เต๋อรัฐนันท์ จาก “ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์” หน้าเปลี่ยน แฟนคลับทักเกือบจำไม่ได้

เต๋อรัฐนันท์ จาก “ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์” หน้าเปลี่ยน แฟนคลับทักเกือบจำไม่ได้

เต๋อรัฐนันท์ จาก “ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์” หน้าเปลี่ยน

เต๋อรัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ ที่ตอนนี้คิวงานแน่นเวอร์ ทั้งเป็นนักแสดงและพิธีกรมากความสามารถ รวมไปถึงงานดีเจ เรียกว่างานในวงการเกือบทุกประเภท หนุ่มเต๋อฟาดเรียบ

ล่าสุดนี้เจ้าตัวทำเอาแฟนๆ สงสัยไม่น้อย ว่าไปทำอะไรกับใบหน้ามาหรือเปล่า เมื่อเจ้าตัวได้โพสต์ภาพเดี่ยวของตัวเอง ขณะจัดรายการวิทยุ และประชาสัมพันธ์ให้แฟนๆ มาร่วมรับฟัง

งานนี้นอกจากแฟนๆ จะมาร่วมฟังหนุ่มเต๋อจัดรายการแล้ว ยังมีหลายๆ คนเข้ามาสอบถามว่าหนุ่มหล่อคนนี้ไปทำอะไรกับใบหน้ามาหรือเปล่า โดยส่วนใหญ่ต่างบอกว่า หนุ่มเต๋อ หล่อขึ้น มองตอนแรกเกือบจำไม่ได้ ต้องเลื่อนมาดูอีกครั้งพร้อมอ่านชื่ออินสตาแกรมถึงจำได้

แต่ก็ยังมีบางคอมเมนต์ที่มองว่า หน้าเดิมของเจ้าตัวนั้นมีเอกลักษณ์เป็นที่น่าจดจำมากกว่า

อย่างไรก็ตาม หนุ่มเต๋อ ก็ไม่ได้ออกมาตอบคำถามใดๆ ถึงความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้า มีเพียงแค่แฟนๆ ที่เข้ามาคอมเมนต์ว่าเจ้าตัวอาจจะไปทำจมูกมาใหม่ แต่จะว่าไป หน้าใหม่ หน้าเก่า ก็ยังหล่อเป็นขวัญใจสาวๆ เหมือนเดิม

ดูบอลออนไลน์

ต้อมรชนีกร เผยเคล็ดลับอัพไซส์ให้ได้ทรงสวย ถูกใจ งานแน่นกว่าเดิม

ต้อมรชนีกร เผยเคล็ดลับอัพไซส์ให้ได้ทรงสวย ถูกใจ งานแน่นกว่าเดิม

ต้อมรชนีกร เผยเคล็ดลับอัพไซส์ให้ได้ทรงสวย

ต้อมรชนีกร พันธุ์มณี’ สาวสองพันปีที่มีผลงานการแสดงละครเป็นที่รู้จักจากเรื่อง พี่เลี้ยง ในบทของ “เรไร” ตัวละครเอก, กระสือ และ ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์

ต้อม รชนีกร เกิดวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ในสมัยนั้น สาวต้อมเข้าวงการจากการประกวดเวที ครั้งแรกที่รวบรวมสาวสวยไว้เป็นจำนวนมากที่สุด คือ การประกวดมิสทีนไทยแลนด์ (Miss Teen Thailand) ประจำปี 2534 โดยสาวต้อมคว้ารางวัลชนะเลิศได้เป็นมิสทีนไทยแลนด์ และแจ้งเกิดในวงการบันเทิงในที่สุด

ด้วยความสามารถทางการแสดงละครของ ต้อม รชนีกร ทำให้เธอสามารถยืนหยัดในวงการมาได้อย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่า เธอเป็นตัวแม่ในแวดวงละครอย่างปฎิเสธไม่ได้ ทำให้เธอดูแลตัวเองเป็นอย่างดีและคงความสวยเปรี้ยวมาโดยตลอด

แต่มีหนึ่งปัญหาคาใจที่ในที่สุดต้อมก็ต้องตัดสินใจแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเสียที นั่นก็คือ ปัญหาหน้าอกไม่เท่ากัน เธอตัดสินใจทำศัลยกรรมเพื่ออัปไซส์หน้าอกไปในตัว โดยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแห่งโรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ ที่เลือกใช้ซิลิโคนนำเข้าใหม่ ส่งตรงจากประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะหากเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนปกติ อาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาตรงจุดเท่าที่ควร

ซิลิโคนตัวใหม่ล่าสุดจากอเมริกาตัวนี้ ถือเป็นขวัญใจสาวๆ เกาหลีก็ว่าได้ เพราะคุณเธอต่างก็พากันอัปไซส์เป็นว่าเล่น เนื่องจากซิลิโคนตัวนี้มีความนุ่มและยืดหยุ่นเป็นพิเศษ ให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติราวกับหน้าอกจริง นุ่มขนาดที่โมจิยังต้องชิดซ้าย! ที่สำคัญคือ เป็นซิลิโคนที่ทำให้หน้าอกของต้อมได้ทรงสวย จนเจ้าตัวประทับใจสุดๆ เพราะสวยขึ้นตั้งแต่ครั้งเเรกเห็น จนแทบลืมอายุของเธอไปเลย

