7 เคล็ดลับการลดน้ำหนัก อย่างง่ายๆ ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน

7 เคล็ดลับการลดน้ำหนัก อย่างง่ายๆ ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน

7 เคล็ดลับการลดน้ำหนัก เราได้ยิน เคล็ดลับการลดน้ำหนัก กันมาแล้วมากมาย แต่หลายวิธีการก็อาจไม่ได้ผล รวมถึงอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพก็ได้ เราจึงได้ไปหาเคล็ดลับการลดน้ำหนักที่ทำได้ไม่ยาก

7 เคล็ดลับการลดน้ำหนักเราได้ยิน เคล็ดลับการลดน้ำหนัก กันมาแล้วมากมาย แต่หลายวิธีการก็อาจไม่ได้ผล รวมถึงอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพก็ได้ เราจึงได้ไปหาเคล็ดลับการลดน้ำหนักที่ทำได้ไม่ยาก แถมยังได้รับการรับรองจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า สามารถช่วยให้คุณผอมเพรียวได้ดังใจ โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกต่างหาก มาอ่านรายละเอียดกันได้เลย

7 เคล็ดลับการลดน้ำหนัก

1. ลดแป้งและน้ำตาล
งานวิจัยชี้ว่า การลดปริมาณแป้งและน้ำตาลในมื้ออาหาร จะทำให้ไม่หิวบ่อย และกินได้น้อยลง นอกจากนี้การลดแป้งและน้ำตาลจะช่วยลดระดับอินซูลินในร่างกายด้วย ซึ่งการที่ร่างกายมีอินซูลินต่ำ จะทำให้เผาผลาญไขมันได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่เปรียบเทียบการควบคุมน้ำหนักด้วยกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ กับการกินอาหารไขมันต่ำ พบว่ากลุ่มที่กินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก คือกินอาหารที่แทบจะไม่มีส่วนประกอบของแป้งและน้ำตาลเลย สามารถลดน้ำหนักได้มากกว่ากลุ่มที่กินอาหารไขมันต่ำ

2. กินโปรตีน
งานวิจัยพบว่า การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง สามารถเพิ่มการเผาผลาญได้ 80-100 กิโลแคลอรี่ต่อวัน อาหารที่มีโปรตีนสูงยังช่วยลดความอยากอาหารลงได้ 60% และลดความอยากกินของหวานตอนกลางคืนได้ 50% โปรตีนจะควบคุมการทำงานของฮอร์โมนความหิว หรือฮอร์โมนเกรลิน ทำให้เราอิ่มไว ไม่หิวบ่อย และยังมีงานวิจัยเพิ่มเติมที่ให้ข้อมูลว่า ในวัยผู้ใหญ่ วัยทำงาน การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงในตอนเช้า จะทำให้อิ่มนานหลายชั่วโมง และไม่กินจุบจิบในระหว่างวัน ทำให้ได้รับแคลอรี่น้อยลง ซึ่งส่งผลต่อการลดน้ำหนักของเราด้วย

3. กินผักที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ
ผักที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ อย่างเช่น บล็อกโคลี่ ดอกกะหล่ำ ผักโขม มะเขือเทศ ผักคะน้า กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ฯลฯ เป็นทั้งอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ให้วิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยที่มีส่วนช่วยในการขับถ่าย และดีต่อระบบย่อยอาหาร ถ้าการขับถ่ายดีจะส่งผลดีต่อสุขภาพ ทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น

4. กินไขมันดี
การกินไขมัน ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากอยากลดความอ้วนได้เร็ว สามารถกินไขมันได้ โดยเลือกกินไขมันดี อย่างเช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันอะโวคาโด นอกจากนี้ การกินอาหารที่มีไขมันต่ำ ควบคู่กับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำเป็น วิธีลดน้ำหนัก อย่างรวดเร็ว

5. ยกน้ำหนัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ
ถ้าอยากลดน้ำหนักไว ให้ยกน้ำหนัก เพราะเวลาที่คุณกำลังลดความอ้วน การควบคุมอาหารอาจทำให้การเผาผลาญลดลง เนื่องจากคุณกินอาหารน้อยลง แต่การออกกำลังกายแบบ ยกน้ำหนัก จะช่วยรักษาระดับการเผาผลาญของร่างกายไม่ให้ลดลง แม้ว่าคุณจะควบคุมอาหารอยู่ แต่ถ้ากรณีที่ไม่สามารถยกน้ำหนักได้ ลองออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ อย่างการเดิน การวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำแทน มากไปกว่านั้นงานวิจัยยังกล่าวว่า การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ และช่วยลดน้ำหนัก และมีงานวิจัยที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ช่วยลดไขมันช่องท้องอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าไม่สะดวกที่จะออกกำลังกายแบบยกน้ำหนัก ก็ให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะทำให้ลดน้ำหนักได้เร็ว

