มุกวรนิษฐ์ แนะนำเคล็ดลับดูแลผิว พร้อมร่วมเปิดตัว SENKA White Beauty Skincare

มุกวรนิษฐ์ แนะนำเคล็ดลับดูแลผิว พร้อมร่วมเปิดตัว SENKA White Beauty Skincare

มุกวรนิษฐ์ แนะนำเคล็ดลับดูแลผิว

มุกวรนิษฐ์ ได้เผยเคล็ดลับดูแลผิวง่ายๆ ไว้ว่า “มุกจะหาเวลาออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีปะโยชน์ มุกชอบดื่มน้ำผัก จะช่วยมาจากข้างในสู่ข้างนอก และการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีก็เป็นสิ่งสำคัญ”

วิธีเลือกไอเทมดูแลผิวของมุก
มุกจะเลือกที่เข้ากับผิว ก่อนอื่นเราต้องรู้จักลักษณะผิวของเราก่อน ว่ามีผิวเป็นอย่างไร จะได้เลือกแก้ปัญหาให้ตรงจุดค่ะ ปัญหาผิวของมุก เวลาทำงานจะโดนทั้งแสงแดด แสงไฟ จะทำให้หน้าหมองคล้ำ เกิดจุดด่างดำง่าย พอมุกลองผลิตภัณฑ์ใหม่ของเซนกะชอบมากเลย เป็นตัวช่วยหน้ากระจ่างใส จุดด่างดำลดลงจริงๆ

สำหรับ กลุ่มผลิตภัณฑ์ SENKA White Beauty Skincare มุ่งปรนนิบัติผิวหน้าเพื่อเผยผิวสวย ดูกระจ่างใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื่นและดูสุขภาพดี ช่วยลดเลือนจุดด่างดำและความหมองคล้ำให้ผิวดูเปล่งประกายกระจ่างใส พร้อมเติมเต็มความชุ่มชื่นให้ผิวเนียนนุ่ม แลดูสดใสอย่างมีชีวิตชีวา ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ ดังนี้

SENKA White Beauty Lotion I และ SENKA White Beauty Lotion II
(เซนกะ ไวท์ บิวตี้ โลชั่น 1 และ 2 )

เอสเซ้นส์โลชั่นจากญี่ปุ่น ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมแห่งการฟื้นบำรุงผิวจากญี่ปุ่นของเซนกะ NATU-ENCE FORMULA ช่วยฟื้นบำรุงผิวกระจ่างใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ลดเลือนความหมองคล้ำและจุดด่างดำเพื่อให้ผิวแลดูสว่างเปล่งประกาย สุขภาพดี

โดยมี 2 สูตรให้เลือกเพื่อตอบโจทย์สภาพผิว ได้แก่ สูตรหนึ่ง (I) สำหรับผิวธรรมดาถึงแห้ง และสูตรสอง (II) สำหรับผิวธรรมดาถึงมัน ขนาด 200 ml. ราคา 399 บาท

SENKA White Beauty Serum (เซนกะ ไวท์ บิวตี้ เซรั่ม)

เซรั่มเนื้อเนียนนุ่ม บางเบา ซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ มอบผิวดูเปล่งปลั่งกระจ่างใส ปราศจากน้ำหอมและสารแต่งสี ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมแห่งการฟื้นบำรุงผิวจากญี่ปุ่นของเซนกะ NATU-ENCE FORMULA ผสานกับ วิทยาศาสตร์แห่งการบำรุงผิวคิดค้นโดยสถาบันวิจัย Shiseido พร้อมด้วยส่วนผสม เอ็ม-ทรานเนซามิค แอซิด, ดับเบิ้ล ไฮยาลูรอนิค แอซิด และ มัคเวิร์ธ เอ็กซ์แทร็กซ์ ลดเลือนจุดด่างดำ มอบผลลัพธ์ดูกระจ่างใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น

ขนาด 35g ราคา 450 บาท

SENKA White Beauty Glow UV Cream SPF 25 PA++
(เซนกะ ไวท์ บิวตี้ โกลว์ ยูวี ครีม SPF 25 PA++)

