เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด “กระเพาะอาหาร” เพื่อ “ลดน้ำหนัก”

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด “กระเพาะอาหาร” เพื่อ “ลดน้ำหนัก”

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด ผู้ที่กำลังเผชิญภาวะอ้วน อ้วนมาก ทำอย่างไรก็ไม่สามารถลดน้ำหนักได้ บางคนมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นปัญหาต่อสุขภาพ

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด ผู้ที่กำลังเผชิญภาวะอ้วน อ้วนมาก ทำอย่างไรก็ไม่สามารถลดน้ำหนักได้ บางคนมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นปัญหาต่อสุขภาพ การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก คือ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลง และอาจจะมีการผ่าตัดเพื่อปรับเปลี่ยนทางเดินอาหารใหม่ ทำให้การดูดซึมอาหารลดลงด้วย ทั้ง 2 กลไกนี้จะทำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารแล้วรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และก็ทำให้น้ำหนักลดลงในที่สุด

โดยทั่วไปการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักมี 2 วิธีหลักๆ

วิธีแรก Laparoscopic Sleeve Gastrectomy คือ ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะให้เล็กลงอย่างเดียว วิธีนี้ขนาดกระเพาะจะคล้ายๆ กับไส้กรอกยาวๆ เรียกสั้นๆ ว่า การผ่าตัดแบบ Sleeve

วิธีที่สอง Laparoscopic Gastric Bypass คือ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร และมีการทำทางเดินอาหารใหม่ด้วย ทำให้มีการดูดซึมอาหารลดลง วิธีนี้เรียกสั้นๆ ว่า Bypass

ทั้ง 2 วิธีนี้ ทำให้ผู้ป่วยน้ำหนักลดลงได้ และโรคประจำตัวต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจดีขึ้น หรือในบางครั้งหายขาดได้ วิธีไหนเหมาะกับผู้ป่วยรายไหนขึ้นอยู่ที่น้ำหนัก และโรคประจำตัวต่างๆ ของแต่ละราย

สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก

อันดับแรก ผู้ป่วยต้องตรวจดัชนีมวลกาย หรือ BMI ของตัวเองก่อนว่าเข้าได้กับข้อบ่งชี้ที่กล่าวมาข้างต้น คือมีภาวะโรคอ้วนระดับ 3 ค่าดัชนีมวลกาย หากเข้าได้กับข้อบ่งชี้และได้ลองพยายามลดน้ำหนัก การคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างเต็มที่แล้วไม่สามารถลดน้ำหนักได้ ควรเข้ามาติดต่อที่ คลินิกผ่าตัดรักษาโรคอ้วน ทุกวันอังคาร เวลา 12.00 – 15.00 น. เพื่อพบแพทย์ซึ่งจะมีการพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่าตัด และมีการตรวจร่างกาย ตรวจเลือดทุกระบบ เพื่อดูความพร้อมก่อนการผ่าตัด

นอกจากนั้นต้องพยายามลดน้ำหนักด้วยตัวเองก่อนอย่างน้อย 5-10 % เพื่อการผ่าตัดที่ปลอดภัยมากขึ้น โดยทั่วไปการผ่าตัดจะเป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้อง แผลเล็ก ฟื้นตัวไว นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลระยะสั้น 1-2 คืนก็กลับบ้านได้แล้ว แต่หลังผ่าตัดผู้ป่วยต้องกลับมาตรวจทุกๆ 3 เดือนในช่วง 1 ปีแรก เพื่อดูว่ามีผลแทรกซ้อนระยะยาวหลังผ่าตัดหรือไม่ น้ำหนักลดลงหรือไม่ และโรคประจำตัวต่างๆ ของคนไข้ดีขึ้นหรือไม่

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักเป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาสุขภาพ ไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อรักษาความสวยงาม อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหารไปแล้ว ไม่มีการควบคุมพฤติกรรมด้านการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถกลับมาอ้วนได้เช่นเดิมอีก

