึงไร้ริ้วรอยอย่างน่าพึงพอใจทีเดียว

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

เครื่องสําอางถูกและดี 2018 สวยประหยัดในราคาเบา ๆ ไม่เกิน 100 บาท

เครื่องสําอางถูกและดี 2018 สวยประหยัดในราคาเบา ๆ ไม่เกิน 100 บาท

เครื่องสําอางถูกและดี 2018 คัดเน้น ๆ เครื่องสําอางราคาไม่เกิน 100 บาท สำหรับสาว ๆ งบน้อยคนไหนที่อยากจะสวยแบบราคาเบา ๆ ตามมาดูกันเลยว่าไอเทมตัวไหนที่ไม่ควรพลาดกันบ้าง

เครื่องสําอางถูกและดี 2018 สวยประหยัดในราคาเบา ๆ ไม่เกิน 100 บาทสมัยนี้จะมองไปทางไหนเครื่องสำอางก็แพงไปหมด บางชิ้นราคาพุ่งถึงหลักพันหลักหมื่นกันเลยทีเดียว คิดแล้วสาว ๆ งบน้อยที่อยากสวยคงได้แต่มองตาปริบ ๆ กันอยู่ใช่ไหมล่ะคะ ? แต่วันนี้ไม่ต้องน้อยใจเงินในกระเป๋าสตางค์กันอีกแล้ว เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมขอเอาใจคุณสาว ๆ ที่มีงบน้อยเป็นพิเศษ ด้วยการรวบรวมสารพัด เครื่องสําอางถูกและดี 2018 เครื่องสําอางราคาไม่เกิน 100 บาท มาแนะนำกัน งานนี้ใครอยากจะสวยแบบราคาเบา ๆ หรืออยากจะประหยัดเงินค่าเครื่องสำอาง บอกเลยว่าไม่ควรพลาดอย่างแรง

เครื่องสําอางถูกและดี

1.  Nami Make Up Pro CC Ready Cushion

คุชชั่นที่มาในรูปแบบซอง ตัวนี้สาว ๆ สามารถใช้เป็นรองพื้นได้เลยค่ะ ใช้แล้วหน้าจะสวยเนียนกริบ ไม่วอก ไม่ลอย แต่ช่วยให้หน้าดูสว่างขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องผิวหน้าจากแสงแดดได้อีกด้วยนะคะ ราคาซองละ 49 บาท

เครื่องสําอางถูกและดี

2. Miniso Beauty Stick

คอนทัวร์และไฮไลต์ที่มาในรูปแบบแท่ง ตัวนี้เป็นหัวฟองน้ำใช้งานง่ายค่ะ แค่เปิดฝาออกแล้วใช้หัวแปรงปัด ๆ งานนี้ไม่ว่าจะคอนทัวร์เฉดดิ้งให้หน้าพุ่งก็ดีงาม หรือจะไฮไลต์เน้นดั้งให้พุ่งก็ปังสุด ๆ จัดไปเลยค่ะราคาเบา ๆ แค่แท่งละ 99 บาทเท่านั้น

เครื่องสําอางถูกและดี

3. Daiso Satin Smooth Compact Powder SPF 20

แป้งพัฟราคาหลักร้อย แต่คุณภาพคุ้มเกินราคา สำหรับแป้งตัวนี้บอกเลยว่าเนื้อเนียนนุ่มมากค่ะ ทาแล้วช่วยให้ผิวดูผ่องขึ้น บางเบา แต่ปกปิดดีมาก ใช้แล้วไม่หนักหน้า แถมระหว่างวันยังไม่เป็นคราบให้เฟลอีกด้วย ราคาตลับละ 100 บาทค่ะ

เครื่องสําอางถูกและดี

4. Wet n Wild Color Icon Eyeshadow Single

เป็นอายแชโดว์ที่เม็ดสีแน่นเว่อร์ ปาดครั้งเดียวรับรองว่าสีสวยชัด ติดทน แถมยังเกลี่ยง่าย มีให้เลือกถึง 12 เฉดสีตั้งแต่เนื้อแมตต์สีเบสิกไปจนถึงสีแซ่บ ๆ ที่มีชิมเมอร์วิ้งวับกันเลยค่ะ ราคาเพียงตลับละ 99 บาทเท่านั้น

