7 เคล็ดลับการลดน้ำหนัก อย่างง่ายๆ ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน

7 เคล็ดลับการลดน้ำหนัก อย่างง่ายๆ ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน

7 เคล็ดลับการลดน้ำหนัก เราได้ยิน เคล็ดลับการลดน้ำหนัก กันมาแล้วมากมาย แต่หลายวิธีการก็อาจไม่ได้ผล รวมถึงอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพก็ได้ เราจึงได้ไปหาเคล็ดลับการลดน้ำหนักที่ทำได้ไม่ยาก

7 เคล็ดลับการลดน้ำหนักเราได้ยิน เคล็ดลับการลดน้ำหนัก กันมาแล้วมากมาย แต่หลายวิธีการก็อาจไม่ได้ผล รวมถึงอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพก็ได้ เราจึงได้ไปหาเคล็ดลับการลดน้ำหนักที่ทำได้ไม่ยาก แถมยังได้รับการรับรองจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า สามารถช่วยให้คุณผอมเพรียวได้ดังใจ โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกต่างหาก มาอ่านรายละเอียดกันได้เลย

7 เคล็ดลับการลดน้ำหนัก

1. ลดแป้งและน้ำตาล
งานวิจัยชี้ว่า การลดปริมาณแป้งและน้ำตาลในมื้ออาหาร จะทำให้ไม่หิวบ่อย และกินได้น้อยลง นอกจากนี้การลดแป้งและน้ำตาลจะช่วยลดระดับอินซูลินในร่างกายด้วย ซึ่งการที่ร่างกายมีอินซูลินต่ำ จะทำให้เผาผลาญไขมันได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่เปรียบเทียบการควบคุมน้ำหนักด้วยกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ กับการกินอาหารไขมันต่ำ พบว่ากลุ่มที่กินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก คือกินอาหารที่แทบจะไม่มีส่วนประกอบของแป้งและน้ำตาลเลย สามารถลดน้ำหนักได้มากกว่ากลุ่มที่กินอาหารไขมันต่ำ

2. กินโปรตีน
งานวิจัยพบว่า การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง สามารถเพิ่มการเผาผลาญได้ 80-100 กิโลแคลอรี่ต่อวัน อาหารที่มีโปรตีนสูงยังช่วยลดความอยากอาหารลงได้ 60% และลดความอยากกินของหวานตอนกลางคืนได้ 50% โปรตีนจะควบคุมการทำงานของฮอร์โมนความหิว หรือฮอร์โมนเกรลิน ทำให้เราอิ่มไว ไม่หิวบ่อย และยังมีงานวิจัยเพิ่มเติมที่ให้ข้อมูลว่า ในวัยผู้ใหญ่ วัยทำงาน การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงในตอนเช้า จะทำให้อิ่มนานหลายชั่วโมง และไม่กินจุบจิบในระหว่างวัน ทำให้ได้รับแคลอรี่น้อยลง ซึ่งส่งผลต่อการลดน้ำหนักของเราด้วย

3. กินผักที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ
ผักที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ อย่างเช่น บล็อกโคลี่ ดอกกะหล่ำ ผักโขม มะเขือเทศ ผักคะน้า กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ฯลฯ เป็นทั้งอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ให้วิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยที่มีส่วนช่วยในการขับถ่าย และดีต่อระบบย่อยอาหาร ถ้าการขับถ่ายดีจะส่งผลดีต่อสุขภาพ ทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น

4. กินไขมันดี
การกินไขมัน ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากอยากลดความอ้วนได้เร็ว สามารถกินไขมันได้ โดยเลือกกินไขมันดี อย่างเช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันอะโวคาโด นอกจากนี้ การกินอาหารที่มีไขมันต่ำ ควบคู่กับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำเป็น วิธีลดน้ำหนัก อย่างรวดเร็ว