พิสูจน์ความสวยกระชากวัยหลังอัปไซส์ เพิ่มความกระชับได้รูปของ ต้อม รชนีกร ตามภาพกันเลย

ส่วนใครที่อยากรู้ว่าซิลิโคนที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซเลือกใช้เป็นยี่ห้ออะไร ก็เข้าไปอ่านตามลิงก์ด้านล่างของบทความได้เลย

สำหรับใครที่มีปัญหาหน้าอกไม่เท่ากัน รวมถึงปัญหาความเต่งตึงของทรวงอก และอยากหาวิธีแก้ปัญหาให้ตรงจุด สามารถปรึกษาเรื่องการเสริมหน้าอกได้ที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ หนึ่งในโรงพยาบาลที่ได้คุณภาพและมีมาตรฐาน ที่ให้คำปรึกษาปัญหาหนักอกแก่คุณได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

วิธีการดูแลคอนแทคเลนส์ ที่ถูกต้อง

วิธีการดูแลคอนแทคเลนส์ ที่ถูกต้อง

วิธีการดูแลคอนแทคเลนส์ ที่ถูกต้อง

กล่องเก็บคอนแทคเลนส์ (lens case)
ควรเปลี่ยนทุกเดือน
กรณีที่เปลี่ยนไม่ได้ควรทำความสะอาดให้สม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคครับ
ขั้นตอนการทำความสะอาด มีขั้นตอนดังนี้
เอาน้ำยาแช่ contact lens เก่าออกให้หมด
ชะล้างตัว case ด้วย multipurpose contact lens solution น้ำยาล้างเลนส์ ถูในตัว case ด้วยนิ้วมือ (ล้างมือให้สะอาดและเช็ดให้แห้งก่อนด้วยน่ะครับ) ชะล้างด้วยน้ำยาอีกครั้ง
เป่า case ให้แห้งหรือคว่ำ case ไว้จนแห้งสนิท
หมั่นเอา case มาต้มในน้ำร้อนเป็นเวลา 4-5 นาที เนื่องจากเชื้อโรคบางตัวทนต่อน้ำยาล้างเลนส์

วิธีการดูแลคอนแทคเลนส์ ที่ถูกต้อง

Contact lens มีขั้นตอนหลักๆ 3 ขั้นตอน
Cleaning ; ส่วนนี้ช่วยกำจัดเชื้อโรคได้ 90% คือ การทำความสะอาดหลังจากถอดเลนส์ ทำโดยนำเลนส์วางบนฝ่ามือหลังจากนั้นหยดน้ำยาล้างเลนส์ 2-3 หยด ถูเลนส์ด้วยนิ้วมือ (เหมือนเคยครับ มือต้องสะอาดและเช็ดให้แห้ง) 20-30 วินาที ทำทั้ง 2 ด้าน แนะนำว่าควรถูเลนส์ครับแม้ว่าจะเป็นน้ำยาที่ระบุว่าไม่จำเป็นต้องถู
Rinsing ; ส่วนนี้จะกำจัดเชื้อโรคไปอีก 9% ครับ คือการรินน้ำยาล้างเลนส์ผ่านตัวคอนแทคเลนส์ เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกและเชื้อโรคออกไป อาจใช้น้ำยาล้างเลนส์ หรือน้ำเกลือ
Disinfection ; ส่วนนี้ช่วยกำจัดเชื้อโรคในอีก 1% ที่เหลือครับ วิธีที่ง่ายที่สุดคือแช่คอนแทคเลนส์ใน lens case ที่ทำความสะอาดไว้แล้วด้วยน้ำยา multipurpose solution โดยทิ้งไว้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง ขึ้นกับชนิดของน้ำยา หลังจากนั้นเมื่อต้องการนำคอนแทคเลนส์มาใส่อาจรินล้างน้ำยาล้างเลนส์อีกครั้งด้วยน้ำยาล้างเลนส์หรือน้ำเกลือก็ได้ครับ
เพียงทำตามขั้นตอนเท่านี้ด้วยความมีวินัยผู้ใช้ก็จะสามารถใช้ contact lens ได้อย่างปลอดภัยขึ้นมากครับ

ในกรณีที่ใส่คอนแทคเลนส์แล้วมีอาการผิดปรกติ เช่น ตาแดง เคืองตา ตามัวลง หรือเห็นจุดขาวที่กระจกตาควรรีบมาพบจักษุแพทย์ เนื่องจากถ้าเป็นการติดเชื้อการรักษาโดยเร็วจะช่วยให้พยากรณ์โรคดีขึ้นมากครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา eent.co.th

แพร ทำเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ เชน หวานมากเหลือเกิน

แพร ทำเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ เชน หวานมากเหลือเกิน

แพร ทำเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ เชน หวานมากเหลือเกิน

เป็นคู่รักที่ยืนหนึ่งในเรื่องของความหวานขอยกให้กับคู่นี้เลย เชน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ กับ แพร-พรรัมภา สุขได้พึ่ง

