5 อาหารควรทาน ช่วยลดเครียด พร้อมลดพุงและสาวๆ ที่มีความเครียดบ่อยๆ

5 อาหารควรทาน ช่วยลดเครียด พร้อมลดพุงและสาวๆ ที่มีความเครียดบ่อยๆ

5 อาหารควรทาน ช่วยลดเครียด สำหรับสาวๆ ที่มีความเครียดบ่อยๆ และมีปัญหาอ้วนลงพุง วันนี้เรามี 5 อาหารที่สามารถช่วยได้ทั้งลดความเครียดและลดพุงมาแนะนำกัน แถมยังส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย โดยมีอาหารอะไรบ้างก็ต้องไปดูกันเลย

5 อาหารควรทาน ช่วยลดเครียด พร้อมลดพุงและสาวๆ สำหรับสาวๆ ที่มีความเครียดบ่อยๆ และมีปัญหาอ้วนลงพุง วันนี้เรามี 5 อาหารที่สามารถช่วยได้ทั้งลดความเครียดและลดพุงมาแนะนำกัน แถมยังส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย โดยมีอาหารอะไรบ้างก็ต้องไปดูกันเลย

5 อาหารควรทาน

1.ชาเขียว

นับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มยอดนิยมและโปรดปรานสำหรับหลายคน ที่ต้องบอกเลยว่านอกจากจะอร่อยแล้ว ชาเชียวยังมีสรรพคุณช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาการปวดศีรษะ ช่วยผ่อนคลายทางด้านอารมณ์ให้ดีขึ้นจากการทำงานที่เคร่งเครียด แถมชาเขียวยังช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการเผาผลาญของไขมัน และช่วยลดพุงได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

2.ข้าวกล้อง

สำหรับข้าวกล้อง ถือเป็นข้าวที่มีสารอาหารที่ครบถ้วนมาก โดยเฉพาะในส่วนของวิตามินบีรวม, วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 ที่จะช่วยในเรื่องของการลดอาการอ่อนเพลียและอาการปวดกล้ามเนื่องจากการทำงานได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญไม่ทำให้อ้วนและช่วยลดพุงได้ด้วย เพราะฉะนั้นมาทานข้าวกล้องแทนข้าวขัดขาวกันดีกว่า

3.บลูเบอร์รี่

ด้วยสรรพคุณที่มากมายไม่ว่าจะเป็นการช่วยรักษาเซลล์สมองที่ถูกทำลาย ช่วยคลายความเหนื่อยล้าของดวงตาจากการทำงานหนักหรือใช้สายตาในระยะเวลานาน บลูเบอร์รี่จึงสามารถนำมาทานเพื่อลดความเครียดได้ดี นอกจากนี้บลูเบอร์รี่ ยังมีกากใยอาหารสูง ซึ่งจะทำให้รู้สึกอิ่มนาน และระบบการขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย ดังนั้นใครที่มีปัญหาเรื่องลงพุง ก็มาทานบลูเบอร์รี่กันเลย

4.ดาร์กช็อกโกแลต

อีกหนึ่งขนมทานยามว่างที่จะช่วยกระตุ้นให้มีการหลั่งสาร “เอ็นดอร์ฟิน” ที่เป็นสารแห่งความสุขออกมามากขึ้น ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้การทานดาร์กช็อกโกแลตส่งผลให้อารมณ์ดีและลดความเครียดได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดพุงได้อีกด้วย ดังนั้นเพื่อหุ่นสวยสุขภาพดีมาทานดาร์กช็อกโกแลตกันดีกว่า

5.ส้ม

ผลไม้สุดโปรดของสาวๆหลายคนที่นำมาทานแบบสดหรือทำเป็นเครื่องดื่มก็ได้ โดยส้มมีสรรพคุณที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตา ช่วยบำรุงผิวพรรณ และช่วยลดความอ่อนล้าของดวงตาที่เกิดขึ้นจากการทำงาน รวมไปถึงช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย นอกจากนี้ในส้มยังมีไธอามีน และโฟเลท ที่จะช่วยเร่งการเผาผลาญได้ดี จึงสามารถลดพุงและลดความอ้วนได้อย่างดีเยี่ยม