6. กินอย่างมีสติ
กินอย่างมีสติ หมายถึงการใส่ใจเวลากินอาหาร การมีสติ รู้ตัวว่าเรากำลังกินอะไร กินที่ไหน จะช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้เร็ว เนื่องจากปัจจุบัน เรามักจะทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เช่น กินข้าวไวๆ ในรถ หรือทำงานไปกินไป ไม่ก็กินข้าวหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ ทำให้ไม่รู้ตัวว่ากินอะไรลงไป จนกินมากเกินไปและอ้วนในที่สุด เทคนิคการกินอย่างมีสติที่แนะนำคือ

หาที่นั่งกินให้เรียบร้อย และกินอาหาร
ไม่ทำอย่างอื่นขณะกิน เช่น ดูทีวี หรือเล่นโทรศัพท์
กินช้าๆ เคี้ยวจนอาหารกลายเป็นเนื้อร่วน เหลว จะช่วยให้ลดน้ำหนักไวขึ้น เพราะกว่าร่างกายจะส่งสัญญาณไปที่สมองว่าอิ่มแล้ว ต้องใช้เวลา การกินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด จะทำให้อิ่ม แถมยังดีต่อระบบย่อยอาหารด้วย

7. นอนหลับ อย่างมีคุณภาพ

มีงานวิจัยหลายงานวิจัยที่บอกว่าการนอนน้อยกว่า 5-6 ชั่วโมง ทำให้น้ำหนักขึ้น งานวิจัยแนะนำว่า การนอนดึก นอนไม่พอ จะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดี แถมการนอนหลับไม่เพียงพอ ยังทำให้ร่างกายมีฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนเครียด และฮอร์โมนอินซูลิน มากอีกด้วย ซึ่งฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดจะทำให้ร่างกายรักษาไขมันไว้ ส่งผลให้เผาผลาญไขมันน้อย ดังนั้น จึงควรเข้านอนก่อน 5 ทุ่ม นอนให้ครบ 7 ชั่วโมง และนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ก็จะช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้เร็ว Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

 …

10 อาหารซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วย “ลดน้ำหนัก” เราลดพลังงานส่วนเกินจากอาหาร

10 อาหารซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วย “ลดน้ำหนัก” เราลดพลังงานส่วนเกินจากอาหาร

10 อาหารซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วย “ลดน้ำหนัก” เป็นเรื่องดีที่สมัยนี้มีคนที่พยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ถูกต้อง นั่นคือ การออกกำลังกาย และควบคุมอาหาร เมื่อไรก็ตามที่เราลดพลังงานส่วนเกินจากอาหาร และเผาผลาญพลังงานส่วนเกินในร่างกายออกมาผ่านการออกกำลังกายแล้ว

10 อาหารซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วย นอกจากการวินัยในการควบคุมอาหาร และออกกำลังกายแล้ว ยังมีตัวช่วยดีๆ อย่างซูเปอร์ฟู้ดทั้ง 10 ชนิดที่จะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นผลเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย เลือกทานได้ตามใจชอบได้เลย

10 อาหารซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วย

1. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีใยอาหารสูง ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย มีรสชาติหวานตามธรรมชาติ สีเข้มๆ เป็นข้อพิสูจน์ถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่สูง ช่วยต่อต้านโรคต่างๆ ได้มากมาย

หากหาผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สดๆ ไม่ได้ สามารถหาซื้อผลไม้แช่แข็งมาทานกับโยเกิร์ต ซีเรียล หรือทานเป็นของว่างระหว่างวันได้

2. ปลา

ปลาเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี มีไขมันดีโอเมก้า-3 ที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ สามารถหาทานได้ทั้งแบบสด แช่แข็ง หรือกระป๋อง ปลาที่อยากแนะนำคือ แซลมอน ทูน่า แมคเคอเรล แฮริง เทราต์ แอนโชวี่ และซาร์ดีน