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

เคล็ดลับหน้าเด็ก “โบวี่ อัฐมา” ไม่พึ่งแอปก็สวยได้งานนี้ทำเอาตะลึงทั้งโซเชียล

เคล็ดลับหน้าเด็ก “โบวี่ อัฐมา” ไม่พึ่งแอปก็สวยได้งานนี้ทำเอาตะลึงทั้งโซเชียล

เคล็ดลับหน้าเด็ก กลายเป็นข่าวฮือฮาสร้างความสงสัยมาหลายวัน ตั้งแต่ จิ๊บ ปกฉัตร เผยแชทลงไอจีสตอรี่ที่กำลังคุยกับ โบวี่-อัฐมา

เคล็ดลับหน้าเด็ก กลายเป็นข่าวฮือฮาสร้างความสงสัยมาหลายวัน ตั้งแต่ จิ๊บ ปกฉัตร เผยแชทลงไอจีสตอรี่ที่กำลังคุยกับ โบวี่-อัฐมา ที่คล้ายรูปพรีเวดดิ้งกับแฟนหนุ่ม โอม อิทธิศักดิ์ ประเด็นอยู่ตรงที่คำถามของสาวจิ๊บว่า “เอ๋…ยังไง???” ซึ่งทางโบวี่ได้ตอบกลับมาเพียงสั้นๆ “ท้องค่ะ เลยรีบ” งานนี้ทำเอาตะลึงทั้งโซเชียล

นอกจากเรื่องการตั้งแต่จริงหรือแค่ล้อเล่นกับแก๊งเพื่อน เรื่องความอ่อนวัยในวัย 33 ของ สาวโบวี่ นี่แหละค่ะคุณขา ที่สาวๆ อยากรู้เคล็ดลับการดูแลตัวเองให้ดูเด็กเดินคู่แฟนหนุ่มหน้าใสได้แบบเนียนๆ Sanook! Women มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ ตามมาดูกัน

เคล็ดลับหน้าเด็ก

1. ไล่เฉดลิปสติก โบมีเนื้อที่ปากเยอะนิดนึง ถ้าทาสีเดียวจะยิ่งทำให้ปากดูหนา เลยต้องใช้เทคนิคไล่สีลิปสติกเป็นมิติ

2. ต้องมีลิปสติก 2 สี อย่างที่บอกถ้าจะไล่เฉดลิปสติกให้สวย ต้องมีลิปสติก 2 สี โดยจะใช้เทคนิคลงสีด้านในก่อน แล้วก็ทาอีกสีที่ปากด้านนอก

3. เขียนคิ้วเป็นเส้น โบจะไม่ชอบเขียนเป็นปื้นๆ มันจะดูเป็นแท่ง วิธีเขียนคือ การใช้ดินสอเขียนคิ้วเติมเป็นเส้น จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการลากยาวเป็นปื้นๆ ค่ะ

4. ผมยุ่งๆ ฟูๆ โบบำรุงผมทั่วไป โบจะไม่ชอบทำผมเรียบตรง จะชอบให้ผมดูฟู ยุ่งหน่อยๆ ถ้าเราไปบำรุงผมให้เหมือนกับมีน้ำหนักมากๆ มันจะไม่ฟู แล้วผมก็ตกลงมาดูฟีบๆ โบก็เลยชอบให้ผมมันดูแห้งๆ นิดนึง เป็นความชอบส่วนตัวนะคะ

วิธีการการดูแลตัวเองของโบวี่

ที่จริงแล้วโบก็ยังเชื่อในวิธีเบสิกทั้งหลาย การออกกำลังกาย การกินอาหารที่มีประโยชน์ การนอนหลับพักผ่อน เรื่องพวกนี้ถ้าเราทำได้อย่างสม่ำเสมอ มันก็ทำให้เราทั้งแข็งแรง ทั้งรูปร่างดี ผิวพรรณก็ดีตามไปด้วยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ถ่ายยังไงให้สวย 6 วิธี ถ่ายภาพเซลฟี่ ให้สวยเป๊ะ มุมปัง ถ่ายร้อยรูปก็ใช้ได้ร้อยรูป