5. ยกน้ำหนัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ
ถ้าอยากลดน้ำหนักไว ให้ยกน้ำหนัก เพราะเวลาที่คุณกำลังลดความอ้วน การควบคุมอาหารอาจทำให้การเผาผลาญลดลง เนื่องจากคุณกินอาหารน้อยลง แต่การออกกำลังกายแบบ ยกน้ำหนัก จะช่วยรักษาระดับการเผาผลาญของร่างกายไม่ให้ลดลง แม้ว่าคุณจะควบคุมอาหารอยู่ แต่ถ้ากรณีที่ไม่สามารถยกน้ำหนักได้ ลองออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ อย่างการเดิน การวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำแทน มากไปกว่านั้นงานวิจัยยังกล่าวว่า การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ และช่วยลดน้ำหนัก และมีงานวิจัยที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ช่วยลดไขมันช่องท้องอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าไม่สะดวกที่จะออกกำลังกายแบบยกน้ำหนัก ก็ให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะทำให้ลดน้ำหนักได้เร็ว

6. กินอย่างมีสติ
กินอย่างมีสติ หมายถึงการใส่ใจเวลากินอาหาร การมีสติ รู้ตัวว่าเรากำลังกินอะไร กินที่ไหน จะช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้เร็ว เนื่องจากปัจจุบัน เรามักจะทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เช่น กินข้าวไวๆ ในรถ หรือทำงานไปกินไป ไม่ก็กินข้าวหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ ทำให้ไม่รู้ตัวว่ากินอะไรลงไป จนกินมากเกินไปและอ้วนในที่สุด เทคนิคการกินอย่างมีสติที่แนะนำคือ

หาที่นั่งกินให้เรียบร้อย และกินอาหาร
ไม่ทำอย่างอื่นขณะกิน เช่น ดูทีวี หรือเล่นโทรศัพท์
กินช้าๆ เคี้ยวจนอาหารกลายเป็นเนื้อร่วน เหลว จะช่วยให้ลดน้ำหนักไวขึ้น เพราะกว่าร่างกายจะส่งสัญญาณไปที่สมองว่าอิ่มแล้ว ต้องใช้เวลา การกินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด จะทำให้อิ่ม แถมยังดีต่อระบบย่อยอาหารด้วย

7. นอนหลับ อย่างมีคุณภาพ

มีงานวิจัยหลายงานวิจัยที่บอกว่าการนอนน้อยกว่า 5-6 ชั่วโมง ทำให้น้ำหนักขึ้น งานวิจัยแนะนำว่า การนอนดึก นอนไม่พอ จะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดี แถมการนอนหลับไม่เพียงพอ ยังทำให้ร่างกายมีฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนเครียด และฮอร์โมนอินซูลิน มากอีกด้วย ซึ่งฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดจะทำให้ร่างกายรักษาไขมันไว้ ส่งผลให้เผาผลาญไขมันน้อย ดังนั้น จึงควรเข้านอนก่อน 5 ทุ่ม นอนให้ครบ 7 ชั่วโมง และนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ก็จะช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้เร็ว Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

 …

ฟักทองลดน้ำหนัก ทางเลือกเพื่อการควบคุมอาหารให้ได้ผลดั่งใจ

ฟักทองลดน้ำหนัก ทางเลือกเพื่อการควบคุมอาหารให้ได้ผลดั่งใจ

ฟักทองลดน้ำหนัก ฟักทองเป็นพืชที่อยู่คู่ครัวไทยมายาวนานหลายร้อยปี ถูกนำมาคิดค้นเป็นสูตรอาหารทั้งคาวหวานหลากหลายเมนูที่ชวนลิ้มลอง

ฟักทองลดน้ำหนัก ยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารอย่างเบต้าแคโรทีนที่อัดแน่นอยู่ภายใน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกำจัดสารพิษในร่างกาย อีกทั้งเส้นใยอาหารจำนวนมาก มีแคลอรี่ต่ำ จึงกลายเป็นเมนูลดน้ำหนักสำหรับสาวๆ ที่กลัวอ้วนได้เป็นอย่างดี ใครที่อยากรู้ว่าเมนูฟักทองลดน้ำหนักสามารถนำไปสร้างสรรค์เป็นอะไรได้บ้าง ลองมาดูไอเดียต่อไปนี้ที่จะช่วยให้สาวๆ เปลี่ยนมื้ออาหารให้อร่อย แถมไม่อ้วนได้อีกด้วยค่ะ

ฟักทองลดน้ำหนัก

เมนูซุปฟักทองสูตรคลีนเว่อร์!