3. ผักใบเขียว

ผักที่มีใบสีเขียวเข้มเป็นแหล่งวิตามินเอ วิตามินซี และแคลเซียมชั้นดี และยังมีสารพฤกษเคมี (สารเคมีที่สร้างโดยพืช มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์) และยังเพิ่มใยอาหารให้กับร่างกายได้ขับถ่ายอย่างคล่องตัวอีกด้วย

มื้อหน้าอย่าลืมเพิ่มผักคะน้า ปวยเล้ง ผักกาดผอม และอักใบเขียวอื่นๆ ลงไปในมื้ออาหารของคุณด้วยล่ะ

4. ถั่ว

ไม่ว่าจะเป็นถั่วชนิดไหน เฮเซลนัท อัลมอนด์ พีคาน ฯลฯ ก็เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่ดีต่อร่างกาย ด้วยกันทั้งนั้น แถมยังมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ช่วยในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจอีกด้วย

ลองเพิ่มถั่วลงไปในมื้ออาหารของคุณ เช่น ใส่ถั่วลงไป 1 กำมือในโยเกิร์ต หรือทานเป็นอาหารว่างแทนขนมได้ แต่อย่าลืมว่าถั่วเป็นอาหารให้พลังงาน ดังนั้นอย่าเผลอทานเยอะเกินไป

เพราะอาจจะเพิ่มพลังงานให้กับมื้ออาหารของคุณมากจนเกินความต้องการแทน

5.น้ำมันมะกอก

ใครๆ ก็รู้ดีว่าน้ำมันมะกอกมีประโยชน์ต่อร่างกายเพราะมีไขมันที่ดีต่อร่างกายอยู่สูง นอกจากนี้ยังมีวิตามินอี โพลีฟีนอลที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ที่ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ รวมถึงโรคหัวใจอีกด้วย

ใช้น้ำมันมะกอกในการปรุงอาหารแทนการใช้เนย หรือมาการีน ราดบนผักสลัด ผสมในน้ำสลัด หรือใช้ผัดผักแบบเร็วๆ ก็ได้

6. โฮลเกรน

เราสามารถทานโฮลเกรนได้จากขนมปังที่ใส่โฮลเกรนเยอะๆ หรือโฮลเกรนที่อัดมาเป็นแท่ง รวมถึงธัญพืชต่างๆ ที่แยกมาเป็นแต่ละชนิด โฮลเกรนเหล่านี้อุดมไปด้วยวิตามินบี แร่ธาตุ

และโพลีฟีนอล ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ และเบาหวาน เราสามารถทานโฮลเกรนได้ง่ายๆ เพียงทานข้าวกล้อง แทนข้าวขาว

ผสมควินัวลงไปในข้าวก่อนหุง ผสมเมล็ดเจียลงไปในสลัด หรือขนมที่ทาน ละเลือกทานขนมปังโฮลวีตแทนขนมปังขาว

7. โยเกิร์ต

โยเกิร์ตเป็นแหล่งโปรตีน และแคลเซียมชั้นดี นอกจากนี้ยังมีโพรไบโอติกส์ที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย เป็นเป็นแบคทีเรียที่ดีต่อร่างกาย ช่วยปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย

ลองทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แล้วใส่ผลไม้สด ดีกว่าการทานโยเกิร์ตรสผลไม้สำเร็จรูป เพราะมีน้ำตาลมากกว่า และก่อนซื้อโยเกิร์ตมาทาน

สังเกตที่ฉลากด้วยว่ามีแบคทีเรีย Lactobacillus, L. acidophilus, L. bulgaricus, หรือ S. thermophilus. หรือไม่

8. ผักประเภทกะหล่ำ

ผักประเภทกะหล่ำ เช่น บร็อกโคลี่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว ดอกกะหล่ำ และอื่นๆ เป็นผักที่มีใยอาหาร มีวิตามิน และโพลีฟีนอลที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งด้วย

9. ถั่วเมล็ดแห้ง

ถั่วตระกูล Legumes คือถั่วเมล็ดแห้งที่เป็นถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วลิสง และถั่วขาว มีใยอาการ โฟเลต และโปรตีน

ซึ่งสารอาหารในถั่วประเภทนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ อย่าลืมหาถั่วเหล่านี้มาทานเป็นอาหารว่าง รวมถึงใส่ลงไปในอาหารจานหลักบ้างนะ

10. มะเขือเทศ

วิตามินมีวิตามินซีสูงเมื่อทานสด แต่เมื่อปรุงสุกก็ยังมีประโยชน์เพราะมีไลโคปีนสูง เพราะฉะนั้นเราสามารถเลอกทานมะเขือเทศได้ทั้งสด และปรุงสุก