และนี่ก็คือ 5 อาหารช่วยลดความเครียดและลดพุงนั่นเอง ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องเหล่านี้ได้แล้ว ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายอีกด้วย เพราะฉะนั้นห้ามพลาดที่จะหามาทานกันเลยเชียว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …

วิธีบอกลา หัวเข่าดำ ให้ขาวเนียน ใส่อะไรก็มั่นใจสุดๆโชว์เรียวขาสวย ๆ

วิธีบอกลา หัวเข่าดำ ให้ขาวเนียน ใส่อะไรก็มั่นใจสุดๆโชว์เรียวขาสวย ๆ

วิธีบอกลา หัวเข่าดำ ให้ขาวเนียน ใส่อะไรก็มั่นใจสุดๆ เกิดมาเป็นผู้หญิงทั้งที ก็ต้องมีเวลาที่อยากจะใส่กระโปรงสั้นโชว์เรียวขาสวย ๆ กันบ้างจริงไหมคะ แต่สุดท้ายก็มีอุปสรรคทำให้ขาดความมั่นใจ

วิธีบอกลา หัวเข่าดำ ให้ขาวเนียน ใส่อะไรก็มั่นใจสุดๆโชว์เรียวขาสวย ๆเกิดมาเป็นผู้หญิงทั้งที ก็ต้องมีเวลาที่อยากจะใส่กระโปรงสั้นโชว์เรียวขาสวย ๆ กันบ้างจริงไหมคะ แต่สุดท้ายก็มีอุปสรรคทำให้ขาดความมั่นใจ นั่นก็คือเจ้าหัวเข่าที่ทั้งดำและด้านนั่นเองค่ะ สำหรับสาวๆ ที่ต้องเผชิญปัญหานี้ วันนี้เราขออาสามาช่วยแก้ปัญหาด้วยเคล็ดไม่ลับ 5 ประการ ที่จะมาช่วยให้คุณมีหัวเข่าขาวเนียน เรียกความมั่นใจกลับมาอีกครั้งค่ะ

วิธีบอกลา

1. ว่านหางจระเข้

เป็นพืชแนวสมุนไพรอีกตัวที่อยู่คู่คนไทยมานาน เรียกได้ว่าหลาย ๆ บ้านต้องมีปลูกเอาไว้ ดังนั้นจึงหาได้ง่าย วิธีใช้ก็ไม่ยากอะไร เพียงแค่เอาเนื้อในของว่านหางจระเข้สดมาบดแล้วเอามาทาที่หัวเข่า จากนั้นทิ้งเอาไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ ว่านหางจระเข้จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นจึงทำให้หายด้านและกลับมาเนียนนุ่มน่าสัมผัสค่ะ

2. หอมใหญ่และกระเทียม

เป็นอีกสูตรนึงที่หาวัตถุดิบได้ง่ายจากในครัวนะคะ สำหรับกระเทียมและหอมใหญ่ วิธีในการใช้ก็ง่ายมากค่ะ เพียงแค่นำทั้งสองอย่างนี้มาสับให้ละเอียดแล้วเอามาถูบริเวณหัวเข่าทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด หากอยากเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้นก็ให้บำรุงเพิ่มหลังการขัด ด้วยการใช้น้ำมะนาวผสมกลีเซอรีน ลองทำอาทิตย์ละสองครั้งแค่นี้ก็จะได้หัวเข่าขาวเนียนแล้วล่ะค่ะ

3. เบกกิ้งโซดา

สูตรถัดมาเหมาะมากสำหรับสาวที่รักการทำขนม นั่นก็คือเบกกิ้งโซดานั่นเองค่ะ วิธีก็ไม่ยุ่งยาก แค่ใช้เบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมเข้ากับนมให้มีลักษณะข้นพอเป็นเนื้อครีม แล้วนำมาพอกบริเวณหัวเข่า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และอาจจะปิดท้ายด้วยการทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอีกครั้งค่ะ

