วิธีดูแลผิว ที่เป็นสิวง่าย เคลียร์ปัญหาสิวเพื่อผิวใสสุดปิ๊งหรือจะมองเห็นได้ชัด

วิธีดูแลผิว ที่เป็นสิวง่าย เคลียร์ปัญหาสิวเพื่อผิวใสสุดปิ๊งหรือจะมองเห็นได้ชัด

วิธีดูแลผิว ที่เป็นสิวง่าย สิวมักจะเป็นปัญหาที่ผู้หญิงอย่างเราต้องพบเจออยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะที่มองเห็นได้เพียงเล็กน้อย หรือจะมองเห็นได้ชัด

วิธีดูแลผิว ที่เป็นสิวง่าย ทั้งหมดล้วนเป็นตัวการทำลายความมั่นใจทั้งสิ้น ทำให้สาวๆ แทบไม่กล้าออกจากบ้านกันได้เลยทีเดียว ซึ่งสาเหตุหลักของการเกิดสิวมักมาจากการรักษาผิวหน้าที่ไม่สะอาดพอ หรือเกิดจากสภาพผิวที่แพ้ง่าย ไวต่อสิ่งแปลกปลอม เจอฝุ่นนิดหน่อยก็เป็นสิวได้แล้ว หากผู้หญิงคนไหนกำลังเผชิญกับปัญหานี้ ลองมาดูวิธีที่เป็นทางออกช่วยดูแลผิวให้ห่างไกลจากปัญหาสิวแบบไม่ยุ่งยากกันดีกว่าค่ะ

วิธีดูแลผิวที่เป็นสิวง่าย

ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน

การเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสำหรับผิวที่แพ้ง่ายนั้นสำคัญมาก ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของเราเองและต้องเป็นสูตรที่อ่อนโยน หากสาวๆ ไปเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองนอกจากจะไม่ช่วยให้ใบหน้าใสขึ้นแล้ว ยังส่งผลเสียต่อผิวหน้าของเราตามมา เป็นเหตุทำให้เกิดอาการระคายเคืองจนเป็นสิวในที่สุด

ไม่ควรแต่งหน้าเยอะเกินไป

สาวๆ บางคนยิ่งหน้าพังก็ต้องยิ่งปกปิดใบหน้าด้วยการใช้เครื่องสำอาง โบกจนเพลินมือแทบไม่เหลือพื้นที่ให้รูขุมขนได้หายใจ รู้หรือไม่ว่าในเครื่องสำอางนั้นมีสารเคมีผสมอยู่เป็นจำนวนมาก ยิ่งผิวหน้าเราที่กำลังเจอกับปัญหาสิวอยู่แล้วต้องโดนสารเคมีพวกนี้ก็จะยิ่งแย่ลงไปอีก ดังนั้นเมื่อใบหน้ากำลังเป็นสิวก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางไปก่อน เสียความมั่นใจเพียงชั่วคราว ย่อมดีกว่าต้องสูญเสียความมั่นใจไปตลอดแบบแก้ไขไม่ได้อีกแล้ว

หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เป็นสิว

แน่นอนว่าหากเป็นสิวง่าย ก็ควรจะหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นออกไปให้ได้มากที่สุด อย่างแรกเลยก็คือ ต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมของตัวเองก่อนว่าการใช้ชีวิตของเราในแต่ละวันนั้นต้องพบเจอกับอะไรบ้างในแต่ละวัน จากนั้นดูว่าอะไรที่น่าจะเป็นต้นตอของการเกิดสิว แล้วก็ทำการหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้นให้มากที่สุด เช่น การเปลี่ยนครีม เปลี่ยนน้ำหอม เปลี่ยนอาหารการกิน รวมถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวและสภาพอากาศด้วย เพียงเท่านี้สิวบนใบหน้าก็จะลดลง และป้องกันไม่ให้สิวชุดใหม่ผุดขึ้นตามมาได้อีก

งดการขัดผิว ทำทรีตเมนท์

หากใบหน้าของสาวๆ เกิดมีอาการแพ้จนเป็นสิวได้ง่าย ก็อย่าตื่นตูมรีบเยียวยาผิวหน้าด้วยการทำทรีตเมนท์โดยเด็ดขาด เพราะนั่นอาจจะทำให้ผิวเกิดการอักเสบได้ เนื่องจากผิวของเราที่เกิดอาการแพ้ง่าย สะท้อนให้เห็นถึงความบอบบางเป็นพิเศษ หากสาวๆ ยิ่งใช้ทรีตเมนต์ขัดหน้าก็จะยิ่งทำให้ผิวหน้าแพ้มากขึ้น กลายเป็นสิวเห่อหนัก หรือติดเชื้อจนกลายเป็นสิวหนองที่รุนแรงตามมาได้เลยทีเดียว

หากสาวๆ รู้ตัวว่าเป็นคนผิวแพ้ง่าย เสี่ยงต่อการเกิดสิวได้บ่อย ลองนำเอาเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้และลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นสิว เพียงเท่านี้ใบหน้าของเราก็จะห่างไกลจากปัญหากวนใจ ให้หน้าสวยใสไร้ที่ติได้อย่างที่ต้องการแน่นอนค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

กรีดตาคมสวย ด้วยดินสอเขียนขอบตา เคล็ดลับความงามของผู้หญิง

กรีดตาคมสวย ด้วยดินสอเขียนขอบตา เคล็ดลับความงามของผู้หญิง

กรีดตาคมสวย รวมเคล็ดลับความสวยความงามสำหรับผู้หญิง ตั้งแต่เคล็ดลับความงาม

กรีดตาคมสวย ไปจนถึงเทคนิคการแต่งหน้า ที่บอกได้เลยว่า ช่วยให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะ…