จากคำว่าเพื่อนเขาสองคนพัฒนาความสัมพันธ์จนกลายมาเป็นคนรักถึงวันนี้ เชน และ แพร คบกันมากว่า 2 ปีแล้ว

หลายคนเชียร์ให้มีงานแต่งเกิดขึ้นเร็วๆ เพราะความหวานพุ่งปรี๊ดจนทะลุปรอทไปแล้ว

แพร ทำเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ เชน หวานมากเหลือเกิน

ล่าสุด วันคล้ายวันเกิดของ เชน บอกเลยว่าเป็นวันที่เขาต้องมีความสุขเป็นพิเศษเพราะ แพร ได้จัดทำเซอร์ไพรส์ให้แบบตั้งใจสุดๆ

ไปเลย โดยการจัดนำรูปภาพสุดหวานที่เธอและ เชน เคยไปด้วยกันมาจัดเรียงอยู่เต็มโต๊ะ นอกจากนี้ยังมีการ์ดเขียนข้อความหวานๆ

มอบให้อีกด้วย HBD นะคะที่รัก ความรู้สึกทุกอย่างเขียนให้ในการ์ดหมดแล้ว เชนคือความสุขของแพรนะ รักนะคะ

เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกมากจนคนแซวว่านึกว่าเป็นโมเมนต์งานแต่งงาน

สิ่งดีๆ ที่ได้รับมาจากหวานใจทำให้เจ้าตัวซาบซึ้งเป็นอย่างมาก เชน ได้เขียนความในใจเป็นการขอบคุณแฟนสาวไว้อย่างน่ารัก

ขอบคุณที่รักมากๆ นะคะที่เข้ามาในชีวิตเชน…อยู่ด้วยกันดูแลกันแบบนี้ตลอดไปนะคะ เชนรักแพรมากๆๆๆๆ ค่ะ

นี่ขนาดงานวันเกิดยังหวานและโรแมนติกขนาดนี้ รอดูวันแต่งต่อแล้วกันนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

แหม่มวิชุดา เปิดใจคำครหาเสพติดศัลยกรรม เพราะหน้าเปลี่ยนตลอด

แหม่มวิชุดา เปิดใจคำครหาเสพติดศัลยกรรม เพราะหน้าเปลี่ยนตลอด

แหม่มวิชุดา เปิดใจคำครหาเสพติดศัลยกรรม

แหม่มวิชุดา พิมดั้ม ที่ตอนนี้ต้องบอกเลยว่า เธอสวยและเป๊ะมากจริงๆ เพราะเจ้าตัวทุ่มเงินหลักล้านไปโมดิฟายหน้าครั้งที่สอง

ล่าสุด เธอได้มาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ที่มี ชมพู่ ก่อนบ่าย และ พีเค ปิยะวัฒน์ เป็นพิธีกร

อัปเดทความสวยหน่อย ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

แหม่ม : “จริงๆ ตอนนี้มันเดือนครึ่ง ถ้าจะให้ดีต้องมาดูกันตอน 3 เดือน มันจะเข้าที่และยุบดีมาก อันนี้เดือนครึ่ง อาจจะดูแบบตึงๆ บางคนเห็นแล้วอาจจะดูแปลกๆ นิดนึง

ครั้งที่ 2 ที่บอกไปแก้มาเห็นควักเป็นล้านเลยจริงไหม?

แหม่ม : ล้านห้าหมื่นค่ะ

แล้วทำอะไรมาบ้าง?

แหม่ม : “หลักๆ เลยที่จำได้ เป็นปลูกผม 3,000 เส้น คือผมแหม่มจะมีปัญหาตรงข้างหน้ามันขึ้นไปเยอะ แล้วตรงข้างๆ มันเป็นบางๆ เวลามัดผมหรือรวบตึงก็จะเห็นชัดมาก ก็เลยต้องปลูก ตอนนี้มันอยู่ในช่วงของผมมันกำลังเจริญเติบโต เดี๋ยวต้องรอให้มันขึ้นก่อนประมาณ 4 เดือน แล้วก็มีฉีดฟิลเลอร์ เพราะหน้าแหม่มจะเบี้ยวนิดนึง แต่เราไม่ต้องใช้วิธีการผ่าตัดขากรรไกรเพราะมันใหญ่ไป คุณหมอเขาก็แก้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ให้ ตอนที่ทำเราสลบหมดเลยทุกอย่างนะ แล้วก็ทำ Mini Face Lift อันนี้ยิ่งใหญ่มาก คือการดึงหน้านั่นเอง ดึงให้ตึงแล้วเย็บเข้าไปเก็บไว้ สาเหตุเพราะตรงแก้มมันห้อย”

ทั้งหมดใช้เวลาที่ทำเท่าไหร่?

แหม่ม : “ทั้งหมด 9 ชั่วโมง เราก็หลับยาว 9 ชั่วโมงเลยค่ะ ที่มันนานเพราะมันปลูกผมแล้วมันค่อนข้างละเอียด”

ยังต้องมีการกลับไปดึงหรือเติมเพิ่มอีกไหม?