ถ่ายยังไงให้สวย 6 วิธี ถ่ายภาพเซลฟี่ ให้สวยเป๊ะ มุมปัง ถ่ายร้อยรูปก็ใช้ได้ร้อยรูป

ถ่ายยังไงให้สวย 6 วิธี ถ่ายภาพเซลฟี่ กิจกรรมอย่างหนึ่งที่ไม่ว่าไปไหนเราทุกคนต้องทำก็คือ การถ่ายรูป นั้นเอง แต่เคยเป็นไหมคะที่ไม่ว่าถ่ายยังก็ดูไม่สวย

ถ่ายยังไงให้สวย 6 วิธี ถ่ายภาพเซลฟี่  ฮาโหลสาวๆ กิจกรรมอย่างหนึ่งที่ไม่ว่าไปไหนเราทุกคนต้องทำก็คือ การถ่ายรูป นั้นเอง แต่เคยเป็นไหมคะที่ไม่ว่าถ่ายยังก็ดูไม่สวย ยิ่งลงไอจีด้วยแล้วบอกเลยว่าเหมือนเอาภาพเดิมมาวางเรียงต่อกัน ฮือ ใช่สิก็เราไม่มีแฟนถ่ายให้ ยังไงๆ ก็ได้ถ่ายเซลฟี่ได้ภาพแบบเดิมๆ เฮ้อ พูดแล้วก็ปวดใจ เรื่องหาแฟนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ใครที่กำลังมีปัญหานี้ตามมาทางนี้เลยค่ะ เพราะแทนที่เราจะหาแฟนเรามาเพิ่มเทคนิคการเซลฟี่กันดีกว่า โดยวันนี้เรามีเทคนิคดีๆ ในการเซลฟี่มาฝากสาวๆ กันรับรองว่าภาพที่ออกมาจะดูแตกต่าง และสวยมากขึ้นอย่างแน่นอน เอาล่ะ ถ้าสาวๆ พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลยค่ะ

ถ่ายยังไงให้สวย

1. เลี่ยงแสงทำให้ดูเฟคและประดิษฐ์ นี่เป็นเรื่องยากสำหรับสาวๆ หลายคนที่ไม่ได้รับการฝึกฝนเรื่องการถ่ายภาพ แต่อย่างที่ทุกคนรู้ว่าการถ่ายภาพนั้นแสงสว่างเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยแสงที่ดีที่สุดก็คือแสงของธรรมชาติ เมื่อใดก็ตามที่สาวๆ สามารถหาแสงนี้ได้ เธอก็จะได้ภาพที่สวยและดูละมุนมากขึ้น ตามกฎทั่วไปให้ตรวจดูว่าแหล่งกำเนิดแสงใดที่เลือกใช้อยู่นั้นอยู่ในระดับสายตา คือไม่จ้า หรือมืดจนเกินไปนะคะ โดยเคล็ดลับนี้ใช้ได้กับการถ่ายภาพทุกๆ อย่างนะคะ ไม่ใช่แค่เซลฟี่เท่านั้น

 

2. อย่าหายไปในพื้นหลัง เมื่อถ่ายภาพระยะใกล้ หรือเซลฟี่ให้แน่ใจว่าภาพพื้นหลังของนั้นไม่ได้เป็นสีเดียวกับเส้นผมของเธอ เพราะมันจะทำให้เธอกลืนไปกับพื้นหลังจนแยกไปออก หรือแม้แต่ภาพที่มีพื้นหลังสีน้ำตาลนั้นก็ไม่เหมาะกับผมสีดำ ทั้งนี้ในทางตรงกันข้ามผมสีบลอนด์นั้นก็จะไม่ดูดีกับแสงหรือพื้นหลีงสีขาว นอกจากนี้เรื่องการแต่งหน้าก็ยังสามารถช่วยได้มากทีเดียว เพราะ Contouring จะช่วยในการสร้างภาพลวงตาให้กับผิว เรียกว่าเป็นการสร้างโครงหน้าก่อนที่จะเผยโครงหน้าระยะใกล้นะคะ