เรื่องความสวยความงามกับผู้หญิงเป็นของคู่กันมาตั้งแต่สมัยไหน ไม่ว่าใครก็อยากจะสวยดูดีมีเสน่ห์กันทั้งนั้น ทำให้ผู้หญิงสมัยนี้ต้องหาวิธีต่าง ๆ ที่จะช่วยอัปเลเวลความสวยให้กับตัวเอง แต่หลาย ๆ วิธีก็ยุ่งยากซับซ้อนเกินไป แถมบางทียังต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อแลกมากับความสวยอีกต่างหาก ซึ่งคงจะดีกว่านี้ถ้าเราได้รู้เคล็ดลับความงามที่สามารถช่วยให้คุณสาว ๆ ได้แต่งเสริมเติมสวยให้กับตัวเองได้อย่างง่าย ๆ ว่าแล้ววันนี้กระปุกดอทคอมเลยได้นำ 8 เคล็ดลับความงามของผู้หญิง ที่ใช้ได้ผลจริง ๆ แถมรู้แล้วยังช่วยให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะ ทั้งยังประหยัดเงิน และประหยัดเวลาอีกด้วย จะมีเทคนิคเคล็ดลับอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยค่ะ

กรีดตา

สำหรับสาว ๆ มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มกรีดอายไลเนอร์แต่อยากได้เส้นคมสวยดูโฉบเฉี่ยวแบบมืออาชีพ แนะนำว่าให้ใช้ดินสอเขียนขอบตาค่อย ๆ เขียนชิดเส้นเปลือกตาให้พอเห็นเป็นโครงร่างก่อน จากนั้นใช้ลิควิคอายไลเนอร์เขียนทับเส้นดินสออีกครั้ง เพียงเท่านี้ก็สามารถกรีดตาได้สวยคมกริบแบบง่าย ๆ แถมไม่ต้องกลัวว่าจะเลอะออกนอกพื้นที่อีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com/

 

 …

3 ประโยชน์ ด้านความงามจากไข่ขาว ที่คุณต้องทึ่ง ทำให้ผิวกระชับ ลดเลือนริ้วรอย

3 ประโยชน์ ด้านความงามจากไข่ขาว ที่คุณต้องทึ่ง ทำให้ผิวกระชับ ลดเลือนริ้วรอย

3 ประโยชน์ ไข่ อาหารประจำบ้านธรรมดา ด้วยราคาแสนถูก แต่อุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆมากมายที่ดีต่อสุขภาพ

3 ประโยชน์ นอกจากคุณสมบัติเด่นทางด้านสุขภาพแล้ว ในด้านของความงามไข่ก็มีประโยชน์หลายอย่างเช่นกัน โดยส่วนมากนิยมใช้ไข่ขาวเพื่อผิวสวย ในบทความนี้เราจะบอกถึง 3 คุณประโยชน์เด่นของไข่ขาวด้านความงามที่คุณต้องทึ่ง

3 ประโยชน์

1.ช่วยดีท็อกซ์ผิว ทำให้ผิวกระชับ ลดเลือนริ้วรอย

การดำเนินชีวิตในปัจจุบันเราต้องเจอกับมลภาวะต่างๆ มากมาย ซึ่งอาจทำให้ผิวของเราอ่อนแอ หมองคล้ำ เกิดริ้วรอย สิว ฝ้าและปัญหาต่างๆอีกมากมาย เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผิว แนะนำใช้ไข่ขาวมาพอกให้ทั่วทั้งใบหน้า แล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด ทำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง โปรตีนและสารอาหารในไข่ขาวจะช่วยล้างสารพิษตกค้างออกจากใบหน้า และฟื้นฟูสภาพผิวหน้าของเรา ช่วยให้ผิวยกกระชับ รูขุมขนดูเล็กลง ลดรอยดำรอยแดงและริ้วรอยต่างๆ ให้ดูจางลงแถมยังช่วยฟื้นฟูผิวหมองคล้ำให้กระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

2.ลดการเกิดสิว ลดความมันบนใบหน้าช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น

สาวๆที่มีผิวมันจะทำให้หน้าดูหมองคล้ำง่าย นอกจากนั้นความมันบนใบหน้าอาจก่อให้เกิดสิวอุดตันอีกด้วย ทั้งหน้ามันทั้งสิวอุดตันถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้หญิงกันเลยทีเดียว แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปเพียงแค่ใช้ ไข่ขาว+ข้าวโอ๊ต โดยนำไข่ขาวกับข้าวโอ๊ตมาผสมกันแล้วพอกทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สารอาหารในไข่ขาวกับข้าวโอ๊ตจะช่วยปรับสมดุลให้กับผิว ลดความมันบนใบหน้า สูตรนี้อาจผสมน้ำมะนาวหรือน้ำผึ้งเข้าไปด้วยก็ได้ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย

3.ใช้เป็นอุปกรณ์สำคัญในการลอกสิวเสี้ยนแบบธรรมชาติ

สิวเสี้ยนที่อยู่รวมกันเยอะแยะมากมายแถวร่องจมูก คางหรือหน้าผาก ซึ่งจะเป้นปัญหาที่ทำให้คุณผู้หญิงหงุดหงิดใจไม่น้อยเลยทีเดียว จะหาซื้อที่ลอกสิวเสี้ยนก็แผ่นเล็กแถมราคาแพงอีก ปัญหานี้แก้ได้ง่ายๆด้วยไข่ขาวแค่ฟองเดียวเท่านั้น เพียงแค่นำไข่ขาวมาพอกตรงจุดที่เราต้องการลอกสิวเสี้ยน จากนั้นนำกระดาษทิชชู่มาวางไว้บนไข่ข่าว รอจนแห้งจากนั้นดึงกระดาษทิชชู่ออกโดยการดึงย้อนรูขุมขนจะช่วยลอกสิวเสี้ยนได้โดยไม่ต้องเปลืองตังค์แถมยังช่วยให้ใบหน้ากระจ่างใสและลดสิวได้อีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 3 ประโยชน์ของไข่ขาวในด้านความงาม ทำตามกันได้ง่ายๆ เลยใช่ไหมคะ นอกจากจะช่วยให้ผิวสุขภาพดี ริ้วรอยลดลงและผิวกระจ่างใสแล้วไข่ยังมีประโยชน์ต่อทั้งเรือนร่างของเราอีกมากมายเห็นประโยชน์เยอะขนาดนี้อย่าลืมหาไข่ติดบ้านไว้ตลอดเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับผิวหน้ากันเอาไว้ด้วยนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

7 เคล็ดลับดูแลตัวเอง ให้ดูอ่อนเยาว์ทุกคนล้วนแล้วแต่อยากดูดีดูเด็กอยู่ตลอดเวลา

7 เคล็ดลับดูแลตัวเอง ให้ดูอ่อนเยาว์ทุกคนล้วนแล้วแต่อยากดูดีดูเด็กอยู่ตลอดเวลา

7 เคล็ดลับดูแลตัวเอง ทุกคนล้วนแล้วแต่อยากดูดีดูเด็กอยู่ตลอดเวลา วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำให้สาวๆ ที่รักสุขภาพ และอยากสวยใสไม่แก่เร็วมาฝาก ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ไปลองติดตามกันได้เลย

7 เคล็ดลับดูแลตัวเอง

7 เคล็ดลับดูแลตัวเอง

1. เปลี่ยนวิถีการกิน

ทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ แต่ต้องดูให้สมดุลกับวัย เพราะเมื่ออายุมากขึ้นอัตราการเผาพลาญภายในร่างกายจะลดลง เพราะฉะนั้นหากทานมากเหมือนช่วงเด็กหรือวัยรุ่น ก็อาจจะส่งผลทำให้อ้วนง่ายขึ้น ที่สำคัญควรงดการทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลในช่วงเย็น แต่ให้เลือกทานเป็นผักผลไม้ที่ย่อยง่ายแทนจะดีกว่า

2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายไม่จำเป็นจะต้องทำทุกวัน แต่ควรพยายามที่จะออกกำลังอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที แต่หากไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกจริงๆ ให้ใช้เป็นการเดินแทน เช่น เดินขึ้นลงบันได หรือเดินซื้อของตามตลาด ซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายได้เกิดการเผาพลาญบ้าง

3. ดื่มน้ำให้มากๆ

น้ำเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับมนุษย์เป็นอย่างมาก และน้ำยังเป็นตัวที่ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้าน โดยการดื่มควรที่จะดื่มวันละ 8 แก้ว และพยายามหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และกาเฟอีน เนื่องจากเครื่องดื่มดังกล่าวไม่มีผลดีต่อสุขภาพ

4. พักผ่อนให้เพียงพอ

ควรนอนหลับให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมง เพราะช่วงที่นอนร่างกายจะทำการซ่อมแซมตัวเอง นอกจากนี้ยังมีผลวิจัยระบุว่า การนอนหลับเฉลี่ยวันละ 7-8 ชั่วโมง จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โรคเครียด และโรคอ้วน ได้ด้วย

5. ล้างเครื่องสำอางทุกครั้งก่อนเข้านอน

ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ก็ควรที่จะเจียดเวลาสัก 5-10 นาที เพื่อไปล้างหน้าให้สะอาดก่อนเข้านอน เพราะเครื่องสำอางที่ตกค้างอยู่บนผิวจะทำให้เกิดการอุดตันขึ้นที่ใต้ผิวหนัง ทำให้อาจจะเกิดเป็นสิวและริ้วรอยตามมาในภายหลังได้

6. ทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

เนื่องจากแสงแดดเป็นต้นเหตุของปัญหาผิวหน้าไม่ว่าจะเป็น ปัญหาฝ้า กระ และริ้วรอยเหี่ยวย่น ก็ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นบนผิวหน้า ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะที่ทำให้สาวๆ ดูหมองคล้ำไม่สดใส และดูแก่ขึ้นได้เช่นกัน

7. หลีกเลี่ยงความเครียด

ความรู้สึกหรืออารมณ์อาจดูเหมือนไม่น่าจะมีส่วนทำให้แก่หรือไม่แก่ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเวลาที่คุณรู้สึกเครียดหรืออารมณ์ไม่ดี มักจะแสดงออกมาทางสีหน้า ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะยิ่งส่งเสริมให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นพยายามอย่าเครียด พยายามทำในสิ่งที่ตัวเองให้สบายและอารมณ์ดี