นอกจากผิวสวยใสเปล่าปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว หากทานมะเขือเทศปรุงสุกจะช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากสำหรับท่านชายอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

หมดกังวล กับปัญหาเซลลูไลท์ มากวนใจ แค่ทำตาม 3 วิธีนี้

หมดกังวล กับปัญหาเซลลูไลท์ มากวนใจ แค่ทำตาม 3 วิธีนี้

หมดกังวล กับปัญหาเซลลูไลท์ มากวนใจ เซลลูไลท์ เกิดจากการเคลื่อนตัวขึ้นมาของบรรดาเซลล์ไขมัน และมาสะสมกันอยู่บริเวณภายใต้ชั้นผิวหนัง

หมดกังวล กับปัญหาเซลลูไลท์ มากวนใจ เซลลูไลท์ เกิดจากการเคลื่อนตัวขึ้นมาของบรรดาเซลล์ไขมัน และมาสะสมกันอยู่บริเวณภายใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งก็เกิดขึ้นได้ทั้งกับผู้หญิงที่มีรูปร่างอ้วนและผอมบางเลยทีเดียว โดยบริเวณที่มีเซลลูไลท์จะมีลักษณะคล้ายเปลือกส้ม ไม่เรียบเนียน ไม่สม่ำเสมอ จึงทำให้สาวๆ รู้สึกขาดความมั่นใจได้เป็นอย่างมาก แต่การจะกำจัดเซลลูไลท์ให้หมดไปก็ทำได้ไม่ยากเลย ซึ่งเราก็มีวิธีง่ายๆ แต่ได้ผลจริงมาแนะนำเช่นกัน โดยมีวิธีไหนบ้างก็ต้องไปดูและลองทำตามกันเลย

หมดกังวล

1.ออกกำลังกายเพื่อสลายเซลลูไลท์

การออกกำลังกายเพื่อสลายเซลลูไลท์นี้ ควรมุ่งเน้นการออกกำลังกายเฉพาะส่วน เนื่องจากเซลลูไลท์มักจะมีขึ้นมาตามร่างกายเพียงไม่กี่จุด เช่น ต้นขา สะโพก หรือก้น และตามข้อพับต่างๆ ดังนั้นการออกกำลังกายเฉพาะส่วนจึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์มากกว่าการออกกำลังกายแบบทั้งตัว เพราะจะช่วยสลายเซลลูไลท์แบบเฉพาะจุดได้อย่างดีเยี่ยม โดยวิธีการออกกำลังกายที่แนะนำ ได้แก่ การสควอทเพื่อให้ก้นและต้นขากระชับ การเล่นโยคะที่มีท่าเพื่อลดแขน และขา เป็นต้น

2.การคุมอาหาร

ไม่ว่าเราจะออกกำลังกายมากแค่ไหน หากละเลยการควบคุมอาหาร ก็ยากที่จะบรรลุเป้าหมายในการกำจัดเซลลูไลท์ให้อยู่หมัดได้ โดยเราควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวาน หรือมีน้ำตาลสูงอย่างเด็ดขาด ซึ่งทางที่ดีควรหันมาทานอาหารคลีนเป็นหลัก เพราะนอกจากจะฮิตติดกระแสแล้ว ก็ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของเราอีกด้วย โดยเฉพาะการช่วยกำจัดเซลลูไลท์ให้หมดไป โดยเราก็สามารถหาซื้ออาหารคลีนได้ตามร้านที่จำหน่ายอาหารคลีน หรือจะลองหาวิธีทำและซื้อวัตถุดิบมาลงมือเข้าครัวเองเลยก็ได้ ซึ่งหากทานอาหารคลีนเป็นประจำ และควบคุมอาหารได้ดังนี้ การกำจัดเซลลูไลท์ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

3.การนวด

รู้หรือไม่ การนวดนอกจากจะช่วยสร้างความผ่อนคลายจากการเหนื่อยล้าในการทำงานได้ดีแล้ว ยังช่วยสลายเซลลูไลท์ตามส่วนต่างๆได้อีกด้วย โดยแนะนำให้นวดด้วยการใช้ครีมสลายเซลลูไลท์เป็นตัวช่วย เพราะจะทำให้กำจัดเซลลูไลท์ได้รวดเร็วกว่าเดิม แต่ก็ต้องเลือกครีมนวดที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานการผลิตด้วยเช่นกัน