 

3. หามุมที่ใช่ สำหรับคนที่เซลฟี่บ่อยๆ จะรู้ว่าเรามักจะได้รับประโยชน์จากการถือกล้องโทรศัพท์ในระดับเหนือสายตา ( เพราะมันจะทำให้สาวๆ ผอมและได้โครงหน้าที่เรียวยาวขึ้น ) แต่ในทางตรงข้ามก็อย่าลืมมันสูงจนเกินไปนะคะ เพราะมันอาจทำให้เกิดแสง และทำให้เห็นถุงใต้ตาถุง จมูกที่ยาวและหน้าผากที่ใหญ่จนเกินไป ดังนั้นถือมันไว้ที่ระดับเหนือสายตาสักหน่อย ยิ้มด้วยรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติพร้อมกับการแต่งหน้าที่ละเอียดอ่อนตามธรรมชาติแค่นี้ก็สวยแล้วค่ะ

 

4. เลือกเสื้อผ้าโทนสีเข้มสักหน่อย ในแง่ของการเลือกเสื้อผ้านั้น เสื้อผ้าสีเข้ม ( เช่น สีน้ำเงินเข้มและสีแดง ) จะทำให้ได้ภาพที่ดูสวยกว่าสีโทนอ่อน เพราะอย่างที่รู้ว่ามันจะทไให้เธอผอมและดูสดใสขึ้น นอกจากสาวๆ ยังสามารถนำภาพนั้นไปแต่งรูปโดยผ่านแอพได้โดยที่มันจะม่หลอกตาจนเกินไปนักด้วยนะคะ

 

5. เคลื่อนไหวบ้างก็ได้ เคยเป็นไหมคะที่ถ่ายเซลฟี่ทีไรได้ภาพที่แข็งๆ ทุกที แต่เราสามารถแก้ไขมันได้ด้วยวิธีที่ง่ายมาก เพียงแค่เวลาที่เซลฟี่ทุกครั้งอย่าลังเลที่จะให้การเคลื่อนไหวของผมชองเธอ เพราะนอกจากมันจะทำให้เธอดูเซ็กซี่ขึ้นแล้ว มันยังทำให้เกิดความเคลื่อนไหว และภาพดูเป็นธรรมชาติขึ้นด้วย ดังนั้นเขย่าและสะบัดผมด้วยนะคะ

 

6. โฟกัสไปที่เลนส์กล้อง การเซลฟี่สิ่งที่สำคัญคือการโฟกัส เธออต้องจิกกล้อง แต่ก็ไม่ใช่จิกจนตาแข็งนะคะ โดยบางครั้งแอปก็สามารถช่วยได้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเสมอไปหากภาพต้นฉบับไม่ดี ลองถามตัวเองว่าภาพที่ได้นั้นมีความสมดุลหรือไม่? ที่ชัดเจนหรือไม่? มองหาแสงที่จะที่ดี และมองไปที่กล้องแค่นี้ก็ได้ภาพสวยๆ แล้วค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมหามุมที่ตัวเองสวยที่สุดด้วยนะคะ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว มีออร่า เป็นเจ้าสาวดูสวยแพงในวันแต่งงาน

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว มีออร่า เป็นเจ้าสาวดูสวยแพงในวันแต่งงาน

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว  ว่าที่เจ้าสาวคนไหนก็อยากจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในวันแต่งงาน โดยเฉพาะการมีผิวขาวใส ออร่าจับ ก็เป็นอีกหนึ่งความใฝ่ฝันของเจ้าสาวทุกคน