จากทั้ง 7 เคล็ดลับที่ได้กล่าวไปข้างต้น หากสาวๆ คนไหนหมั่นทำตามอย่างสม่ำเสมอ รับรองได้เลยว่า คุณจะดูดีและดูเด็กอยู่ตลอดเวลา หมดห่วงเรื่องริ้วรอยได้เลย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ส่องสไตล์การแต่งหน้า นางแบบคิ้วเป๊ะ Kendall Jenner สุดแซ่บ

ส่องสไตล์การแต่งหน้า นางแบบคิ้วเป๊ะ Kendall Jenner สุดแซ่บ

ส่องสไตล์การแต่งหน้า ถ้าพูดถึงนางแบบระดับโลกอย่าง Kendall Jenner แน่นอนสิ่งแรกที่ต้องนึกถึงคือคิ้วของเธอ เพราะคิ้วของเธอหนา ดำ เรียงตัวสวยเข้ากับรูปหน้าแม้ไม่ได้แต่งเติมอะไร

ส่องสไตล์การแต่งหน้า ซึ่งนี่คงเป็นจุดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของเธอไปแล้วตอนนี้ เพราะไม่ว่าเธอจะแต่งหน้าลุคไหน สิ่งที่โดดเด่น ทำเอาคนมองไปตามๆ กันก็คือคิ้วของเธอนั่นแหละ

ส่องสไตล์การแต่งหน้า

เมคอัพของเธอก็เช่นกัน ไม่ว่าจะอยู่บนรันเวย์หรือใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งที่เธอมักจะทำให้เราเห็นอยู่บ่อยๆ คือโชว์คิ้วแสนสวยของเธอผ่านภาพเซลฟี่หรือภาพถ่ายต่างๆ ซึ่งการแต่งหน้าก็จะเน้นไปที่คิ้วและขนตาที่งอนหนา ทำให้สาวๆ ต่างพาอิจฉาตาร้อน อยากจะมีคิ้วปังๆ แบบเธอบ้าง

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

หนาวนี้อากาศ จะแห้งแค่ไหน แต่ปากต้องไม่แห้ง เพื่อสุขภาพ

หนาวนี้อากาศ จะแห้งแค่ไหน แต่ปากต้องไม่แห้ง เพื่อสุขภาพ

หนาวนี้อากาศ ไม่ว่าจะหนาวเพราะลมฤดูหนาวหรือหนาวเพราะแอร์คอนดิชั่น แต่ไม่ว่าหนาวไหนก็ทำให้ปากของสาวๆ แห้งได้

หนาวนี้อากาศ ซึ่งอาจเป็นตัวทำลายคอมพลีตลุคที่สาวๆ อุตส่าห์แต่งมาอย่างดี ริมฝีปากจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่สาวๆ ไม่ควรละเลยที่จะดูแลใส่ใจให้มาก เพื่อสุขภาพและความงามที่ครบ พบกับ 4 วิธีการดูแลริมฝีปากให้ชุ่มชื่นสู้ภัยหนาว แล้วหนาวนี้ปากแห้งคืออะไร สาวๆ จะไม่รู้จักอีกต่อไป

ลิปบาล์มที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

จริงอยู่ที่ทุกคนย่อมรู้ว่าริมฝีปากก็ต้องการความชุ่มชื่นไม่ต่างอะไรไปจากผิวหน้า แต่ก็มีสาวๆ จำนวนไม่น้อยที่ละเลยความสำคัญของเรื่องนี้ไป เราจึงอยากให้สาวๆ ลงทุนกับคุณภาพริมฝีปากสักนิด เพราะปากที่ชุ่มชื่นย่อมนำมาซึ่งลิปสีสดสวยติดทนตลอดวัน โดยลิปบาล์มสมัยนี้ก็มีให้เลือกมากมายตามความชอบและตามงบของแต่ละคน ไล่ตั้งแต่ Glossier, Fresh, Burt’s Bee, Blistex หรือจะเป็นสายโลคอลอย่าง สีผึ้งแม่เลียบ หรือสายเบสิกอย่าง Vaseline ก็ดีทั้งนั้น แต่อย่าลืมทา (หรือโบก) ลิปบาล์มก่อนนอนและก่อนแต่งหน้า แค่นี้ก็เป็นการเตรียมความชุ่มชื่นให้ริมฝีปากได้แล้ว

หนาวนี้อากาศ

นอกจากจะให้ความชุ่มชื่นแล้ว บางครั้งริมฝีปากที่ผ่านการใช้งานจากลิปสติกหรือมลภาวะต่างๆ ก็ต้องการการดูแลมากขึ้นอีกนิด ซึ่งสาวๆ คงท่องจำกันได้หมดว่า เราสามารถสครับปากได้ง่ายๆ เพียงใช้น้ำผึ้งกับน้ำตาล หรือใช้แปรงสีฟัน แค่นี้เอง แต่เชื่อว่ามีเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ทำเป็นประจำ เราจึงอยากให้สาวๆ กลับมาใส่ใจลงมือทำจริงๆ สักนิด ลองทำดูสัก 2 อาทิตย์ แล้วจะเห็นว่าผลลัพท์ที่ได้คุ้มค่าเวลาที่เสียไปจริงๆ สาวๆ อาจจะเพิ่มการบำรุงอีกขั้นด้วยการมาสก์ริมฝีปาก ซึ่งปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์มากมายที่อาสามาช่วยเราดูแลริมฝีปาก และแต่ละตัวชื่อเสียงเรียงนามก็เด็ดๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะ Lip Sleeping Mask จาก Laneige หรือ Cherry Lip Gel Patch Etude งานนี้รักแบรนด์ไหน ชอบตัวไหน ไปตำมาโลด!