เครื่องสําอางถูกและดี

5. Essence Blossom Dreams Chrome Eyeliner Pen

อายไลเนอร์ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ ตัวนี้เป็นแบบหัวออโตเมติกใช้งานง่ายมากค่ะ แค่หมุน ๆ ออกมาก็เขียนได้แล้ว ที่สำคัญติดทนดีเว่อร์ มีให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ สีขาวประกายมุกและสีม่วงประกายมุกค่ะ ราคาแท่งละ 100 บาท

เครื่องสําอางถูกและดี

6. Mei Linda Sweet Lady Eyebrow

ดินสอเขียนคิ้วแบบหัวเหลี่ยมที่มาพร้อมกับแปรงปัดขนคิ้วในแท่งเดียว ว่ากันว่าเขียนง่ายและติดทน คิ้วดูสวยเป็นธรรมชาติ แม้จะโดนเหงื่อโดนน้ำคิ้วก็ไม่หายระหว่างวัน มี 2 เฉดสีให้เลือกค่ะ ได้แก่ สีน้ำตาล และสีดำ ราคาแท่งละ 100 บาท

เครื่องสําอางถูกและดี

7. Hengfang Mascara Volume Clubbing

ตัวนี้ใคร ๆ ก็เรียกติดปากกันว่า มาสคาร่าตาโต เพราะปัดแล้วขนตาจะงอนเด้งและดูยาวขึ้นค่ะ บอกเลยว่ายิ่งปัดขนตาก็ยิ่งยาว เหมือนติดขนตาปลอมยังไงอย่างงั้น แถมยังติดทน กันน้ำ ไม่แพนด้าระหว่างวัน ล้างออกไม่ยากด้วยค่ะ ราคาประมาณ 60-80 บาท

เครื่องสําอางถูกและดี

8. Cathy Doll Sweety Biscuit Blusher

สำหรับบลัชออนตัวนี้สาว ๆ ต้องหลงรักแน่นอนค่ะ เพราะนอกจากตลับจะน่ารักแล้ว สียังน่ารักมาก ๆ อีกด้วย ทั้งนี้เนื้อบลัชออนก็ยังเนียนละเอียด เม็ดสีแน่น มีชิมเมอร์นิด ๆ ปัดแล้วแก้มจะดูสวยแบ๊วไปอีก มีให้เลือก 3 สีด้วยกันค่ะ ได้แก่ ชมพูเข้ม …

เคล็ดลับ ห้ามพลาด เกี่ยวกับลิปสติก ที่สาวๆ อาจยังไม่รู้มาฝากกัน

เคล็ดลับ ห้ามพลาด เกี่ยวกับลิปสติก ที่สาวๆ อาจยังไม่รู้มาฝากกัน

เคล็ดลับ ห้ามพลาด เกี่ยวกับลิปสติก ที่สาวๆ อาจยังไม่รู้มาฝากกันลิปสติก เป็นอีกหนึ่งเครื่องสำอางเบอร์ต้นๆ ที่คุณสาวๆ ต้องมีติดกระเป๋าและติดโต๊ะเครื่องแป้งแน่นอนอยู่แล้ว นอกจากสีสวยๆ ที่ช่วยเปลี่ยนลุคได้ง่ายๆ

เคล็ดลับ ห้ามพลาด เกี่ยวกับลิปสติก ที่สาวๆ อาจยังไม่รู้มาฝากกันลิปสติก เป็นอีกหนึ่งเครื่องสำอางเบอร์ต้นๆ ที่คุณสาวๆ ต้องมีติดกระเป๋าและติดโต๊ะเครื่องแป้งแน่นอนอยู่แล้ว นอกจากสีสวยๆ ที่ช่วยเปลี่ยนลุคได้ง่ายๆ ในพริบตา ยังมีข้อควรรู้เกี่ยวกับลิปสติกอีก 5 ข้อที่คุณสาวๆ ห้ามมองข้ามมาฝากกัน