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว  ว่าที่เจ้าสาวคนไหนก็อยากจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในวันแต่งงาน โดยเฉพาะการมีผิวขาวใส ออร่าจับ ก็เป็นอีกหนึ่งความใฝ่ฝันของเจ้าสาวทุกคน แม้ว่าสาวหญิงไทยเราจะไม่ใช่คนผิวขาวกันทุกคนก็เถอะ แต่ถ้าสามารถทำให้ผิวคล้ำเสียดูขาวใสขึ้นในอีกระดับหนึ่งได้ ก็น่าจะทำให้ว่าที่เจ้าสาวดูมั่นใจและแต่งหน้าในลุค “เจ้าสาวสวยแพง” ได้ปังยิ่งขึ้น…งั้นมาทางนี้เลย Happy Wedding.Life เรามีเคล็ดลับการดูแลผิวให้ขาวใส ปิ้งๆ จากเจ้าสาวรุ่นพี่มาฝาก หากนำไปใช้ จะทำให้ผิวขาวใสขึ้นได้ชัวร์

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว
1. ไม่โดนแดด

อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ เชียวนะคะ เพราะนี้แหละคือเคล็ดลับขั้นสุดยอดที่เจ้าสาวรุ่นพี่ต่างบอกต่อเป็นเสียงเดียวกันว่า “ว่าที่เจ้าสาวทุกคนที่อยากขาวจำเป็นจะต้องทำมากที่สุด” รู้อย่างนี้แล้ว ใครอยากผิวขาวขึ้น เตรียมตัวหลบเลี่ยงแสงแดดในทุกวิถีทางได้เลย แต่ถ้าจำเป็นจะต้องออกแดดจริงๆ ให้ทาครีมกันแดดทุกครั้ง (อย่างเพียงพอ) ใส่หมวก กางร่ม ใส่เสื้อผ้ามิดชิดก็ช่วยได้

2. สครับผิว

การสคลับผิวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า (ขี้ไคล) ที่เกาะอยู่ตามชั้นผิวในส่วนต่างๆ บนร่างกายเราให้หลุดออกไป ทำให้ผิวใหม่พร้อมรับสู่การบำรุงได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการสคลับผิวนั้น เราสามารถทำได้เองที่บ้านได้ โดยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม อ่อนโยนต่อผิวหรือทำให้เกิดอาการแพ้ และต้องแน่ใจว่าปลอดภัย โดยผู้ที่มีสภาพผิวแห้งควรสครับผิวสัปดาห์ละ 1- 2 ครั้ง ส่วนผู้ที่มีผิวมันควรสครับผิวสัปดาห์ละ 2-4 ครั้ง และทาครีมให้ผิวชุ่มชื้นทุกครั้งหลังสลับ ทำอย่างนี้ไปจนกว่าจะถึงช่วงสัปดาห์ของการเป็นเจ้าสาว

3. ทาครีมบำรุงผิวทั้งในช่วงเช้าและก่อนนอน

ไม่ว่าจะผิวหน้าหรือผิวกาย ถ้าอยากได้ผิวขาวใสสุขภาพดีในช่วง2-3 เดือนก่อนแต่งงาน ครีมบำรุงผิวคือไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลย เพราะครีมบำรุงจะช่วยป้องกันการระเหยของน้ำ เมื่อเราทาครีมบำรุงผิวหลังล้างหน้าก็จะช่วยให้น้ำไม่ระเหยออกไป ผิวไม่ขาดน้ำ แต่ถ้าใครรู้สึกว่าทาครีมแล้วไม่เห็นจะได้ผลเลย ให้ลองทาเซรั่มก่อนทาครีมจะเป็นการส่งผ่านส่วนผสมที่มีประโยชน์ต่างๆ ลงไปในชั้นผิวได้ดียิ่งขึ้น