พักเนื้อแมทท์ พบเนื้อทินท์

แม้ว่าฤดูหนาวเมืองไทยอากาศจะไม่ได้แห้งมากเท่าที่อื่น แต่สาวๆ คนไหนที่อยากลองเปลี่ยนลุค ก็สามารถหันมาใช้ลิปที่มีเนื้อทินท์ หรือเนื้อกึ่งแมทท์ต่างๆ ได้ สาวๆ คนไหนงบถึง เราอยากให้ลองไปสวอชจักรวาล Bobbi Brown Crushed Lip Color ดู โทนสีไล่เฉดเชอร์รี่องุ่นมาเต็ม ให้ลิปฝีปากอวบอิ่มชุ่มชื่นสุดๆ แต่สาวๆ คนไหนงบไม่ถึงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ให้กลับไปพึ่งสิ่ง back to basic ด้วยลิปทินท์ของ Etude ที่มีหลากเฉดแดงส้มมานำเสนอ

ปากชุ่ม หน้าเด็กด้วยกลอส

เพียงเดินเข้าไปร้านมูจิ ร้านยอดฮิตในใจหลายๆ คน แล้วครั้งหน้าที่คุณซื้อสมุดปากกาหรือผ้าเช็ดตัว อยากให้ลองพิจารณาลิปกลอสของแบรนด์นี้ด้วย เพราะคุณภาพดีไม่ต่างจากแบรนด์ไฮแอนด์ดังๆ เลย

ใครที่ปากแห้งหนักหรืออยากเปลี่ยนลุคระหว่างวันเพียงปาดลิปกลอสเข้าไป ก็ได้ลุคใหม่ง่ายๆ หรือหากมีกลอสยี่ห้อที่ชอบอยู่แล้ว ก็อย่ารอช้าหยิบมันขึ้นมา ทาลงบนริมฝีปาก แล้วเชิดหน้ายิ้มนิด แค่นี้ก็สวยได้ ลมหนาวไหนก็ทำร้าย (ริมฝีปาก) คุณไม่ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

5 อาหารควรทาน ช่วยลดเครียด พร้อมลดพุงและสาวๆ ที่มีความเครียดบ่อยๆ

5 อาหารควรทาน ช่วยลดเครียด พร้อมลดพุงและสาวๆ ที่มีความเครียดบ่อยๆ

5 อาหารควรทาน ช่วยลดเครียด สำหรับสาวๆ ที่มีความเครียดบ่อยๆ และมีปัญหาอ้วนลงพุง วันนี้เรามี 5 อาหารที่สามารถช่วยได้ทั้งลดความเครียดและลดพุงมาแนะนำกัน แถมยังส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย โดยมีอาหารอะไรบ้างก็ต้องไปดูกันเลย

5 อาหารควรทาน ช่วยลดเครียด พร้อมลดพุงและสาวๆ สำหรับสาวๆ ที่มีความเครียดบ่อยๆ และมีปัญหาอ้วนลงพุง วันนี้เรามี 5 อาหารที่สามารถช่วยได้ทั้งลดความเครียดและลดพุงมาแนะนำกัน แถมยังส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย โดยมีอาหารอะไรบ้างก็ต้องไปดูกันเลย

5 อาหารควรทาน

1.ชาเขียว

นับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มยอดนิยมและโปรดปรานสำหรับหลายคน ที่ต้องบอกเลยว่านอกจากจะอร่อยแล้ว ชาเชียวยังมีสรรพคุณช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาการปวดศีรษะ ช่วยผ่อนคลายทางด้านอารมณ์ให้ดีขึ้นจากการทำงานที่เคร่งเครียด แถมชาเขียวยังช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการเผาผลาญของไขมัน และช่วยลดพุงได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

2.ข้าวกล้อง

สำหรับข้าวกล้อง ถือเป็นข้าวที่มีสารอาหารที่ครบถ้วนมาก โดยเฉพาะในส่วนของวิตามินบีรวม, วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 ที่จะช่วยในเรื่องของการลดอาการอ่อนเพลียและอาการปวดกล้ามเนื่องจากการทำงานได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญไม่ทำให้อ้วนและช่วยลดพุงได้ด้วย เพราะฉะนั้นมาทานข้าวกล้องแทนข้าวขัดขาวกันดีกว่า

3.บลูเบอร์รี่

ด้วยสรรพคุณที่มากมายไม่ว่าจะเป็นการช่วยรักษาเซลล์สมองที่ถูกทำลาย ช่วยคลายความเหนื่อยล้าของดวงตาจากการทำงานหนักหรือใช้สายตาในระยะเวลานาน บลูเบอร์รี่จึงสามารถนำมาทานเพื่อลดความเครียดได้ดี นอกจากนี้บลูเบอร์รี่ ยังมีกากใยอาหารสูง ซึ่งจะทำให้รู้สึกอิ่มนาน และระบบการขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย ดังนั้นใครที่มีปัญหาเรื่องลงพุง ก็มาทานบลูเบอร์รี่กันเลย

4.ดาร์กช็อกโกแลต

อีกหนึ่งขนมทานยามว่างที่จะช่วยกระตุ้นให้มีการหลั่งสาร “เอ็นดอร์ฟิน” ที่เป็นสารแห่งความสุขออกมามากขึ้น ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้การทานดาร์กช็อกโกแลตส่งผลให้อารมณ์ดีและลดความเครียดได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดพุงได้อีกด้วย ดังนั้นเพื่อหุ่นสวยสุขภาพดีมาทานดาร์กช็อกโกแลตกันดีกว่า