4. ใบสะระแหน่

สำหรับคนที่เน้นอยากแก้ปัญหาเรื่องความขาวเนียนเป็นพิเศษ ต้องใบสะระแหน่เลยค่ะ แต่วิธีนี้อาจจะต้องใช้เวลาหน่อยนะคะ วิธีทำก็คือให้นำใบสะระแหน่ประมาณ 1 กำมือ มาต้อมและเคี่ยวจนเปื่อย จากนั้นบีบน้ำมะนาวใส่ลงไปครึ่งลูก ทิ้งเอาไว้ให้เย็นลง จากนั้นจึงนำสำลีมาชุบน้ำ แล้วเอามาโปะบริเวณหัวเข่าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วค่อยล้างออกค่ะ

5. มะขามเปียก

อีกหนึ่งความภูมิใจของภูมิปัญญาไทย เพียงแค่นำมะขามเปียกไปละลายในน้ำสะอาด เอามาคั้นน้ำให้ได้ออกมาเป็นลักษณะครีมที่มีความเข้มข้น นำมาขัดบริเวณข้อศอกและหัวเข่าเบา ๆ ทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นล้างทำความสะอาดผิวตามปกติ ลองทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ก็จะรู้สึกถึงความเนียนนุ่มของผิวค่ะ อีกทั้งความเป็นกรดอ่อน ๆ ของมะขามก็ยังช่วยลดจุดด่างดำด้วยล่ะค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ แต่ละวิธีที่เราแนะนำไป คงจะไม่ยากเกินความสามารถของสาว ๆ กันใช่ไหม วัตถุดิบแต่ละอย่างก็ล้วนแล้วแต่หาได้ง่ายภายในครัวเรือนนะคะ ถ้าอยากจะมีเรียวขาสวย ๆ หัวเข่าขาวเนียนนุ่ม ก็ลองเอาเทคนิคที่เราแนะนำไปทำกันดูนะคะ จะได้เสริมสร้างความมั่นใจใส่กระโปรงสั้นโชว์ขาสวย ๆ กันได้ค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว มีออร่า เป็นเจ้าสาวดูสวยแพงในวันแต่งงาน

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว มีออร่า เป็นเจ้าสาวดูสวยแพงในวันแต่งงาน

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว  ว่าที่เจ้าสาวคนไหนก็อยากจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในวันแต่งงาน โดยเฉพาะการมีผิวขาวใส ออร่าจับ ก็เป็นอีกหนึ่งความใฝ่ฝันของเจ้าสาวทุกคน

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว  ว่าที่เจ้าสาวคนไหนก็อยากจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในวันแต่งงาน โดยเฉพาะการมีผิวขาวใส ออร่าจับ ก็เป็นอีกหนึ่งความใฝ่ฝันของเจ้าสาวทุกคน แม้ว่าสาวหญิงไทยเราจะไม่ใช่คนผิวขาวกันทุกคนก็เถอะ แต่ถ้าสามารถทำให้ผิวคล้ำเสียดูขาวใสขึ้นในอีกระดับหนึ่งได้ ก็น่าจะทำให้ว่าที่เจ้าสาวดูมั่นใจและแต่งหน้าในลุค “เจ้าสาวสวยแพง” ได้ปังยิ่งขึ้น…งั้นมาทางนี้เลย Happy Wedding.Life เรามีเคล็ดลับการดูแลผิวให้ขาวใส ปิ้งๆ จากเจ้าสาวรุ่นพี่มาฝาก หากนำไปใช้ จะทำให้ผิวขาวใสขึ้นได้ชัวร์

เคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ขาว
1. ไม่โดนแดด

อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ เชียวนะคะ เพราะนี้แหละคือเคล็ดลับขั้นสุดยอดที่เจ้าสาวรุ่นพี่ต่างบอกต่อเป็นเสียงเดียวกันว่า “ว่าที่เจ้าสาวทุกคนที่อยากขาวจำเป็นจะต้องทำมากที่สุด” รู้อย่างนี้แล้ว ใครอยากผิวขาวขึ้น เตรียมตัวหลบเลี่ยงแสงแดดในทุกวิถีทางได้เลย แต่ถ้าจำเป็นจะต้องออกแดดจริงๆ ให้ทาครีมกันแดดทุกครั้ง (อย่างเพียงพอ) ใส่หมวก กางร่ม ใส่เสื้อผ้ามิดชิดก็ช่วยได้

2. สครับผิว

การสคลับผิวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า (ขี้ไคล) ที่เกาะอยู่ตามชั้นผิวในส่วนต่างๆ บนร่างกายเราให้หลุดออกไป ทำให้ผิวใหม่พร้อมรับสู่การบำรุงได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการสคลับผิวนั้น เราสามารถทำได้เองที่บ้านได้ โดยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม อ่อนโยนต่อผิวหรือทำให้เกิดอาการแพ้ และต้องแน่ใจว่าปลอดภัย โดยผู้ที่มีสภาพผิวแห้งควรสครับผิวสัปดาห์ละ 1- 2 ครั้ง ส่วนผู้ที่มีผิวมันควรสครับผิวสัปดาห์ละ 2-4 ครั้ง และทาครีมให้ผิวชุ่มชื้นทุกครั้งหลังสลับ ทำอย่างนี้ไปจนกว่าจะถึงช่วงสัปดาห์ของการเป็นเจ้าสาว

3. ทาครีมบำรุงผิวทั้งในช่วงเช้าและก่อนนอน

ไม่ว่าจะผิวหน้าหรือผิวกาย ถ้าอยากได้ผิวขาวใสสุขภาพดีในช่วง2-3 เดือนก่อนแต่งงาน ครีมบำรุงผิวคือไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลย เพราะครีมบำรุงจะช่วยป้องกันการระเหยของน้ำ เมื่อเราทาครีมบำรุงผิวหลังล้างหน้าก็จะช่วยให้น้ำไม่ระเหยออกไป ผิวไม่ขาดน้ำ แต่ถ้าใครรู้สึกว่าทาครีมแล้วไม่เห็นจะได้ผลเลย ให้ลองทาเซรั่มก่อนทาครีมจะเป็นการส่งผ่านส่วนผสมที่มีประโยชน์ต่างๆ ลงไปในชั้นผิวได้ดียิ่งขึ้น

แทงบอลออนไลน์

4. ทำทรีทเมนต์หน้าใส

อันนี้สำคัญเลยค่ะสำหรับว่าที่เจ้าสาว เพราะการทำทรีทเมนท์จะทำให้ผิวสวยเด้ง หน้าใส เห็นผลขึ้นได้อย่างชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันนี้คลีนิคเสริมสวยมีคอร์สทรีทเมนท์มากมาย เลือกให้ตรงจุดค่ะว่าเราอยากทำอะไร เช่น ทรีทเมนต์หน้าใส ผลัก AHA เข้าสู่ผิว กระชับรูขุมขน ฯลฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องมั่นใจด้วยนะคะว่าจะไม่ทำให้ผิวระคายเคืองหรือเกิดอาการแพ้

5. มองหาช่างแต่งหน้ามืออาชีพ

สุดท้าย เมื่อคุณมีผิวขาวใส สุขภาพดี (ตามธรรมชาติของสีผิวตัวเอง) การแต่งหน้าก็จะง่ายขึ้น ทีนี้ ไม่ว่าจะเมคอัพลุคที่เหมาะกับคุณจะเป็นแบบไหน ก็ทำให้คุณกลายเป็น “เจ้าสาวสวยแพง ออร่าจับ” ในงานแต่งงานของตัวเองได้แล้ว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลืองเมื่อกาลเวลาผ่านไป ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น ริ้วรอยต่างๆ มักเกิดตามมาแต่ทั้งนี้หากเป็นไปตามวัยคงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเท่าไหร่