แทงบอลออนไลน์

4. ทำทรีทเมนต์หน้าใส

อันนี้สำคัญเลยค่ะสำหรับว่าที่เจ้าสาว เพราะการทำทรีทเมนท์จะทำให้ผิวสวยเด้ง หน้าใส เห็นผลขึ้นได้อย่างชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันนี้คลีนิคเสริมสวยมีคอร์สทรีทเมนท์มากมาย เลือกให้ตรงจุดค่ะว่าเราอยากทำอะไร เช่น ทรีทเมนต์หน้าใส ผลัก AHA เข้าสู่ผิว กระชับรูขุมขน ฯลฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องมั่นใจด้วยนะคะว่าจะไม่ทำให้ผิวระคายเคืองหรือเกิดอาการแพ้

5. มองหาช่างแต่งหน้ามืออาชีพ

สุดท้าย เมื่อคุณมีผิวขาวใส สุขภาพดี (ตามธรรมชาติของสีผิวตัวเอง) การแต่งหน้าก็จะง่ายขึ้น ทีนี้ ไม่ว่าจะเมคอัพลุคที่เหมาะกับคุณจะเป็นแบบไหน ก็ทำให้คุณกลายเป็น “เจ้าสาวสวยแพง ออร่าจับ” ในงานแต่งงานของตัวเองได้แล้ว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …

เครื่องสําอางถูกและดี 2018 สวยประหยัดในราคาเบา ๆ ไม่เกิน 100 บาท

เครื่องสําอางถูกและดี 2018 สวยประหยัดในราคาเบา ๆ ไม่เกิน 100 บาท

เครื่องสําอางถูกและดี 2018 คัดเน้น ๆ เครื่องสําอางราคาไม่เกิน 100 บาท สำหรับสาว ๆ งบน้อยคนไหนที่อยากจะสวยแบบราคาเบา ๆ ตามมาดูกันเลยว่าไอเทมตัวไหนที่ไม่ควรพลาดกันบ้าง

เครื่องสําอางถูกและดี 2018 สวยประหยัดในราคาเบา ๆ ไม่เกิน 100 บาทสมัยนี้จะมองไปทางไหนเครื่องสำอางก็แพงไปหมด บางชิ้นราคาพุ่งถึงหลักพันหลักหมื่นกันเลยทีเดียว คิดแล้วสาว ๆ งบน้อยที่อยากสวยคงได้แต่มองตาปริบ ๆ กันอยู่ใช่ไหมล่ะคะ ? แต่วันนี้ไม่ต้องน้อยใจเงินในกระเป๋าสตางค์กันอีกแล้ว เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมขอเอาใจคุณสาว ๆ ที่มีงบน้อยเป็นพิเศษ ด้วยการรวบรวมสารพัด เครื่องสําอางถูกและดี 2018 เครื่องสําอางราคาไม่เกิน 100 บาท มาแนะนำกัน งานนี้ใครอยากจะสวยแบบราคาเบา ๆ หรืออยากจะประหยัดเงินค่าเครื่องสำอาง บอกเลยว่าไม่ควรพลาดอย่างแรง

เครื่องสําอางถูกและดี

1.  Nami Make Up Pro CC Ready Cushion

คุชชั่นที่มาในรูปแบบซอง ตัวนี้สาว ๆ สามารถใช้เป็นรองพื้นได้เลยค่ะ ใช้แล้วหน้าจะสวยเนียนกริบ ไม่วอก ไม่ลอย แต่ช่วยให้หน้าดูสว่างขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องผิวหน้าจากแสงแดดได้อีกด้วยนะคะ ราคาซองละ 49 บาท

เครื่องสําอางถูกและดี

2. Miniso Beauty Stick

คอนทัวร์และไฮไลต์ที่มาในรูปแบบแท่ง ตัวนี้เป็นหัวฟองน้ำใช้งานง่ายค่ะ แค่เปิดฝาออกแล้วใช้หัวแปรงปัด ๆ งานนี้ไม่ว่าจะคอนทัวร์เฉดดิ้งให้หน้าพุ่งก็ดีงาม หรือจะไฮไลต์เน้นดั้งให้พุ่งก็ปังสุด ๆ จัดไปเลยค่ะราคาเบา ๆ แค่แท่งละ 99 บาทเท่านั้น