5.ส้ม

ผลไม้สุดโปรดของสาวๆหลายคนที่นำมาทานแบบสดหรือทำเป็นเครื่องดื่มก็ได้ โดยส้มมีสรรพคุณที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตา ช่วยบำรุงผิวพรรณ และช่วยลดความอ่อนล้าของดวงตาที่เกิดขึ้นจากการทำงาน รวมไปถึงช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย นอกจากนี้ในส้มยังมีไธอามีน และโฟเลท ที่จะช่วยเร่งการเผาผลาญได้ดี จึงสามารถลดพุงและลดความอ้วนได้อย่างดีเยี่ยม

และนี่ก็คือ 5 อาหารช่วยลดความเครียดและลดพุงนั่นเอง ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องเหล่านี้ได้แล้ว ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายอีกด้วย เพราะฉะนั้นห้ามพลาดที่จะหามาทานกันเลยเชียว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …

วิธีบอกลา หัวเข่าดำ ให้ขาวเนียน ใส่อะไรก็มั่นใจสุดๆโชว์เรียวขาสวย ๆ

วิธีบอกลา หัวเข่าดำ ให้ขาวเนียน ใส่อะไรก็มั่นใจสุดๆโชว์เรียวขาสวย ๆ

วิธีบอกลา หัวเข่าดำ ให้ขาวเนียน ใส่อะไรก็มั่นใจสุดๆ เกิดมาเป็นผู้หญิงทั้งที ก็ต้องมีเวลาที่อยากจะใส่กระโปรงสั้นโชว์เรียวขาสวย ๆ กันบ้างจริงไหมคะ แต่สุดท้ายก็มีอุปสรรคทำให้ขาดความมั่นใจ

วิธีบอกลา หัวเข่าดำ ให้ขาวเนียน ใส่อะไรก็มั่นใจสุดๆโชว์เรียวขาสวย ๆเกิดมาเป็นผู้หญิงทั้งที ก็ต้องมีเวลาที่อยากจะใส่กระโปรงสั้นโชว์เรียวขาสวย ๆ กันบ้างจริงไหมคะ แต่สุดท้ายก็มีอุปสรรคทำให้ขาดความมั่นใจ นั่นก็คือเจ้าหัวเข่าที่ทั้งดำและด้านนั่นเองค่ะ สำหรับสาวๆ ที่ต้องเผชิญปัญหานี้ วันนี้เราขออาสามาช่วยแก้ปัญหาด้วยเคล็ดไม่ลับ 5 ประการ ที่จะมาช่วยให้คุณมีหัวเข่าขาวเนียน เรียกความมั่นใจกลับมาอีกครั้งค่ะ

วิธีบอกลา

1. ว่านหางจระเข้

เป็นพืชแนวสมุนไพรอีกตัวที่อยู่คู่คนไทยมานาน เรียกได้ว่าหลาย ๆ บ้านต้องมีปลูกเอาไว้ ดังนั้นจึงหาได้ง่าย วิธีใช้ก็ไม่ยากอะไร เพียงแค่เอาเนื้อในของว่านหางจระเข้สดมาบดแล้วเอามาทาที่หัวเข่า จากนั้นทิ้งเอาไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ ว่านหางจระเข้จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นจึงทำให้หายด้านและกลับมาเนียนนุ่มน่าสัมผัสค่ะ

2. หอมใหญ่และกระเทียม

เป็นอีกสูตรนึงที่หาวัตถุดิบได้ง่ายจากในครัวนะคะ สำหรับกระเทียมและหอมใหญ่ วิธีในการใช้ก็ง่ายมากค่ะ เพียงแค่นำทั้งสองอย่างนี้มาสับให้ละเอียดแล้วเอามาถูบริเวณหัวเข่าทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด หากอยากเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้นก็ให้บำรุงเพิ่มหลังการขัด ด้วยการใช้น้ำมะนาวผสมกลีเซอรีน ลองทำอาทิตย์ละสองครั้งแค่นี้ก็จะได้หัวเข่าขาวเนียนแล้วล่ะค่ะ

3. เบกกิ้งโซดา

สูตรถัดมาเหมาะมากสำหรับสาวที่รักการทำขนม นั่นก็คือเบกกิ้งโซดานั่นเองค่ะ วิธีก็ไม่ยุ่งยาก แค่ใช้เบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมเข้ากับนมให้มีลักษณะข้นพอเป็นเนื้อครีม แล้วนำมาพอกบริเวณหัวเข่า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และอาจจะปิดท้ายด้วยการทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอีกครั้งค่ะ

4. ใบสะระแหน่

สำหรับคนที่เน้นอยากแก้ปัญหาเรื่องความขาวเนียนเป็นพิเศษ ต้องใบสะระแหน่เลยค่ะ แต่วิธีนี้อาจจะต้องใช้เวลาหน่อยนะคะ วิธีทำก็คือให้นำใบสะระแหน่ประมาณ 1 กำมือ มาต้อมและเคี่ยวจนเปื่อย จากนั้นบีบน้ำมะนาวใส่ลงไปครึ่งลูก ทิ้งเอาไว้ให้เย็นลง จากนั้นจึงนำสำลีมาชุบน้ำ แล้วเอามาโปะบริเวณหัวเข่าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วค่อยล้างออกค่ะ