เนื้อฟักทองนั้นมีวิตามินเอสูง ฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี แป้งและเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งหากสาวๆ ได้รับประทานฟักทองเป็นประจำ ก็จะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ โดยอาจจะนำฟักทองมาทำเป็นเมนูง่ายๆ เพียงแค่นำเนื้อฟักทองมาปอกเปลือก แล้วหั่นให้เป็นชิ้นบางๆ จากนั้นนำไปต้ม เมื่อสุกได้ที่แล้วก็นำมาปั่นกับน้ำเปล่าให้ละเอียด จากนั้นนำไปเคี่ยวอีกครั้ง เติมเกลือและน้ำผึ้งเล็กน้อย ก็จะได้เป็นเมนูซุปฟักทองแคลอรี่ต่ำ รสอร่อย และยังทำไม่ยุ่งยาก โดยรสชาติของเมนูนี้จะคล้ายๆ กันการกินฟักทองที่นำไปนึ่ง แต่วิธีนี้จะกินง่ายกว่าและรู้สึกอิ่มท้อง เหมาะสำหรับรับประทานเป็นมื้อเช้า รับรองว่าช่วยให้สาวๆ ควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดีทีเดียว

แกงเลียงฟักทอง เมนูคู่ครัวไทย

เมนูแสนอร่อยเรียบง่าย และได้รสชาติความแซ่บแบบไทยๆ กับเมนูแกงเลียงฟักทอง ที่ยังมีส่วนผสมของผักอื่นๆ อีกหลายอย่าง หากต้องการเพิ่มความอิ่มมากขึ้น เน้นเติมเนื้อฟักทองหั่นเข้าไป จะได้รสชาติความหวานนัวกลมกล่อมของรสผัก กินยังไงก็ไม่อ้วน แถมอิ่มท้องอีกด้วย

เมนูฟักทอง ที่ไม่ควรลอง

ฟักทองที่นำไปทอดให้กรอบและมีรสชาติที่แสนอร่อยนั้น เป็นตัวการที่ทำให้น้ำหนักของสาวๆ เพิ่มมาก หากต้องการจะลดน้ำหนักแล้วล่ะก็ ควรงดเมนูนี้ไปได้เลย เนื่องจากฟักทองที่เป็นแบบทอดนั้น จะมีส่วนผสมของน้ำมันอยู่เป็นจำนวนมาก และแน่นอนว่าเมนูนี้จะต้องมีปริมาณแคลอรี่ที่สูงมากอีกเช่นกัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักของสาวๆ เพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าฟักทองจะมีประโยชน์ที่ช่วยในการลดน้ำหนัก แต่หากรับประทานไม่ถูกวิธีก็สามารถทำให้สาวๆ อ้วนได้เช่นกัน รวมถึงพวกฟักทองแกงบวช หรือฟักทองเชื่อมที่เป็นขนมหวาน แม้จะมีวัตถุดิบหลักเป็นเนื้อฟักทอง แต่ก็อุดมไปด้วยปริมาณไขมันและน้ำตาลสูงมากๆ ดังนั้นทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุดจะดีกว่า

ด้วยเมนูฟักทองช่วยลดน้ำหนัก กับสูตรการดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ ราคาประหยัด หากมีวินัยในการกินที่ดีควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้วล่ะก็ รับรองเลยว่าหุ่นของสาวๆ จะสวยได้อย่างที่ต้องการแน่นอนค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

เคล็ดลับง่ายๆ กินอย่างไร ช่วย “ลดพุง”สิ่งสำคัญสำหรับคนที่อยากจะลดน้ำหนัก

เคล็ดลับง่ายๆ กินอย่างไร ช่วย “ลดพุง”สิ่งสำคัญสำหรับคนที่อยากจะลดน้ำหนัก

เคล็ดลับง่ายๆ นอกจากการออกกำลังกายแล้ว สิ่งสำคัญสำหรับคนที่อยากจะลดน้ำหนัก ก็คือการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด ลดการทานแป้ง น้ำตาล และไขมันจากสัตว์ และเพิ่มผักผลไม้ให้มากขึ้น แต่บางครั้งแค่ความรู้ลอยๆ แบบนี้อาจจะหยิบจับมาทานตามให้เป็นรูปธรรมอาจจะยากหน่อย