เครื่องสําอางถูกและดี

3. Daiso Satin Smooth Compact Powder SPF 20

แป้งพัฟราคาหลักร้อย แต่คุณภาพคุ้มเกินราคา สำหรับแป้งตัวนี้บอกเลยว่าเนื้อเนียนนุ่มมากค่ะ ทาแล้วช่วยให้ผิวดูผ่องขึ้น บางเบา แต่ปกปิดดีมาก ใช้แล้วไม่หนักหน้า แถมระหว่างวันยังไม่เป็นคราบให้เฟลอีกด้วย ราคาตลับละ 100 บาทค่ะ

เครื่องสําอางถูกและดี

4. Wet n Wild Color Icon Eyeshadow Single

เป็นอายแชโดว์ที่เม็ดสีแน่นเว่อร์ ปาดครั้งเดียวรับรองว่าสีสวยชัด ติดทน แถมยังเกลี่ยง่าย มีให้เลือกถึง 12 เฉดสีตั้งแต่เนื้อแมตต์สีเบสิกไปจนถึงสีแซ่บ ๆ ที่มีชิมเมอร์วิ้งวับกันเลยค่ะ ราคาเพียงตลับละ 99 บาทเท่านั้น

เครื่องสําอางถูกและดี

5. Essence Blossom Dreams Chrome Eyeliner Pen

อายไลเนอร์ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ ตัวนี้เป็นแบบหัวออโตเมติกใช้งานง่ายมากค่ะ แค่หมุน ๆ ออกมาก็เขียนได้แล้ว ที่สำคัญติดทนดีเว่อร์ มีให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ สีขาวประกายมุกและสีม่วงประกายมุกค่ะ ราคาแท่งละ 100 บาท

เครื่องสําอางถูกและดี

6. Mei Linda Sweet Lady Eyebrow

ดินสอเขียนคิ้วแบบหัวเหลี่ยมที่มาพร้อมกับแปรงปัดขนคิ้วในแท่งเดียว ว่ากันว่าเขียนง่ายและติดทน คิ้วดูสวยเป็นธรรมชาติ แม้จะโดนเหงื่อโดนน้ำคิ้วก็ไม่หายระหว่างวัน มี 2 เฉดสีให้เลือกค่ะ ได้แก่ สีน้ำตาล และสีดำ ราคาแท่งละ 100 บาท

เครื่องสําอางถูกและดี

7. Hengfang Mascara Volume Clubbing

ตัวนี้ใคร ๆ ก็เรียกติดปากกันว่า มาสคาร่าตาโต เพราะปัดแล้วขนตาจะงอนเด้งและดูยาวขึ้นค่ะ บอกเลยว่ายิ่งปัดขนตาก็ยิ่งยาว เหมือนติดขนตาปลอมยังไงอย่างงั้น แถมยังติดทน กันน้ำ ไม่แพนด้าระหว่างวัน ล้างออกไม่ยากด้วยค่ะ ราคาประมาณ 60-80 บาท

เครื่องสําอางถูกและดี

8. Cathy Doll Sweety Biscuit Blusher

สำหรับบลัชออนตัวนี้สาว ๆ ต้องหลงรักแน่นอนค่ะ เพราะนอกจากตลับจะน่ารักแล้ว สียังน่ารักมาก ๆ อีกด้วย ทั้งนี้เนื้อบลัชออนก็ยังเนียนละเอียด เม็ดสีแน่น มีชิมเมอร์นิด ๆ ปัดแล้วแก้มจะดูสวยแบ๊วไปอีก มีให้เลือก 3 สีด้วยกันค่ะ ได้แก่ ชมพูเข้ม …

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลืองเมื่อกาลเวลาผ่านไป ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น ริ้วรอยต่างๆ มักเกิดตามมาแต่ทั้งนี้หากเป็นไปตามวัยคงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเท่าไหร่