5. มะขามเปียก

อีกหนึ่งความภูมิใจของภูมิปัญญาไทย เพียงแค่นำมะขามเปียกไปละลายในน้ำสะอาด เอามาคั้นน้ำให้ได้ออกมาเป็นลักษณะครีมที่มีความเข้มข้น นำมาขัดบริเวณข้อศอกและหัวเข่าเบา ๆ ทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นล้างทำความสะอาดผิวตามปกติ ลองทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ก็จะรู้สึกถึงความเนียนนุ่มของผิวค่ะ อีกทั้งความเป็นกรดอ่อน ๆ ของมะขามก็ยังช่วยลดจุดด่างดำด้วยล่ะค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ แต่ละวิธีที่เราแนะนำไป คงจะไม่ยากเกินความสามารถของสาว ๆ กันใช่ไหม วัตถุดิบแต่ละอย่างก็ล้วนแล้วแต่หาได้ง่ายภายในครัวเรือนนะคะ ถ้าอยากจะมีเรียวขาสวย ๆ หัวเข่าขาวเนียนนุ่ม ก็ลองเอาเทคนิคที่เราแนะนำไปทำกันดูนะคะ จะได้เสริมสร้างความมั่นใจใส่กระโปรงสั้นโชว์ขาสวย ๆ กันได้ค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว มีออร่า เป็นเจ้าสาวดูสวยแพงในวันแต่งงาน

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว มีออร่า เป็นเจ้าสาวดูสวยแพงในวันแต่งงาน

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว  ว่าที่เจ้าสาวคนไหนก็อยากจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในวันแต่งงาน โดยเฉพาะการมีผิวขาวใส ออร่าจับ ก็เป็นอีกหนึ่งความใฝ่ฝันของเจ้าสาวทุกคน

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว  ว่าที่เจ้าสาวคนไหนก็อยากจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในวันแต่งงาน โดยเฉพาะการมีผิวขาวใส ออร่าจับ ก็เป็นอีกหนึ่งความใฝ่ฝันของเจ้าสาวทุกคน แม้ว่าสาวหญิงไทยเราจะไม่ใช่คนผิวขาวกันทุกคนก็เถอะ แต่ถ้าสามารถทำให้ผิวคล้ำเสียดูขาวใสขึ้นในอีกระดับหนึ่งได้ ก็น่าจะทำให้ว่าที่เจ้าสาวดูมั่นใจและแต่งหน้าในลุค “เจ้าสาวสวยแพง” ได้ปังยิ่งขึ้น…งั้นมาทางนี้เลย Happy Wedding.Life เรามีเคล็ดลับการดูแลผิวให้ขาวใส ปิ้งๆ จากเจ้าสาวรุ่นพี่มาฝาก หากนำไปใช้ จะทำให้ผิวขาวใสขึ้นได้ชัวร์

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว
1. ไม่โดนแดด

อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ เชียวนะคะ เพราะนี้แหละคือเคล็ดลับขั้นสุดยอดที่เจ้าสาวรุ่นพี่ต่างบอกต่อเป็นเสียงเดียวกันว่า “ว่าที่เจ้าสาวทุกคนที่อยากขาวจำเป็นจะต้องทำมากที่สุด” รู้อย่างนี้แล้ว ใครอยากผิวขาวขึ้น เตรียมตัวหลบเลี่ยงแสงแดดในทุกวิถีทางได้เลย แต่ถ้าจำเป็นจะต้องออกแดดจริงๆ ให้ทาครีมกันแดดทุกครั้ง (อย่างเพียงพอ) ใส่หมวก กางร่ม ใส่เสื้อผ้ามิดชิดก็ช่วยได้

2. สครับผิว

การสคลับผิวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า (ขี้ไคล) ที่เกาะอยู่ตามชั้นผิวในส่วนต่างๆ บนร่างกายเราให้หลุดออกไป ทำให้ผิวใหม่พร้อมรับสู่การบำรุงได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการสคลับผิวนั้น เราสามารถทำได้เองที่บ้านได้ โดยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม อ่อนโยนต่อผิวหรือทำให้เกิดอาการแพ้ และต้องแน่ใจว่าปลอดภัย โดยผู้ที่มีสภาพผิวแห้งควรสครับผิวสัปดาห์ละ 1- 2 ครั้ง ส่วนผู้ที่มีผิวมันควรสครับผิวสัปดาห์ละ 2-4 ครั้ง และทาครีมให้ผิวชุ่มชื้นทุกครั้งหลังสลับ ทำอย่างนี้ไปจนกว่าจะถึงช่วงสัปดาห์ของการเป็นเจ้าสาว

3. ทาครีมบำรุงผิวทั้งในช่วงเช้าและก่อนนอน

ไม่ว่าจะผิวหน้าหรือผิวกาย ถ้าอยากได้ผิวขาวใสสุขภาพดีในช่วง2-3 เดือนก่อนแต่งงาน ครีมบำรุงผิวคือไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลย เพราะครีมบำรุงจะช่วยป้องกันการระเหยของน้ำ เมื่อเราทาครีมบำรุงผิวหลังล้างหน้าก็จะช่วยให้น้ำไม่ระเหยออกไป ผิวไม่ขาดน้ำ แต่ถ้าใครรู้สึกว่าทาครีมแล้วไม่เห็นจะได้ผลเลย ให้ลองทาเซรั่มก่อนทาครีมจะเป็นการส่งผ่านส่วนผสมที่มีประโยชน์ต่างๆ ลงไปในชั้นผิวได้ดียิ่งขึ้น