เคล็ดลับง่ายๆ เคร่งครัด ลดการทานแป้ง น้ำตาล และไขมันจากสัตว์ และเพิ่มผักผลไม้ให้มากขึ้น แต่บางครั้งแค่ความรู้ลอยๆ แบบนี้อาจจะหยิบจับมาทานตามให้เป็นรูปธรรมอาจจะยากหน่อย อาจจะกะปริมาณไม่ถูกว่าน้อยคือเท่าไร

เคล็ดลับง่ายๆ

สุขภาพดี เริ่มที่โภชนาการ จานอาหารสุขภาพ สูตร 2:1:1:1
“กินข้าวเท่ากับเนื้อ กินผักมากกว่าข้าว”
จาก นางสาวจินต์จุฑา ประสพธรรม นักกำหนดอาหาร เครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวว่า จานอาหารสุขภาพ ตามสูตร 2:1:1:1 เป็นการปรับเปลี่ยนอาหารจานโปรดในชีวิตประจำวันให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นแนวคิดการกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะสมโดยกะด้วยสายตา เป็นหลักการง่ายๆ ที่ทำให้การกินในแต่ละมื้อได้รับสารอาหารครบถ้วนและไม่มากจนเกินไปมีหลักการจำง่ายๆ คือ “กินข้าวเท่ากับเนื้อ กินผักมากกว่าข้าว”

แต่ละมื้อให้แบ่งสัดส่วนอาหารในจานออกเป็น 4 ส่วน คือ

  • ผัก 2 ส่วน เป็นผักดิบหรือผักสุกก็ได้ ซึ่งจะทำให้ได้รับใยอาหาร วิตามินและแร่ธาตุ
  • คาร์โบไฮเดรต 1 ส่วนควรเลือกเป็นประเภทที่ไม่ขัดสีเช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีตหรือจะเป็นประเภทเส้น ก็จะทำให้ได้รับพลังงานอย่างพอดี
  • โปรตีน 1 ส่วน เน้นกลุ่มไขมันต่ำเช่น อกไก่ หมูสันใน ปลา หรือเต้าหู้ ทำให้ได้สัดส่วนที่พอดี
  • ผลไม้ 1 ส่วนเช่น ส้ม มะละกอ แอปเปิ้ล

ส่วนที่เสริมเพิ่มเข้ามา คือ นม 1-2 แก้วต่อวัน และควรเป็นนมจืด หรือนมถั่วเหลืองหวานน้อย

อาหารสูตร 2:1:1:1 ช่วยลดพุงได้อย่างไร?

การกินแบบ 2:1:1:1 ใน 1 มื้อจะให้พลังงานประมาณ 400 กิโลแคลอรี ช่วยลดพลังงานในแต่ละวันลงได้ 500 กิโลแคลอรี ใน 1 สัปดาห์สามารถลดน้ำหนักลงได้ ½ กิโลกรัม นอกจากนี้การกินแบบนี้จะได้ปริมาณผักใน 1 มื้อ 100-200 กรัมและหากกิน 3 มื้อควบคู่กับผลไม้จะได้รับปริมาณรวมไม่น้อยกว่า 400 กิโลกรัม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้

อย่างไรก็ตามควรมีกิจกรรมทางกายร่วมด้วยจะช่วยลดพุงได้เร็วขึ้น เช่น การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง แอโรบิค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เล่นกีฬา รวมถึงการเล่นเวทที่เน้นกล้ามเนื้อช่วงท้อง ก็จะช่วยให้คุณเป็นเจ้าของร่างกายที่ไร้พุงย้อยๆ ได้อย่างแน่นอน แต่ต้องให้เวลากับร่างกายของเราสักนิด พุงโตๆ ไม่ได้มาเพียชั่วข้ามคืน หน้าแบนราบก็ไม่ได้เป็นของเราในชั่วข้ามคืนเช่นเดียวกัน ดังนั้นต้องมีความตั้งใจที่จะลดพุง ลดน้ำหนักให้ได้ รับรองว่าประสบความสำเร็จแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด “กระเพาะอาหาร” เพื่อ “ลดน้ำหนัก”