ไม่ยากเลยใช่ไหม สำหรับวิธีการกำจัดเซลลูไลท์ที่เป็นปัญหาใหญ่ของสาวๆ เพียงทำตาม 3 วิธีนี้ ก็จะทำให้คุณบอกลาเซลลูไลท์ได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังทำให้ผิวดูสวยเรียบเนียน และมีสุขภาพที่ดีกว่าเดิมอีกด้วย เพราะฉะนั้นห้ามพลาด

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

กินขนม ช่วงลดน้ำหนัก ยังไงไม่ให้รู้สึกผิด อยากหาของหวานมากินเล่น

กินขนม ช่วงลดน้ำหนัก ยังไงไม่ให้รู้สึกผิด อยากหาของหวานมากินเล่น

กินขนม ช่วงลดน้ำหนัก ยังไงไม่ให้รู้สึกผิด อยากหาของหวานมากินเล่นเข้าใจว่าน้ำตาลเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะฉะนั้นการที่ กินขนมช่วงลดน้ำหนัก ดูเหมือนจะทำให้รู้สึกผิดกับชีวิต แต่จริงๆ แล้ว

กินขนม ช่วงลดน้ำหนัก ยังไงไม่ให้รู้สึกผิด อยากหาของหวานมากินเล่นเข้าใจว่าน้ำตาลเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะฉะนั้นการที่ กินขนมช่วง ลดน้ำหนัก ดูเหมือนจะทำให้รู้สึกผิดกับชีวิต แต่จริงๆ แล้ว เราสามารถกินขนมได้นะ ไม่จำเป็นต้องอดไปตลอด เพียงแต่ต้องมีสติ และกินในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้นเอง สำหรับสาวๆ ที่กำลังลดความอ้วนอยู่ตอนนี้ ถ้าวันไหนรู้สึกน้ำตาลตก อยากหาของหวานมากินเล่น ก็ลองเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ

กินขนมช่วงลดน้ำหนัก

1. แบ่งชิ้นเล็ก กินได้หลายวัน

ในกรณีที่อยากกินทุกวัน กลัวจะห้ามใจไม่ไหว แนะนำวิธีนี้เลยค่ะ แบ่งขนมจากชิ้นใหญ่เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเก็บไว้ในตู้เย็น หยิบมาทานแค่วันละชิ้นก็เพียงพอ นอกจากจะไม่ต้องอดแล้ว คุณยังได้กินขนมหวานของดปรดในทุกวันอีกด้วยค่ะ ลองทำดูนะคะ

2. ให้รางวัลตัวเองกับขนม 1 ชิ้น ใน 1 สัปดาห์

สำหรับคนที่ตั้งใจลดมาอย่างหนัก ถึงเวลาให้รางวัลกับตัวเองบ้างแล้วล่ะค่ะ เพราะยังไงแล้วร่างกายก็ต้องการรสหวานอยู่ดี แต่แนะนำว่าไม่ควรกินเยอะเกินขนาด อย่างเช่นถ้าอยากกินเค้กก็ควรจะเลือกเพียงแค่ 1 ชิ้น ไม่ใช่ 1 ปอนด์ อย่างนี้โอเคนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าให้กินได้เต็มที่ไง แล้วทำไมยังอ้วนอยู่ ฮ่าๆๆ

กินขนมช่วงลดน้ำหนัก

3. ดาร์กช็อคโกแลต

ออริจินัลของแท้ ไม่มีน้ำตาลและครีมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ เป็นประโยชน์กับร่างกายของคุณ ผู้หญิงแบบสุดๆ เพราะนอกจากจะสามารถลดความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลได้แล้ว ยังช่วยทำให้ผิวพรรณดูสดใสอีกด้วยนะคะ ดีขนาดนี้แล้วจะไม่ลองได้ไงเนอะ

4. ขนมหวานแบบคลีน สูตรน้ำตาลน้อย ไขมันต่ำ

เดี๋ยวนี้นอกจากอาหารคลีนแล้ว ยังมีขนมคลีนมาขายกันเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบราวนี่ถั่วแดง ขนมปังข้าวโอ้ต คุ๊กกี้ธัญพืช และอีกสารพัด บลาๆ บางร้านคำนวณแคลอรี่มาให้เรียบร้อย หมดกังวลว่าจะกินเกินโควต้า ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจและสะดวกมากๆ เลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://women.mthai.com

 …