แทงบอลออนไลน์

4. ทำทรีทเมนต์หน้าใส

อันนี้สำคัญเลยค่ะสำหรับว่าที่เจ้าสาว เพราะการทำทรีทเมนท์จะทำให้ผิวสวยเด้ง หน้าใส เห็นผลขึ้นได้อย่างชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันนี้คลีนิคเสริมสวยมีคอร์สทรีทเมนท์มากมาย เลือกให้ตรงจุดค่ะว่าเราอยากทำอะไร เช่น ทรีทเมนต์หน้าใส ผลัก AHA เข้าสู่ผิว กระชับรูขุมขน ฯลฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องมั่นใจด้วยนะคะว่าจะไม่ทำให้ผิวระคายเคืองหรือเกิดอาการแพ้

5. มองหาช่างแต่งหน้ามืออาชีพ

สุดท้าย เมื่อคุณมีผิวขาวใส สุขภาพดี (ตามธรรมชาติของสีผิวตัวเอง) การแต่งหน้าก็จะง่ายขึ้น ทีนี้ ไม่ว่าจะเมคอัพลุคที่เหมาะกับคุณจะเป็นแบบไหน ก็ทำให้คุณกลายเป็น “เจ้าสาวสวยแพง ออร่าจับ” ในงานแต่งงานของตัวเองได้แล้ว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลืองเมื่อกาลเวลาผ่านไป ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น ริ้วรอยต่างๆ มักเกิดตามมาแต่ทั้งนี้หากเป็นไปตามวัยคงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเท่าไหร่

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลืองเมื่อกาลเวลาผ่านไป ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น ริ้วรอยต่างๆ มักเกิดตามมาแต่ทั้งนี้หากเป็นไปตามวัยคงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเท่าไหร่ แต่ถ้าเมื่อใดริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า เช่น ที่บริเวณหน้าผากมาเร็วจนน่าตกใจแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาสูตรการดูแลตนเองแบบง่ายและประหยัดมาช่วยกันบ้างแล้ว

6 วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

1.ไม่ควรนอนดึก

เป็นอย่างแรกเลยที่ต้องเลิกกระทำ เพราะการนอนที่ไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอทำได้ไม่หมดในค่ำคืนเดียว นานวันเข้าผิวก็จะดูไม่ผ่องใสเกิดริ้วรอยก่อนวัยอย่างเห็นได้ชัด

2.ดื่มน้ำ

เป็นวิธีง่ายๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อผิวเป็นที่สุด น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของร่างกาย การดื่มน้ำที่เพียงพอจะช่วยให้เซลล์ต่างๆ ชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ไม่แห้งกร้าน ไม่ก่อให้เกิดริ้วรอยดังนั้นริ้วรอยบนหน้าผากก็จะหายไปได้ด้วย

3.กินผักและผลไม้มากๆ

ช่วยให้การขับถ่ายดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เพราะผักและผลไม้มีวิตามินที่จำเป็นต่อผิว ช่วยบำรุงผิวอย่างมากมาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์ไม่เสื่อมถอยเร็ว ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ไม่หามากินไม่ได้แล้ว

4.ใช้ครีมบำรุงผิวที่ช่วยลดริ้วรอย

หาครีมดีๆ ที่เหมาะกับใบหน้าสักยี่ห้อหนึ่งที่เหมาะกับผิว เป็นตัวเสริมบำรุงและช่วยลดรอยย่นระหว่างคิ้วได้ ริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์นี้จะได้หายไวๆ

5.นวดผิว

ด้วยการใช้นิ้วมือนวดด้วยตนเองเบาๆ โดยเริ่มจากบริเวณเหนือคิ้วไปหาเนินผม จากนั้นนวดคลึงตามรอยย่นระหว่างคิ้วที่เป็นให้ทั่ว ทำตามรอยย่นจนไปถึงบริเวณขมับ ให้ทำทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นการช่วยบริหารผิวหน้าที่ทำให้รอยยับย่นจางลงได้

6.ทาครีมกันแดด

วิธีนี้สำคัญมาก ใครรู้แล้วเริ่มได้ก่อนนับว่าสุดยอดมาก โดยเพราะแดดคือ ตัวการร้ายที่ทำลายผิวโดยตรง ริ้วรอยต่างๆ ทุกจุดบนใบหน้าจะเกิดเพราะแดดได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นควรทาครีมกันแดดทุกครั้งไม่ว่าจะต้องออกจากบ้านหรือไม่ก็ตาม เพราะแสงแดดสามารถทำร้ายผิวได้ แม้ยามที่อยู่ในอาคารก็ด้วยเช่นกัน

วิธีดูแลผิวเพื่อลดริ้วรอยดังกล่าวหากทำได้เป็นประจำผิวและริ้วรอยจะค่อยๆ ตื้นขึ้น หากไม่ใช่ตามวัยที่ร่วงโรยแล้วก็จะจางหายได้ไม่ยาก แต่ทั้งนี้ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วยบางอย่าง เช่น ควรทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส ไม่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา ซึ่งแบบนี้สาวๆ บางคนไม่รู้ตัว อาการขมวดคิ้วนี่แหละที่เป็นตัวส่งให้ผิวเกิดรอยซ้ำๆ สุดท้ายก็จะกลายเป็นริ้วรอยที่ถาวร ลองทำตามดูกันนะคะ รับรองได้ผลอย่างแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

 …