แหม่ม : “จริงๆ เราพอใจตรงนี้แล้วนะคะ ก็คงไม่ต้องไปทำอะไรเพิ่ม แต่ว่ารอบนี้หลายคนก็สงสัยว่า แหม่มเพิ่งไปมาเมื่อ 3 เดือนก่อน แล้วตอนนี้ไปทำอะไรอีกอะไรแบบนี้ คืออยากบอกทุกคนว่า ไม่ได้ติด แต่มันไปแก้”

แล้วรอบแรกที่ไปทำมา มันเป็นยังไง?

แหม่ม : “คือรอบแรกที่ไปมาทาง Agency กับทางโรงพยาบาลบอก อย่างแรกคือฉีดไขมันเข้าที่ร่องแก้ม กับขมับ อันนี้เห็นผลดีนะ เพราะเราจะมีร่องแก้มค่อนข้างลึก เลยทำให้ดูแก่ พอฉีดแล้วมันก็ตื้นขึ้นมาดูเด็ก โอเคอันนี้เห็นผล อย่างที่ 2 แก้ปัญหาที่ตุ่ยๆใต้ตา แต่ว่าอันนี้ไม่เห็นผล เพราะว่ายังไม่หาย 100 เปอร์เซ็นต์ อันที่ 3 คือฉีดโบท็อกซ์ผ่านไป 1 เดือนแล้ว ก็ยังหน้าผากยับอยู่ มันต้องประมาณ 7-10 วันเห็นผลแล้ว เรารู้สึกว่ามันไม่เห็นผล แล้วอีกอันนึงที่เป็นปัญหาคือการแก้ปัญหาหน้าห้อย ตอนนั้นเขาใช้วิธีการร้อยไหมแบบไม่ละลาย ซึ่งแบบนี้จะอยู่นานกว่าใช้เวลาประมาณ 2 ปีขึ้นไป แต่พอผ่านไป 3 เดือนมันห้อยกลับมาเท่ากับตอนที่เรายังไม่ได้ร้อย ซึ่งการร้อยไหม 1 เดือนแรกมันต้องตึงอยู่แล้ว แรกๆ มันก็เห็นผลแต่พอ 3 เดือนทุกอย่างมันกลับมาเป็นปกติ”

แล้วทำไมมันถึงกลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะอะไร?

แหม่ม : “เราก็สงสัยเหมือนกัน จริงๆ รอบนี้ตั้งใจจะไปปลูกผมอย่างเดียว แต่เราสงสัยก็เลยคุยกับ Agency ว่าอยากจะขอเอาไหมที่ร้อยไปออกมาดูได้ไหม ทำไมประสิทธิภาพมันถึง 3 เดือนแล้วห้อย มันเป็นไหมหมดอายุหรือเปล่าอะไรแบบนี้ เขาก็เลยเลาะออก แล้วการเอาใหม่ออก มันต้องเลาะออกที่ข้างๆ หูอยู่แล้ว เราก็เลยตัดสินใจดึงหน้าไปด้วยเลย แล้ววันแรกที่หมอมาล้างแผล เราก็ถามคุณหมอว่ามันมีไหม 4 เส้นจริงไหม ก็ได้คำตอบว่าไม่มีไหมเลยสักเส้น นั่นแสดงว่าตอนแรกที่ร้อยเข้าไปอาจจะเป็นไหมละลายหรือเป็นผลมาจากโบท็อก เราก็เลยสงสัยว่า เขาคิดได้ยังไงว่าเขาจะหลอกเราแบบนี้ เขาไม่คิดหรอว่าวันนึงเราจะรู้ เพราะยังไงวันนึงมันก็ต้องห้อยและเมื่อห้อยเราก็ต้องเอาออกอยู่ดี”

แล้วครั้งล่าสุด ที่ทำมาความรู้สึกเป็นยังไง เจ็บมากไหม?

แหม่ม : “มันเจ็บมากนะ เพราะเราเจ็บทั้งแผลข้างๆ และเจ็บจากแผลด้านหลังหัว นอนทับหลังไม่ได้ นอนข้างๆ ก็ไม่ได้ ก็เลยต้องใส่หมอนคอแล้วก็พิงนอน ตอนแรกเราก็มีความคิดนะ ว่าเราผ่านอะไรมาเยอะ คิดว่า 9 ชั่วโมงมันแป๊บเดียว คงไม่มีอะไร แต่ปรากฎว่ามันไม่ใช่ มันเจ็บมาก คือเราไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเจ็บ แต่กินยาพาราเม็ดเดียว เอาจริงๆ 2 วันก็หายก็สามารถใช้ชีวิตได้ปกติค่ะ”

ถ้ามีเทคโนโลยีใหม่ๆ มาอีก จะทำอีกไหม?

แหม่ม : “ไม่เข็ดค่ะ เดี๋ยวอีกไม่กี่ปีก็ถึงเวลาเปลี่ยนนมแล้ว ก็ต้องเปลี่ยน”

แบบนี้ เรียกว่า “ติดศัลยกรรม” ได้ไหม?