1 ลองลิปสติกอย่างไรดี
ถือเป็นมารยาทในการลองลิปสติกตามร้าน ที่จะเอาก้านสำลีแต้มเนื้อลิปสติกขึ้นมาลองทาปาก หรือลองจากลิปสติกโดยตรงแล้วใช้ทิชชู่เช็ดคราบปากของคุณออกจากแท่งลิปสติกนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณสามารถเลี่ยงไม่ให้ปากสัมผัสกับแท่งลิปสติกที่แสนจะเป็นสาธารณะได้ เพียงแต้มลิปสติกลงที่ปลายนิ้ว ซึ่งโทนผิวจะใกล้เคียงกับปากมากกว่าหลังมือเสียอีก แค่นี้ก็สบายใจได้แล้ว

2 ลิปสติกใช้แทนบลัชออนได้นะ
หากพกพาลิปสติกสีนู้ดหรือชมพูอ่อนๆ ไปไหนมาไหนด้วย อาจกลายเป็นตัวช่วยชีวิตคุณเลยก็ได้ เพราะเมื่อไรที่หน้าซีดเกินไป คุณก็สามารถควักมาทาปากและเกลี่ยเบาๆ ที่แก้มได้ด้วย แต้มที่โหนกแก้มเพียงเล็กน้อย จากนั้นใช้นิ้วเกลี่ยให้เข้ากับผิว แค่นี้ก็รอดแล้ว

3 แต่งปากให้ดูอวบอิ่ม
ทำไงดีให้ปากดูอวบเซ็กซี่เหมือนโดนผึ้งต่อย คำตอบไม่ใช่การฉีดโบท็อกค่ะ เป็นเพียงการทาลิปไลเนอร์ให้เลยขอบริมฝีปากออกไปนิดหน่อยก่อนทาลิปสติกสีโปรด จากนั้นก็แต้มลิปกลอสที่กึ่งกลางปากล่างแล้วก็แค่เม้มปากเบาๆ

4 อย่าแต่งตากับปากจัดเต็มพร้อมกัน
ทางที่ดีที่สุดในการแต่งหน้าคือการเลือกทุ่มเทให้กับบริเวณที่คุณดูดีที่สุด เช่นหากคุณมีรูปปากสวย ก็ควรเน้นทาปากเนื้อแมตต์สีสด แทนที่จะแต่งตาเข้มๆ อย่างไรก็ตามเรื่องอารมณ์เราเปลี่ยนแปลงกันได้ ในบางเวลาที่อยากแต่งตาเข้มก็ควรทาปากสีอ่อนเพื่อรักษาบาลานซ์ให้ใบหน้านะจ๊ะ

5 เลี่ยงลิปสติกติดฟัน
มีเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยเลี่ยงไม่ให้ลิปสติกติดฟันได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณทาลิปสติกสีสดๆ อย่างสีแดง เพียงหลังทาลิปสติกเสร็จก็ใช้นิ้วชี้จิ้มเข้าปากแล้วทำปากเหมือนดูดนม แล้วค่อยๆ ดึงนิ้วออก วีธีนี้อาจดูไม่สะอาดไปบ้าง แต่รับรองได้ผลดีกว่าการหนีบปากลงบนกระดาษทิชชูอีกนะ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

กินขนม ช่วงลดน้ำหนัก ยังไงไม่ให้รู้สึกผิด อยากหาของหวานมากินเล่น

กินขนม ช่วงลดน้ำหนัก ยังไงไม่ให้รู้สึกผิด อยากหาของหวานมากินเล่น

กินขนม ช่วงลดน้ำหนัก ยังไงไม่ให้รู้สึกผิด อยากหาของหวานมากินเล่นเข้าใจว่าน้ำตาลเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะฉะนั้นการที่ กินขนมช่วงลดน้ำหนัก ดูเหมือนจะทำให้รู้สึกผิดกับชีวิต แต่จริงๆ แล้ว