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลืองเมื่อกาลเวลาผ่านไป ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น ริ้วรอยต่างๆ มักเกิดตามมาแต่ทั้งนี้หากเป็นไปตามวัยคงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเท่าไหร่ แต่ถ้าเมื่อใดริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า เช่น ที่บริเวณหน้าผากมาเร็วจนน่าตกใจแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาสูตรการดูแลตนเองแบบง่ายและประหยัดมาช่วยกันบ้างแล้ว

6 วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

1.ไม่ควรนอนดึก

เป็นอย่างแรกเลยที่ต้องเลิกกระทำ เพราะการนอนที่ไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอทำได้ไม่หมดในค่ำคืนเดียว นานวันเข้าผิวก็จะดูไม่ผ่องใสเกิดริ้วรอยก่อนวัยอย่างเห็นได้ชัด

2.ดื่มน้ำ

เป็นวิธีง่ายๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อผิวเป็นที่สุด น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของร่างกาย การดื่มน้ำที่เพียงพอจะช่วยให้เซลล์ต่างๆ ชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ไม่แห้งกร้าน ไม่ก่อให้เกิดริ้วรอยดังนั้นริ้วรอยบนหน้าผากก็จะหายไปได้ด้วย

3.กินผักและผลไม้มากๆ

ช่วยให้การขับถ่ายดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เพราะผักและผลไม้มีวิตามินที่จำเป็นต่อผิว ช่วยบำรุงผิวอย่างมากมาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์ไม่เสื่อมถอยเร็ว ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ไม่หามากินไม่ได้แล้ว

4.ใช้ครีมบำรุงผิวที่ช่วยลดริ้วรอย

หาครีมดีๆ ที่เหมาะกับใบหน้าสักยี่ห้อหนึ่งที่เหมาะกับผิว เป็นตัวเสริมบำรุงและช่วยลดรอยย่นระหว่างคิ้วได้ ริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์นี้จะได้หายไวๆ

5.นวดผิว

ด้วยการใช้นิ้วมือนวดด้วยตนเองเบาๆ โดยเริ่มจากบริเวณเหนือคิ้วไปหาเนินผม จากนั้นนวดคลึงตามรอยย่นระหว่างคิ้วที่เป็นให้ทั่ว ทำตามรอยย่นจนไปถึงบริเวณขมับ ให้ทำทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นการช่วยบริหารผิวหน้าที่ทำให้รอยยับย่นจางลงได้

6.ทาครีมกันแดด

วิธีนี้สำคัญมาก ใครรู้แล้วเริ่มได้ก่อนนับว่าสุดยอดมาก โดยเพราะแดดคือ ตัวการร้ายที่ทำลายผิวโดยตรง ริ้วรอยต่างๆ ทุกจุดบนใบหน้าจะเกิดเพราะแดดได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นควรทาครีมกันแดดทุกครั้งไม่ว่าจะต้องออกจากบ้านหรือไม่ก็ตาม เพราะแสงแดดสามารถทำร้ายผิวได้ แม้ยามที่อยู่ในอาคารก็ด้วยเช่นกัน

วิธีดูแลผิวเพื่อลดริ้วรอยดังกล่าวหากทำได้เป็นประจำผิวและริ้วรอยจะค่อยๆ ตื้นขึ้น หากไม่ใช่ตามวัยที่ร่วงโรยแล้วก็จะจางหายได้ไม่ยาก แต่ทั้งนี้ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วยบางอย่าง เช่น ควรทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส ไม่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา ซึ่งแบบนี้สาวๆ บางคนไม่รู้ตัว อาการขมวดคิ้วนี่แหละที่เป็นตัวส่งให้ผิวเกิดรอยซ้ำๆ สุดท้ายก็จะกลายเป็นริ้วรอยที่ถาวร ลองทำตามดูกันนะคะ รับรองได้ผลอย่างแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

 …