แหม่ม “คือพี่มองว่าถ้าคำว่า “ติด” มันน่าจะไม่จบ แต่อันนี้พี่จบกับการดึงหน้าแล้ว พี่จบกับปาก พี่จบกับการปลูกผมแล้ว ถ้าพี่จะไปแก้อย่างอื่น เช่น นม เราก็รู้อยู่แล้วว่ากี่ปีกี่ปีมันจะต้องเปลี่ยน เราก็ต้องไปเปลี่ยนถูกไหม เราไม่ติดนะ แต่เราต้องไปเปลี่ยนของเอารุ่นใหม่มาใส่”

คนรอบข้าง “เห็นหน้าใหม่ของเรา” ว่ายังไงกันบ้าง?

แหม่ม : “คนรอบข้างเขาก็ชื่นชมกันนะคะ เขาก็บอกว่าดูเด็กลงอะไรแบบนี้”

ทำหน้ามาเด็กขนาดนี้ แล้วมารับบท “แม่” รู้สึกน้อยใจไหม?

แหม่ม : “อันนี้เป็นความใฝ่ฝันของเราเลยค่ะ ว่าเราอยากเล่นเป็นแม่นางเอก เพราะว่าด้วยวัยของเรา ถ้าจะให้เล่นเป็นตัวอื่นมันดูตลก ดูแย่ พี่ว่ามันไม่สมวัยอ่ะ แต่ว่าวัยของเรามันควรจะไปเป็นแม่เป็นอะไรแล้ว แล้วเราก็แฮปปี้กับการที่เราได้เล่นเป็นแม่ของนางเอก เราก็เลยไม่รู้สึกนอยด์หรืออะไรเลยค่ะ”

คิดว่าเป็น “ช่วงขาลง” ของเราไหม?

แหม่ม : “จะบอกว่าไม่เคยขึ้นเลยค่ะ เราไม่ได้รู้สึกว่าเราขึ้นหรือลง เราเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็ก คือเราอยู่ของเรามาแบบนี้ตั้งแต่อายุ 12 ปี จนปีนี้ 41 ปีแล้ว เราก็รู้สึกว่า เราก็ทำงานเป็นนักแสดงของเราไปเรื่อยๆ เราทำงานตามวัยของเรามากกว่า ถ้าเรามาคาดหวังว่าฉันยังอยากเล่นเป็นตัวร้ายอยู่ หรือที่เป็นแบบเซ็กซี่สตาร์อยู่อะไรแบบนี้ เราก็ต้องดูวัยของตัวเองด้วยในความรู้สึกเรานะ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

สเต็ปแต่งตา แต่งดวงตาให้กลมโตสวยปิ๊งดั่งใจ เพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง

สเต็ปแต่งตา แต่งดวงตาให้กลมโตสวยปิ๊งดั่งใจ เพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง

สเต็ปแต่งตา แต่งดวงตาให้กลมโตสวยปิ๊งดั่งใจ

สเต็ปแต่งตา ไม่ว่าสาวๆ คนไหน ก็อยากจะมีดวงตาที่กลมโตดูสวยดั่งใจใช่ไหมเอ่ย ซึ่งจะดีกว่าไหมหากใช้วิธีแต่งหน้าให้ ดวงตาดูกลมโตสวยขึ้น แทนที่จะใส่คอนแทคเลนส์ ที่อาจเป็นอันตรายต่อดวงตาได้ โดยเราก็มีวิธีแต่งตาแบบง่ายๆ มาแนะนำกัน รับรองว่าสวยเป๊ะ โดนใจแน่นอน

สเต็ปที่ 1 : ทาอายแชโดว์

สำหรับขั้นตอนแรก มาเริ่มจากการทาอายแชโดว์ให้ทั่วเปลือกตากันก่อน โดยให้ใช้แปรงแต่งตาที่เป็นแบบพุ่มๆ ทาอายแชโดว์สีทองสว่างให้ทั่ว จากนั้นใช้นิ้วมือเบลนให้สีอายแชโดว์กระจายตัวอย่างสวยงามสม่ำเสมอมากขึ้น ตามด้วยอายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มเพื่อคัดเบ้าตาให้ดูโดดเด่น พยายามเบลนให้สีเข้ากันที่สุด เท่านี้ก็ดูแจ่มไม่น้อย

สเต็ปที่ 2 : สร้างมิติ

ในสเต็ปที่ 2 ให้เปลี่ยนไปใช้แปรงแต่งตาแบบแบนๆ โดยให้ระบายอายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มจากกึ่งกลางขอบตาบนไล่มาที่หางตา แล้วลากยาวไปจนถึงกึ่งกลางขอบตาล่าง โดยเน้นให้เป็นรูปตัว C วิธีนี้จะทำให้ดวงตาดูโดดเด่น มีมิติและกลมโตอย่างเห็นได้ชัด

สเต็ปที่ 3 : เขียนอายไลเนอร์

การเขียนอายไลเนอร์ แนะนำให้เขียนโดยใช้ดินสออายไลเนอร์สีดำ โดยเริ่มเขียนจากตรงกึ่งกลางของเปลือกตาบน ไล่ไปทางหางตา จากนั้นใช้คอตต้อนบัตเกลี่ยเบาๆ ให้ดูฟุ้งเล็กน้อย ก็จะทำให้ดวงตาดูกลมสวยและมีความเด่นชัดมากขึ้น