กินขนม ช่วงลดน้ำหนัก ยังไงไม่ให้รู้สึกผิด อยากหาของหวานมากินเล่นเข้าใจว่าน้ำตาลเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะฉะนั้นการที่ กินขนมช่วง ลดน้ำหนัก ดูเหมือนจะทำให้รู้สึกผิดกับชีวิต แต่จริงๆ แล้ว เราสามารถกินขนมได้นะ ไม่จำเป็นต้องอดไปตลอด เพียงแต่ต้องมีสติ และกินในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้นเอง สำหรับสาวๆ ที่กำลังลดความอ้วนอยู่ตอนนี้ ถ้าวันไหนรู้สึกน้ำตาลตก อยากหาของหวานมากินเล่น ก็ลองเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ

กินขนมช่วงลดน้ำหนัก

1. แบ่งชิ้นเล็ก กินได้หลายวัน

ในกรณีที่อยากกินทุกวัน กลัวจะห้ามใจไม่ไหว แนะนำวิธีนี้เลยค่ะ แบ่งขนมจากชิ้นใหญ่เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเก็บไว้ในตู้เย็น หยิบมาทานแค่วันละชิ้นก็เพียงพอ นอกจากจะไม่ต้องอดแล้ว คุณยังได้กินขนมหวานของดปรดในทุกวันอีกด้วยค่ะ ลองทำดูนะคะ

2. ให้รางวัลตัวเองกับขนม 1 ชิ้น ใน 1 สัปดาห์

สำหรับคนที่ตั้งใจลดมาอย่างหนัก ถึงเวลาให้รางวัลกับตัวเองบ้างแล้วล่ะค่ะ เพราะยังไงแล้วร่างกายก็ต้องการรสหวานอยู่ดี แต่แนะนำว่าไม่ควรกินเยอะเกินขนาด อย่างเช่นถ้าอยากกินเค้กก็ควรจะเลือกเพียงแค่ 1 ชิ้น ไม่ใช่ 1 ปอนด์ อย่างนี้โอเคนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าให้กินได้เต็มที่ไง แล้วทำไมยังอ้วนอยู่ ฮ่าๆๆ

กินขนมช่วงลดน้ำหนัก

3. ดาร์กช็อคโกแลต

ออริจินัลของแท้ ไม่มีน้ำตาลและครีมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ เป็นประโยชน์กับร่างกายของคุณ ผู้หญิงแบบสุดๆ เพราะนอกจากจะสามารถลดความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลได้แล้ว ยังช่วยทำให้ผิวพรรณดูสดใสอีกด้วยนะคะ ดีขนาดนี้แล้วจะไม่ลองได้ไงเนอะ

4. ขนมหวานแบบคลีน สูตรน้ำตาลน้อย ไขมันต่ำ

เดี๋ยวนี้นอกจากอาหารคลีนแล้ว ยังมีขนมคลีนมาขายกันเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบราวนี่ถั่วแดง ขนมปังข้าวโอ้ต คุ๊กกี้ธัญพืช และอีกสารพัด บลาๆ บางร้านคำนวณแคลอรี่มาให้เรียบร้อย หมดกังวลว่าจะกินเกินโควต้า ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจและสะดวกมากๆ เลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://women.mthai.com

 …

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลืองเมื่อกาลเวลาผ่านไป ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น ริ้วรอยต่างๆ มักเกิดตามมาแต่ทั้งนี้หากเป็นไปตามวัยคงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเท่าไหร่

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลืองเมื่อกาลเวลาผ่านไป ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น ริ้วรอยต่างๆ มักเกิดตามมาแต่ทั้งนี้หากเป็นไปตามวัยคงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเท่าไหร่ แต่ถ้าเมื่อใดริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า เช่น ที่บริเวณหน้าผากมาเร็วจนน่าตกใจแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาสูตรการดูแลตนเองแบบง่ายและประหยัดมาช่วยกันบ้างแล้ว

6 วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

1.ไม่ควรนอนดึก

เป็นอย่างแรกเลยที่ต้องเลิกกระทำ เพราะการนอนที่ไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอทำได้ไม่หมดในค่ำคืนเดียว นานวันเข้าผิวก็จะดูไม่ผ่องใสเกิดริ้วรอยก่อนวัยอย่างเห็นได้ชัด