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด “กระเพาะอาหาร” เพื่อ “ลดน้ำหนัก”

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด ผู้ที่กำลังเผชิญภาวะอ้วน อ้วนมาก ทำอย่างไรก็ไม่สามารถลดน้ำหนักได้ บางคนมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นปัญหาต่อสุขภาพ

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด ผู้ที่กำลังเผชิญภาวะอ้วน อ้วนมาก ทำอย่างไรก็ไม่สามารถลดน้ำหนักได้ บางคนมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นปัญหาต่อสุขภาพ การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

เรื่องน่ารู้ของการผ่าตัด

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก คือ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลง และอาจจะมีการผ่าตัดเพื่อปรับเปลี่ยนทางเดินอาหารใหม่ ทำให้การดูดซึมอาหารลดลงด้วย ทั้ง 2 กลไกนี้จะทำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารแล้วรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และก็ทำให้น้ำหนักลดลงในที่สุด

โดยทั่วไปการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักมี 2 วิธีหลักๆ

วิธีแรก Laparoscopic Sleeve Gastrectomy คือ ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะให้เล็กลงอย่างเดียว วิธีนี้ขนาดกระเพาะจะคล้ายๆ กับไส้กรอกยาวๆ เรียกสั้นๆ ว่า การผ่าตัดแบบ Sleeve

วิธีที่สอง Laparoscopic Gastric Bypass คือ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร และมีการทำทางเดินอาหารใหม่ด้วย ทำให้มีการดูดซึมอาหารลดลง วิธีนี้เรียกสั้นๆ ว่า Bypass

ทั้ง 2 วิธีนี้ ทำให้ผู้ป่วยน้ำหนักลดลงได้ และโรคประจำตัวต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจดีขึ้น หรือในบางครั้งหายขาดได้ วิธีไหนเหมาะกับผู้ป่วยรายไหนขึ้นอยู่ที่น้ำหนัก และโรคประจำตัวต่างๆ ของแต่ละราย

สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก

อันดับแรก ผู้ป่วยต้องตรวจดัชนีมวลกาย หรือ BMI ของตัวเองก่อนว่าเข้าได้กับข้อบ่งชี้ที่กล่าวมาข้างต้น คือมีภาวะโรคอ้วนระดับ 3 ค่าดัชนีมวลกาย หากเข้าได้กับข้อบ่งชี้และได้ลองพยายามลดน้ำหนัก การคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างเต็มที่แล้วไม่สามารถลดน้ำหนักได้ ควรเข้ามาติดต่อที่ คลินิกผ่าตัดรักษาโรคอ้วน ทุกวันอังคาร เวลา 12.00 – 15.00 น. เพื่อพบแพทย์ซึ่งจะมีการพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่าตัด และมีการตรวจร่างกาย ตรวจเลือดทุกระบบ เพื่อดูความพร้อมก่อนการผ่าตัด

นอกจากนั้นต้องพยายามลดน้ำหนักด้วยตัวเองก่อนอย่างน้อย 5-10 % เพื่อการผ่าตัดที่ปลอดภัยมากขึ้น โดยทั่วไปการผ่าตัดจะเป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้อง แผลเล็ก ฟื้นตัวไว นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลระยะสั้น 1-2 คืนก็กลับบ้านได้แล้ว แต่หลังผ่าตัดผู้ป่วยต้องกลับมาตรวจทุกๆ 3 เดือนในช่วง 1 ปีแรก เพื่อดูว่ามีผลแทรกซ้อนระยะยาวหลังผ่าตัดหรือไม่ น้ำหนักลดลงหรือไม่ และโรคประจำตัวต่างๆ ของคนไข้ดีขึ้นหรือไม่