สเต็ปที่ 4 : เพิ่มความสว่างดวงตา

ใกล้จะสวยอย่างเต็มรูปแบบกันแล้ว โดยขั้นตอนนี้จะเป็นการเพิ่มความสว่างให้กับดวงตาเล็กน้อย ด้วยการแตะอายแชโดว์สีทองมาระบายที่หัวตา เน้นให้ดูฟุ้งๆ นิด ก็จะทำให้ดวงตาดูสว่างขึ้นอย่างทันใจ ขอบอกเลยว่าขั้นตอนนี้จะเริ่มเห็นความกลมโตของดวงตาอย่างชัดเจนเลยทีเดียว

สเต็ปที่ 5 : ดัดขนตา

และสำหรับสเต็ปสุดท้ายของการแต่งหน้าหรือแต่งตาที่จะขาดไม่ได้เลย ก็คือการดัดขนตานั่นเอง โดยใช้ที่ดัดขนตา ดัดขนตาให้ดูงอนสวยอย่างพอเหมาะจากนั้นตามด้วยการปัดมาสคาร่าสีดำ เพื่อให้ดวงตาดูงอนสวยและเด้งมากขึ้น เท่านี้ก็เรียบร้อย

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะกับ 5 สเต็ปการแต่งหน้าที่จะช่วยปรับรูปหน้าของคุณให้สวยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแต่งดวงตาที่กลมโตอย่างเป็นธรรมชาติ จนไม่ต้องใส่คอนแทคเลนส์เลยทีเดียว สาวๆ คนไหนที่อยากมีตาโต ลองแต่งตาตาม 5 สเต็ปนี้กันดูสิ รับรองว่าผลลัพธ์ที่ได้จะโดนใจไม่น้อย แถมเพิ่มความโดดเด่นได้อย่างมั่นใจอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

เมคอัพบ่มแดด ให้สวยเป๊ะเหมือนดารา

เมคอัพบ่มแดด ให้สวยเป๊ะเหมือนดารา

เมคอัพบ่มแดด คงจะเป็นโทนสีอื่นไปไม่ได้

เมคอัพบ่มแดด นอกจากสีส้มกับสีพีช โดยเราจะเน้นใช้บลัชออนลงสีดังกล่าวโดยเลือกให้เข้ากับสีผิว ปัดลงที่บริเวณพวงแก้มของเราให้ออกโทนที่ส้มฉ่ำๆ บ่มแดดแบบเป็นธรรมชาติ จากนั้นก็ตามด้วยการเลือกลิปสติกที่มีสีพีชบรรจงทาลงบนเรียวปาก เพียงเท่านี้ก็ได้ใบหน้าที่ดูสวยบ่มแดดแบบฉ่ำๆ กันแล้ว

เน้นงานผิวให้ดูเรียบเนียน และบางเบา

ฟังดูแล้วก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายไม่น้อย กับการแต่งหน้าให้ปกปิดรอยดำ รอยสิวต่างๆ โดยให้แลดูผิวเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูโบกหนาแบบตั้งใจจนเกินไป โดยเทคนิคที่ช่วยได้ดี ก็คือ การลงไพรเมอร์ก่อนการเมคอัพ เพราะไพรเมอร์มีคุณสมบัติในการช่วยกระจายแสงที่มาตกกระทบ นอกจากนี้ยังช่วยอำพรางรูขุมขนได้เนียนกริบ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องลงรองพื้นหลายชั้นเพื่อปกปิดจุดบกพร่องต่างๆ บนใบหน้าอีกด้วย จากนั้นก็แค่ใช้ไฮไลต์สีสว่าง ลงพรางจุดที่ต้องการปกปิดเพิ่มอีกเล็กน้อย เพียงเท่านี้เมื่อใบหน้าสัมผัสกับแสงแดดก็จะส่องประกาย เป็นใบหน้าที่ดูชุ่มฉ่ำ อิ่มน้ำอยู่ตลอดแล้วล่ะ

ปัดมาสคาร่าให้ขนตางอนเด้ง

ขนตาที่ดูงอนยาว รับกับดวงตาคู่สวย ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง สำหรับสาวๆ ที่อยากแต่งหน้าปัง ในลุคสวยบ่มแดดขาดไม่ได้เลยทีเดียว กับมาสคาร่าที่จะมาเพิ่มความมั่นใจให้กับดวงตาคู่สวยของเรา โดยแนะนำให้สาวๆ ใช้ไดร์เป่าผม เป่าไปยังที่ดัดขนตาของเรา ก่อนนำมาดัดให้ขนตางอนยาว เด้งขึ้น จากนั้นจึงตามมาด้วยการปัดมาสคาร่า สัก 5 รอบ โดยเน้นปัดให้สม่ำเสมอทั้งขนตาบนและขนตาล่าง ที่สำคัญอย่าลืมเลือกใช้มาสคาร่าสูตรกันน้ำกันด้วย

ไม่ยากเลยใช่ไหมกับการแต่งหน้าให้ดูบ่มแดดแบบดารา ทั้งนี้เพื่อให้การเมคอัพดูง่ายขึ้น สาวๆ อาจเลือกรูปดาราที่ชอบเป็น reference แล้วแต่งตามเทคนิคข้างต้น ก็จะยิ่งสวยฮอตมากยิ่งขึ้นไปอีก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