2.ดื่มน้ำ

เป็นวิธีง่ายๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อผิวเป็นที่สุด น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของร่างกาย การดื่มน้ำที่เพียงพอจะช่วยให้เซลล์ต่างๆ ชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ไม่แห้งกร้าน ไม่ก่อให้เกิดริ้วรอยดังนั้นริ้วรอยบนหน้าผากก็จะหายไปได้ด้วย

3.กินผักและผลไม้มากๆ

ช่วยให้การขับถ่ายดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เพราะผักและผลไม้มีวิตามินที่จำเป็นต่อผิว ช่วยบำรุงผิวอย่างมากมาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์ไม่เสื่อมถอยเร็ว ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ไม่หามากินไม่ได้แล้ว

4.ใช้ครีมบำรุงผิวที่ช่วยลดริ้วรอย

หาครีมดีๆ ที่เหมาะกับใบหน้าสักยี่ห้อหนึ่งที่เหมาะกับผิว เป็นตัวเสริมบำรุงและช่วยลดรอยย่นระหว่างคิ้วได้ ริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์นี้จะได้หายไวๆ

5.นวดผิว

ด้วยการใช้นิ้วมือนวดด้วยตนเองเบาๆ โดยเริ่มจากบริเวณเหนือคิ้วไปหาเนินผม จากนั้นนวดคลึงตามรอยย่นระหว่างคิ้วที่เป็นให้ทั่ว ทำตามรอยย่นจนไปถึงบริเวณขมับ ให้ทำทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นการช่วยบริหารผิวหน้าที่ทำให้รอยยับย่นจางลงได้

6.ทาครีมกันแดด

วิธีนี้สำคัญมาก ใครรู้แล้วเริ่มได้ก่อนนับว่าสุดยอดมาก โดยเพราะแดดคือ ตัวการร้ายที่ทำลายผิวโดยตรง ริ้วรอยต่างๆ ทุกจุดบนใบหน้าจะเกิดเพราะแดดได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นควรทาครีมกันแดดทุกครั้งไม่ว่าจะต้องออกจากบ้านหรือไม่ก็ตาม เพราะแสงแดดสามารถทำร้ายผิวได้ แม้ยามที่อยู่ในอาคารก็ด้วยเช่นกัน

วิธีดูแลผิวเพื่อลดริ้วรอยดังกล่าวหากทำได้เป็นประจำผิวและริ้วรอยจะค่อยๆ ตื้นขึ้น หากไม่ใช่ตามวัยที่ร่วงโรยแล้วก็จะจางหายได้ไม่ยาก แต่ทั้งนี้ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วยบางอย่าง เช่น ควรทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส ไม่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา ซึ่งแบบนี้สาวๆ บางคนไม่รู้ตัว อาการขมวดคิ้วนี่แหละที่เป็นตัวส่งให้ผิวเกิดรอยซ้ำๆ สุดท้ายก็จะกลายเป็นริ้วรอยที่ถาวร ลองทำตามดูกันนะคะ รับรองได้ผลอย่างแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

 …

เคล็ดลับรักษา รอยสิว จาก ธรรมชาติ หยิบมาใช้ลดเลือนรอยสิวให้จางลงได้

เคล็ดลับรักษา รอยสิว จาก ธรรมชาติ หยิบมาใช้ลดเลือนรอยสิวให้จางลงได้

เคล็ดลับรักษา รอยสิว จาก ธรรมชาติ หยิบมาใช้ลดเลือนรอยสิวให้จางลงได้สิวขึ้นหน้าทีไรใช่ว่าพอหลังจากมันหาย… มันจะไม่ทิ้งรอยสิวเอาไว้ให้ดูต่างหน้า ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นสาวๆ ส่วนใหญ่มักซื้อครีมรักษารอยสิวมาใช้เป็นประจำ

เคล็ดลับรักษา รอยสิว จาก ธรรมชาติ หยิบมาใช้ลดเลือนรอยสิวให้จางลงได้สิวขึ้นหน้าทีไรใช่ว่าพอหลังจากมันหาย… มันจะไม่ทิ้งรอยสิวเอาไว้ให้ดูต่างหน้า ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นสาวๆ ส่วนใหญ่มักซื้อครีมรักษารอยสิวมาใช้เป็นประจำ แต่สาวๆ รู้มั้ยคะว่านอกจากครีมรักษารอยสิวแล้ว ยังมีวัตถุดิบจากธรรมชาติอีกหลายชนิดที่สามารถหยิบมาใช้ลดเลือนรอยสิวให้จางลงได้ มาดูกันดีกว่านะคะว่ามีอะไรบ้าง