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลืองเมื่อกาลเวลาผ่านไป ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น ริ้วรอยต่างๆ มักเกิดตามมาแต่ทั้งนี้หากเป็นไปตามวัยคงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเท่าไหร่ แต่ถ้าเมื่อใดริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า เช่น ที่บริเวณหน้าผากมาเร็วจนน่าตกใจแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาสูตรการดูแลตนเองแบบง่ายและประหยัดมาช่วยกันบ้างแล้ว

6 วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

1.ไม่ควรนอนดึก

เป็นอย่างแรกเลยที่ต้องเลิกกระทำ เพราะการนอนที่ไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอทำได้ไม่หมดในค่ำคืนเดียว นานวันเข้าผิวก็จะดูไม่ผ่องใสเกิดริ้วรอยก่อนวัยอย่างเห็นได้ชัด

2.ดื่มน้ำ

เป็นวิธีง่ายๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อผิวเป็นที่สุด น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของร่างกาย การดื่มน้ำที่เพียงพอจะช่วยให้เซลล์ต่างๆ ชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ไม่แห้งกร้าน ไม่ก่อให้เกิดริ้วรอยดังนั้นริ้วรอยบนหน้าผากก็จะหายไปได้ด้วย

3.กินผักและผลไม้มากๆ

ช่วยให้การขับถ่ายดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เพราะผักและผลไม้มีวิตามินที่จำเป็นต่อผิว ช่วยบำรุงผิวอย่างมากมาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์ไม่เสื่อมถอยเร็ว ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ไม่หามากินไม่ได้แล้ว

4.ใช้ครีมบำรุงผิวที่ช่วยลดริ้วรอย

หาครีมดีๆ ที่เหมาะกับใบหน้าสักยี่ห้อหนึ่งที่เหมาะกับผิว เป็นตัวเสริมบำรุงและช่วยลดรอยย่นระหว่างคิ้วได้ ริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์นี้จะได้หายไวๆ

5.นวดผิว

ด้วยการใช้นิ้วมือนวดด้วยตนเองเบาๆ โดยเริ่มจากบริเวณเหนือคิ้วไปหาเนินผม จากนั้นนวดคลึงตามรอยย่นระหว่างคิ้วที่เป็นให้ทั่ว ทำตามรอยย่นจนไปถึงบริเวณขมับ ให้ทำทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นการช่วยบริหารผิวหน้าที่ทำให้รอยยับย่นจางลงได้

6.ทาครีมกันแดด

วิธีนี้สำคัญมาก ใครรู้แล้วเริ่มได้ก่อนนับว่าสุดยอดมาก โดยเพราะแดดคือ ตัวการร้ายที่ทำลายผิวโดยตรง ริ้วรอยต่างๆ ทุกจุดบนใบหน้าจะเกิดเพราะแดดได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นควรทาครีมกันแดดทุกครั้งไม่ว่าจะต้องออกจากบ้านหรือไม่ก็ตาม เพราะแสงแดดสามารถทำร้ายผิวได้ แม้ยามที่อยู่ในอาคารก็ด้วยเช่นกัน

วิธีดูแลผิวเพื่อลดริ้วรอยดังกล่าวหากทำได้เป็นประจำผิวและริ้วรอยจะค่อยๆ ตื้นขึ้น หากไม่ใช่ตามวัยที่ร่วงโรยแล้วก็จะจางหายได้ไม่ยาก แต่ทั้งนี้ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วยบางอย่าง เช่น ควรทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส ไม่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา ซึ่งแบบนี้สาวๆ บางคนไม่รู้ตัว อาการขมวดคิ้วนี่แหละที่เป็นตัวส่งให้ผิวเกิดรอยซ้ำๆ สุดท้ายก็จะกลายเป็นริ้วรอยที่ถาวร ลองทำตามดูกันนะคะ รับรองได้ผลอย่างแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

 …