จบปัญหาผิวแห้ง ไร้ความสดใสด้วย 6 วิธีคืนความชุ่มชื้นให้ผิวที่คุณต้องลอง

จบปัญหาผิวแห้ง ไร้ความสดใสด้วย 6 วิธีคืนความชุ่มชื้นให้ผิวที่คุณต้องลอง

จบปัญหาผิวแห้ง หลายครั้งปัญหาผิวที่สาวๆ ต้องเผชิญ

จบปัญหาผิวแห้ง ก็เกิดมาจากการที่ผิวหน้าของเราขาดความชุ่มชื้น ไม่สมดุล ประกอบกับสภาพอากาศและกิจกรรมต่างๆ ที่อาจส่งผลทำให้ผิวหน้าของเรายิ่งแห้งมากขึ้นไปอีก การดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจละเลย ซึ่งวันนี้เราก็มี 6 วิธีคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวมาแนะนำกันด้วย ไปดูกันเลยว่ามีวิธีไหนบ้าง

1. เติมความชุ่มชื้นด้วยว่านหางจระเข้

ว่านหางจะเข้ช่วยให้สาวๆ ที่มีผิวแห้งกร้าน กลับมาชุ่มชื้นสดใสได้อีกครั้ง แค่หมั่นนำว่านหางจระเข้ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านทั่วไป มาพอกทาผิวบ่อยๆ ก็จะทำให้ผิวมีความเนียนนุ่มชุ่มชื้นมากขึ้นแล้ว

2. บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์

นอกจากมอยส์เจอไรเซอร์จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวแล้ว ยังช่วยกักเก็บน้ำในผิวให้คงอยู่ได้นานขึ้น โดยให้นำมอยส์เจอไรเซอร์มาทาทุกเช้า – เย็น เป็นประจำ โดยเฉพาะหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ที่ผิวยังพอมีน้ำหมาดๆ เพราะจะยิ่งทำให้มอยส์เจอไรเซอร์ช่วยกักเก็บน้ำในผิวได้ดีมากยิ่งขึ้น

3. ฉีดสเปรย์น้ำแร่บำรุงผิว

เป็นอีกหนึ่งวิธีแสนง่ายที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสาวๆ สามารถเติมความชุ่มฉ่ำให้กับผิวได้ทันทีที่ต้องการ เพียงพกสเปรย์น้ำแร่ติดตัวอยู่เสมอ อยากเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเมื่อไหร่ก็หยิบขึ้นมาฉีดบนผิวได้ทันที

4. ทานอาหารที่มีส่วนช่วยบำรุงผิว

การทานอาหารบางชนิดก็จะช่วยบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ โดยอาหารที่เหมาะกับสาวผิวแห้ง ได้แก่ อาหารชนิดที่มีโอเมก้า 3 อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน ปลาทู ถั่วงอก ถั่วแระ ฯลฯ โดยอาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย และผิวพรรณของเรา ซึ่งจะทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นเนียนนุ่มอยู่เสมอ

5. ทานวิตามินเสริมสำหรับสาวผิวแห้ง

การที่ร่างกายขาดวิตามินบางชนิด จนทำให้ผิวมีลักษณะแห้งผาก ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวหน้าของสาวๆ ขาดความสมดุล ไม่ชุ่มชื้นเหมือนอย่างเคย เราจึงควรหาอาหารเสริมจำพวก วิตามินเอ วิตามินอี มาบำรุงเพิ่มเติม ซึ่งก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำให้กับผิวได้ดีมาก

6. ดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำ

เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบหลักในร่างกายเรา ดังนั้นหากเราหมั่นดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันก็จะช่วยลดความแห้งกร้านของผิวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แถมยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย

เพียงเราหมั่นใส่ใจรักษาความสมดุลของผิวให้สม่ำเสมอด้วยวิธีง่ายๆ ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ก็จะช่วยคืนความชุ่มชื้นสู่ผิวหน้าของเราได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นลองทำตามกันดูนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ซูมแฟชั่น ส่องเคล็ดลับ สวย ใส มาพร้อมรอยยิ้ม

เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ซูมแฟชั่น ส่องเคล็ดลับ สวย ใส มาพร้อมรอยยิ้ม

เอสเธอร์ สุรีย์ลีลา ที่ออกงานกี่ครั้ง ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

เอสเธอร์ สุรีย์ลีลา ครั้งนี้ Sanook! Women เจอสาวเอสเธอร์ ที่งาน ปันบุญ by TMB ออร่าความสวยมาเต็มแบบพรั่งพรูเหมาะกับงานเลยทีเดียว

เราเลยไม่พลาดตามซูมแฟชั่นที่เอสเธอร์ ใส่มาในงานนี้ และล้วงเคล็ดลับความงามที่นับวันจะยิ่งสวยขึ้นเรื่อยๆ ของเธอกัน

ชุดนี้จากแบรนด์อะไรบ้าง
งานนี้กำหนดธีมงานมาให้เรา ว่าต้องเรียบร้อย ในสีขาวสีเทา เราเลยเลือกเป็นชุดนี้มาค่ะ เพราะดูเป็นทางการ ดูดี เป็นชุดจากแบรนด์ Asava ทั้งตัว รองเท้า Valentino เลือกสีส้ม เพราะคิดว่าน่าจะเข้าได้กับสีเทาได้ดี