 เคล็ดลับรักษา

ทีทรีออยล์
นอกจากจะช่วยรักษาสิวได้แล้ว ทีทรีออยล์ยังสามารถนำมานวดตรงรอยสิวได้ด้วยนะคะ โดยทำเป็นประจำ รับรองคุณจะค่อยๆ เห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจแน่นอน

น้ำผึ้ง
ความหอมหวานจากน้ำผึ้งมาพร้อมคุณสมบัติที่จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยในเรื่องของการรักษาสิวและลดเลือนรอยสิวได้ผลอีกด้วย เพียงนำน้ำผึ้งมานวดเบาๆ ลงบนผิวที่ต้องการรักษารอยสิว ทิ้งไว้สัก 20 – 30 นาทีแล้วล้างออก เท่านี้ก็จะช่วยให้รอยสิวจางลงได้แล้วหรือจะนำมาพอกหน้าเป็นประจำทุกวันก็ยังช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้นในตัวได้อย่างน่าทึ่งอีกด้วย

เจลว่านหางจระเข้
อีกหนึ่งคุณสมบัติจากสมุนไพรไทยที่ไม่ควรมองข้าม เพียงนำเนื้อเจลว่านหางจระเข้มาทาแล้วนวดเบาๆ ตรงรอยสิว จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก เท่านี้ก็จะช่วยเคลียร์รอยสิวได้แล้ว

น้ำมะนาว
เนื่องจากน้ำมะนาวมีคุณสมบัติเป็นกรดสูงจึงสามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังได้ ตอนเป็นสิวจะนำมาแต้มสิวให้ยุบลงเร็วก็ได้เช่นกัน สำหรับวิธีลดเลือนรอยสิวนั้นก็ทำได้ง่ายๆ เพียงบีบน้ำมะนาวแล้วผสมกับน้ำสะอาดเล็กน้อย จากนั้นนำมาทาบนรอยสิว ทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงหรือทาทิ้งไว้ก่อนนอนตลอดคืนก็ได้ รับรองว่าน้ำมะนาวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกทำให้รอยสิวจางลงเร็วได้อย่างเร็วขึ้นแน่นอนค่ะ

น้ำมันมะพร้าว
ใช้น้ำมันมะพร้าวมาทาบนรอยสิวจากนั้นนวดวนเบาๆ แล้วปล่อยไว้ประมาณ 30 นาทีจึงล้างหน้าตามปกติ วิตามินจากน้ำมันมะพร้าวจะช่วยเยียวยารอยสิว ทั้งยังบำรุงผิวให้ได้รับการกระตุ้นเพื่อให้เกิดการผลัดเซลล์ใหม่ อีกทั้งวิตามินอีที่มีปริมาณสูงยังช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้นขึ้นได้ด้วย

มันฝรั่ง
มันฝรั่งที่สาวๆ นิยมนำมามาส์กตาเวลาบวมๆ ก็มีส่วนช่วยลดเลือนรอยสิวได้เหมือนกันนะ เพียงฝานมันฝรั่งออกเป็นแผ่นๆ จากนั้นนำมาทาบนรอยสิวปล่อยไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก ทำเป็นประจำก็จะช่วยให้รอยสิวจางลงได้

วัตถุดิบจากธรรมชาติเหล่านี้มาพร้อมสารอาหารมากมาย มีส่วนช่วยทั้งบำรุงผิวและฟื้นฟูเซลล์ที่สึกหรอ ดังนั้น นำมาทาทั้งรักษารอยสิวทีก็ต้องใช้เวลาใจเย็นๆ หน่อยนะคะ แต่รับรองค่ะว่ามันจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจและปลอดภัยแบบไม่ต้องเสียตังค์สักบาท

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.meemodel.com