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักเป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาสุขภาพ ไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อรักษาความสวยงาม อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหารไปแล้ว ไม่มีการควบคุมพฤติกรรมด้านการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถกลับมาอ้วนได้เช่นเดิมอีก

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

กินขนม ช่วงลดน้ำหนัก ยังไงไม่ให้รู้สึกผิด อยากหาของหวานมากินเล่น

กินขนม ช่วงลดน้ำหนัก ยังไงไม่ให้รู้สึกผิด อยากหาของหวานมากินเล่น

กินขนม ช่วงลดน้ำหนัก ยังไงไม่ให้รู้สึกผิด อยากหาของหวานมากินเล่นเข้าใจว่าน้ำตาลเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะฉะนั้นการที่ กินขนมช่วงลดน้ำหนัก ดูเหมือนจะทำให้รู้สึกผิดกับชีวิต แต่จริงๆ แล้ว

กินขนม ช่วงลดน้ำหนัก ยังไงไม่ให้รู้สึกผิด อยากหาของหวานมากินเล่นเข้าใจว่าน้ำตาลเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะฉะนั้นการที่ กินขนมช่วง ลดน้ำหนัก ดูเหมือนจะทำให้รู้สึกผิดกับชีวิต แต่จริงๆ แล้ว เราสามารถกินขนมได้นะ ไม่จำเป็นต้องอดไปตลอด เพียงแต่ต้องมีสติ และกินในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้นเอง สำหรับสาวๆ ที่กำลังลดความอ้วนอยู่ตอนนี้ ถ้าวันไหนรู้สึกน้ำตาลตก อยากหาของหวานมากินเล่น ก็ลองเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ

กินขนมช่วงลดน้ำหนัก

1. แบ่งชิ้นเล็ก กินได้หลายวัน

ในกรณีที่อยากกินทุกวัน กลัวจะห้ามใจไม่ไหว แนะนำวิธีนี้เลยค่ะ แบ่งขนมจากชิ้นใหญ่เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเก็บไว้ในตู้เย็น หยิบมาทานแค่วันละชิ้นก็เพียงพอ นอกจากจะไม่ต้องอดแล้ว คุณยังได้กินขนมหวานของดปรดในทุกวันอีกด้วยค่ะ ลองทำดูนะคะ

2. ให้รางวัลตัวเองกับขนม 1 ชิ้น ใน 1 สัปดาห์

สำหรับคนที่ตั้งใจลดมาอย่างหนัก ถึงเวลาให้รางวัลกับตัวเองบ้างแล้วล่ะค่ะ เพราะยังไงแล้วร่างกายก็ต้องการรสหวานอยู่ดี แต่แนะนำว่าไม่ควรกินเยอะเกินขนาด อย่างเช่นถ้าอยากกินเค้กก็ควรจะเลือกเพียงแค่ 1 ชิ้น ไม่ใช่ 1 ปอนด์ อย่างนี้โอเคนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าให้กินได้เต็มที่ไง แล้วทำไมยังอ้วนอยู่ ฮ่าๆๆ

กินขนมช่วงลดน้ำหนัก

3. ดาร์กช็อคโกแลต

ออริจินัลของแท้ ไม่มีน้ำตาลและครีมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ เป็นประโยชน์กับร่างกายของคุณ ผู้หญิงแบบสุดๆ เพราะนอกจากจะสามารถลดความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลได้แล้ว ยังช่วยทำให้ผิวพรรณดูสดใสอีกด้วยนะคะ ดีขนาดนี้แล้วจะไม่ลองได้ไงเนอะ

4. ขนมหวานแบบคลีน สูตรน้ำตาลน้อย ไขมันต่ำ

เดี๋ยวนี้นอกจากอาหารคลีนแล้ว ยังมีขนมคลีนมาขายกันเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบราวนี่ถั่วแดง ขนมปังข้าวโอ้ต คุ๊กกี้ธัญพืช และอีกสารพัด บลาๆ บางร้านคำนวณแคลอรี่มาให้เรียบร้อย หมดกังวลว่าจะกินเกินโควต้า ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจและสะดวกมากๆ เลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://women.mthai.com

 …