เสื้อผ้าจาก Asava คอลเลคชั่น “Pre fall 2018” เป็นเสื้อจีบสีเทา ราคา 9,800 บาท กางเกง ราคา 8,200 บาท จับคู่กันแล้ว สง่าลงตัวมาก

เสื้อผ้าสวยพร้อมเมคอัพก็ต้องไปด้วยกันได้
เมคอัพลุคนี้ เปลือกตาจะออกโทนสีน้ำตาลส้มๆ สีปากโทนพีชๆ ส่วนทรงผมรวบตึง เป็นลุคที่โตขึ้น ปกติไม่ค่อยแต่งตัวแบบนี้ ต้องออกงานเท่านั้นถึงจะเห็นลุคนี้ เพราะมันไม่ใช่เราเลย ปกติ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ค่ะ

จะแต่งตัวแต่งหน้าลุคไหนก็ดูดี มีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง
ดูแลตัวเองเป็นปกติทุกวัน โชคดีที่เป็นคนไม่กินอะไรดึก ถ้ามีเวลาจะออกกำลังกาย ชอบเล่นเวท กับมวย และดื่มน้ำเยอะ หนูจะบังคับตัวเองให้ดื่มน้ำเยอะมาก อย่างต่ำ 1.5 ลิตร

ตัวช่วยหน้าสวย
บำรุงผิวหน้าง่ายๆ คือการใช้มาสก์ค่ะ ซื้อมาทำเองที่บ้าน เพราะว่าสะดวก ชอบซื้อมาสก์ทุกชนิดมาทดลอง ทั้งเป็นแผ่นมาสก์ เป็นครีม เพราะหนูรู้สึกว่าโป๊ะๆ ไปมันน่าจะช่วยบำรุงผิวเราได้ดี ชอบการมาสก์หน้ามาก เพราะง่าย ประหยัดเวลาค่ะ

เครื่องสำอาง 3 อย่างที่เอสเธอร์ขาดไม่ได้เลย
1 ลิปสติก เป็นคนทาได้ทุกสี แต่ชอบโทนสีธรรมชาติ สีชมพูอ่อน สีเนื้อค่ะ 2 แป้ง และ 3 ลิปมัน เพราะเป็นคนริมฝีปากแห้งค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

โยเกิร์ตซาร่า ในลุคสบายๆ ก่อนเตรียมสวยเฉิดฉายบนพรมแดงเมืองคานส์

โยเกิร์ตซาร่า ในลุคสบายๆ ก่อนเตรียมสวยเฉิดฉายบนพรมแดงเมืองคานส์

โยเกิร์ตซาร่า ในลุคสบายๆ ก่อนเตรียมสวยเฉิดฉายบนพรมแดงเมืองคานส์

เตรียมตัวสร้างปรากฏการณ์ บนพรมแดง แห่งเทศกาลหนังเมืองคานส์ เมื่อ โยเกิร์ต-ณัฐฐชาช์ บุญประชม และ ซาร่า เล็กจ์ สองดาราสาว บินลัดฟ้าในฐานะตัวแทนจาก PIPER HEIDSIECK บนพรมแดงแห่งเทศกาลหนังเมืองคานส์ ในลุค THAI SILK RESORT LOUNGE BY ASAVA

โยเกิร์ตซาร่า ในลุคสบายๆ ก่อนเตรียมสวยเฉิดฉายบนพรมแดงเมืองคานส์

โดยปีนี้มี โยเกิร์ต-ณัฐฐชาช์ บุญประชม และ ซาร่า เล็กจ์ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์และตัวแทนของแชมเป ไพเพอร์ไฮด์ซีค ถูกเชิญร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์อีกครั้ง โดย มี หมู-อาซาว่า ดีไซเนอร์ของไทยดูแลชุดของพวกเธอในปีนี้ เตรียมจับตาและส่งแรงเชียร์ 2 ดาราสาวของไทยว่าจะเฉิดฉายเพียงใดได้ในวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2562

พลพัฒน์ อัศวะประภา เผยว่า การมาเยือนเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการได้รับเกียรติให้ร่วมออกแบบขวดและกล่องแชมเปญให้กับทาง Piper Heidsieck ซึ่งนับเป็นเกียรติและความภูมิใจอย่างสูงในฐานะดีไซเนอร์ไทย เพราะที่ผ่านมาจะมีแต่นักออกแบบชื่อดังระดับโลกอย่าง คริสเตียน ลูบูแตง, ฌอง ปอล โกลติเย่ร์ เป็นต้นที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์แชมเปญระดับโลก จากงานออกแบบขวดแชมเปญ Piper Heidsieck นำมาสู่การออกแบบชุด RED CARPET ให้ โยเกิร์ต และ ซาร่า ได้สวมใส่เดินพรมแดงในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์

ก่อนจะถึงวันเดินพรมเรามาส่องแฟชั่นของสองสาว โยเกิร์ต-ซาร่า สวยเท่ เก๋ มาก

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com