ไวท์เทนนิ่งครีมบำรุงผิวหน้า เนื้อสัมผัสอ่อนละมุน ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมฟื้นบำรุงผิวจากญี่ปุ่นของเซนกะ ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ลดเลือนจุดด่างดำ ให้ดูจางลง และปกป้องผิวไม่ให้หมองคล้ำจากรังสี UVA/UVB ด้วยค่า SPF 25 PA++ เผยผิวแลดูสว่างกระจ่างใส

ขนาด 15g ราคา 159 บาท และ 50g ราคา 450 บาท

SENKA White Beauty Glow Gel Cream (เซนกะ ไวท์ บิวตี้ โกลว์ เจล ครีม)
ไวท์เทนนิ่งเจลครีมบำรุงผิวหน้า เนื้อสัมผัสบางเบา เนื้อเจลซึมซาบลงสู่ผิวได้ง่ายและให้ความรู้สึกสดชื่นสบายผิว ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมแห่งการฟื้นบำรุงผิวจากญี่ปุ่นของเซนกะ NATU-ENCE FORMULA ให้ผิวดูเปล่งปลั่งกระจ่างใส พร้อมลดเลือนจุดด่างดำ ให้ดูจางลง และมอบความชุ่มชื่นให้ผิวได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง**

ขนาด 15g ราคา 159 บาท และ 50g ราคา 450 บาท

**จากผลการทดลองทางคลินิกของผลิตภัณฑ์ เซนกะ ไวท์ บิวตี้ โกลว์ เจล ครีม ในกลุ่มตัวอย่าง 21 คน โดย PT SPINCONTROL IDEA INDONESIA ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 24 เม.ย. 2561

SENKA White Beauty Serum in CC (เซนกะ ไวท์ บิวตี้ เซรั่ม อิน ซีซี)
ไวท์เทนนิ่งเซรั่มเนื้อ CC ที่รวม 3 คุณสมบัติไว้ในหนึ่งเดียว 1.เป็นไวท์เทนนิ่งเซรั่มฟื้นบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใส ด้วยนวัตกรรมจากญี่ปุ่นของเซนกะ NATU-ENCE FORMULA มอบผลลัพธ์ผิวดูกระจ่างใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ลดเลือนจุดด่างดำ 2.คุณสมบัติปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF 50+ PA++++ 3. คุณสมบัติซีซีครีม ปรับผิวให้ดูกระจ่างใสอมชมพู ให้สีผิวดูสม่ำเสมอ เรียบเนียน มอบ 3 ขั้นตอนได้ใน 10 วินาที

ขนาด 40g ราคา 390 บาท  บาคาร่า

จ๊ะอาร์สยาม บอกลาอกแบนราบ ได้หน้าอกคู่ใหม่ 400 ซี.ซี. อึ๋มอย่างใจต้องการ

จ๊ะอาร์สยาม บอกลาอกแบนราบ ได้หน้าอกคู่ใหม่ 400 ซี.ซี. อึ๋มอย่างใจต้องการ

จ๊ะอาร์สยาม บอกลาอกแบนราบ

จ๊ะอาร์สยาม ทนเจ็บเพื่อหน้าอกงาม 400 ซี.ซี. ไปเผ่าถึงเกาหลีเพื่อเพิ่มไซส์ ตอนนี้สวยได้ดั่งใจอยาก ใส่อะไรก็เซ็กซี่ไปหมด

สำหรับผู้หญิง บางครั้งความสวยสมใจก็ต้องแลกมากับความเจ็บทรมาน เฉกเช่นเดียวกันกับสาว จ๊ะ อาร์สยาม ที่เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2561 เจ้าตัวได้บินไปผ่าเสริมหน้าอกที่เกาหลีใต้ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น 400 ซี.ซี. และดูเหมือนว่าในตอนนี้ สาวจ๊ะจะฟื้นตัวได้ไว ได้หน้าอกสวยอย่างใจต้องการ

โดยที่จ๊ะ อาร์สยาม ได้เผยภาพใส่เสื้อแหวกอกเบา ๆ ที่เผยให้เห็นหน้าอกสุดเซ็กซี่คู่ใหม่ ที่สวยใสอย่างใจต้องการ ชนิดที่ว่าแค่ใส่เสื้อยืดก็อร่อยน้ำลายไหลย้อยได้ สมการรอคอยที่ต้องเสียเงิน และเจ็บตัวไปทำ แต่คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับมาก

สวยอึ๋มแบบนี้ สาวจ๊ะจะเปิดศักราช รับงานเซ็กซี่ทันทีเลยไหมคะ อิอิ  บาคาร่า

ต้อมรชนีกร เผยเคล็ดลับอัพไซส์ให้ได้ทรงสวย ถูกใจ งานแน่นกว่าเดิม

ต้อมรชนีกร เผยเคล็ดลับอัพไซส์ให้ได้ทรงสวย ถูกใจ งานแน่นกว่าเดิม

ต้อมรชนีกร เผยเคล็ดลับอัพไซส์ให้ได้ทรงสวย

ต้อมรชนีกร พันธุ์มณี’ สาวสองพันปีที่มีผลงานการแสดงละครเป็นที่รู้จักจากเรื่อง พี่เลี้ยง ในบทของ “เรไร” ตัวละครเอก, กระสือ และ ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์

ต้อม รชนีกร เกิดวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ในสมัยนั้น สาวต้อมเข้าวงการจากการประกวดเวที ครั้งแรกที่รวบรวมสาวสวยไว้เป็นจำนวนมากที่สุด คือ การประกวดมิสทีนไทยแลนด์ (Miss Teen Thailand) ประจำปี 2534 โดยสาวต้อมคว้ารางวัลชนะเลิศได้เป็นมิสทีนไทยแลนด์ และแจ้งเกิดในวงการบันเทิงในที่สุด

ด้วยความสามารถทางการแสดงละครของ ต้อม รชนีกร ทำให้เธอสามารถยืนหยัดในวงการมาได้อย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่า เธอเป็นตัวแม่ในแวดวงละครอย่างปฎิเสธไม่ได้ ทำให้เธอดูแลตัวเองเป็นอย่างดีและคงความสวยเปรี้ยวมาโดยตลอด

แต่มีหนึ่งปัญหาคาใจที่ในที่สุดต้อมก็ต้องตัดสินใจแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเสียที นั่นก็คือ ปัญหาหน้าอกไม่เท่ากัน เธอตัดสินใจทำศัลยกรรมเพื่ออัปไซส์หน้าอกไปในตัว โดยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแห่งโรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ ที่เลือกใช้ซิลิโคนนำเข้าใหม่ ส่งตรงจากประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะหากเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนปกติ อาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาตรงจุดเท่าที่ควร

ซิลิโคนตัวใหม่ล่าสุดจากอเมริกาตัวนี้ ถือเป็นขวัญใจสาวๆ เกาหลีก็ว่าได้ เพราะคุณเธอต่างก็พากันอัปไซส์เป็นว่าเล่น เนื่องจากซิลิโคนตัวนี้มีความนุ่มและยืดหยุ่นเป็นพิเศษ ให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติราวกับหน้าอกจริง นุ่มขนาดที่โมจิยังต้องชิดซ้าย! ที่สำคัญคือ เป็นซิลิโคนที่ทำให้หน้าอกของต้อมได้ทรงสวย จนเจ้าตัวประทับใจสุดๆ เพราะสวยขึ้นตั้งแต่ครั้งเเรกเห็น จนแทบลืมอายุของเธอไปเลย

พิสูจน์ความสวยกระชากวัยหลังอัปไซส์ เพิ่มความกระชับได้รูปของ ต้อม รชนีกร ตามภาพกันเลย

ส่วนใครที่อยากรู้ว่าซิลิโคนที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซเลือกใช้เป็นยี่ห้ออะไร ก็เข้าไปอ่านตามลิงก์ด้านล่างของบทความได้เลย

สำหรับใครที่มีปัญหาหน้าอกไม่เท่ากัน รวมถึงปัญหาความเต่งตึงของทรวงอก และอยากหาวิธีแก้ปัญหาให้ตรงจุด สามารถปรึกษาเรื่องการเสริมหน้าอกได้ที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ หนึ่งในโรงพยาบาลที่ได้คุณภาพและมีมาตรฐาน ที่ให้คำปรึกษาปัญหาหนักอกแก่คุณได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

สเต็ปแต่งตา แต่งดวงตาให้กลมโตสวยปิ๊งดั่งใจ เพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง

สเต็ปแต่งตา แต่งดวงตาให้กลมโตสวยปิ๊งดั่งใจ เพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง

สเต็ปแต่งตา แต่งดวงตาให้กลมโตสวยปิ๊งดั่งใจ

สเต็ปแต่งตา ไม่ว่าสาวๆ คนไหน ก็อยากจะมีดวงตาที่กลมโตดูสวยดั่งใจใช่ไหมเอ่ย ซึ่งจะดีกว่าไหมหากใช้วิธีแต่งหน้าให้ ดวงตาดูกลมโตสวยขึ้น แทนที่จะใส่คอนแทคเลนส์ ที่อาจเป็นอันตรายต่อดวงตาได้ โดยเราก็มีวิธีแต่งตาแบบง่ายๆ มาแนะนำกัน รับรองว่าสวยเป๊ะ โดนใจแน่นอน

สเต็ปที่ 1 : ทาอายแชโดว์

สำหรับขั้นตอนแรก มาเริ่มจากการทาอายแชโดว์ให้ทั่วเปลือกตากันก่อน โดยให้ใช้แปรงแต่งตาที่เป็นแบบพุ่มๆ ทาอายแชโดว์สีทองสว่างให้ทั่ว จากนั้นใช้นิ้วมือเบลนให้สีอายแชโดว์กระจายตัวอย่างสวยงามสม่ำเสมอมากขึ้น ตามด้วยอายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มเพื่อคัดเบ้าตาให้ดูโดดเด่น พยายามเบลนให้สีเข้ากันที่สุด เท่านี้ก็ดูแจ่มไม่น้อย

สเต็ปที่ 2 : สร้างมิติ

ในสเต็ปที่ 2 ให้เปลี่ยนไปใช้แปรงแต่งตาแบบแบนๆ โดยให้ระบายอายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มจากกึ่งกลางขอบตาบนไล่มาที่หางตา แล้วลากยาวไปจนถึงกึ่งกลางขอบตาล่าง โดยเน้นให้เป็นรูปตัว C วิธีนี้จะทำให้ดวงตาดูโดดเด่น มีมิติและกลมโตอย่างเห็นได้ชัด

สเต็ปที่ 3 : เขียนอายไลเนอร์

การเขียนอายไลเนอร์ แนะนำให้เขียนโดยใช้ดินสออายไลเนอร์สีดำ โดยเริ่มเขียนจากตรงกึ่งกลางของเปลือกตาบน ไล่ไปทางหางตา จากนั้นใช้คอตต้อนบัตเกลี่ยเบาๆ ให้ดูฟุ้งเล็กน้อย ก็จะทำให้ดวงตาดูกลมสวยและมีความเด่นชัดมากขึ้น

สเต็ปที่ 4 : เพิ่มความสว่างดวงตา

ใกล้จะสวยอย่างเต็มรูปแบบกันแล้ว โดยขั้นตอนนี้จะเป็นการเพิ่มความสว่างให้กับดวงตาเล็กน้อย ด้วยการแตะอายแชโดว์สีทองมาระบายที่หัวตา เน้นให้ดูฟุ้งๆ นิด ก็จะทำให้ดวงตาดูสว่างขึ้นอย่างทันใจ ขอบอกเลยว่าขั้นตอนนี้จะเริ่มเห็นความกลมโตของดวงตาอย่างชัดเจนเลยทีเดียว

สเต็ปที่ 5 : ดัดขนตา

และสำหรับสเต็ปสุดท้ายของการแต่งหน้าหรือแต่งตาที่จะขาดไม่ได้เลย ก็คือการดัดขนตานั่นเอง โดยใช้ที่ดัดขนตา ดัดขนตาให้ดูงอนสวยอย่างพอเหมาะจากนั้นตามด้วยการปัดมาสคาร่าสีดำ เพื่อให้ดวงตาดูงอนสวยและเด้งมากขึ้น เท่านี้ก็เรียบร้อย

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะกับ 5 สเต็ปการแต่งหน้าที่จะช่วยปรับรูปหน้าของคุณให้สวยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแต่งดวงตาที่กลมโตอย่างเป็นธรรมชาติ จนไม่ต้องใส่คอนแทคเลนส์เลยทีเดียว สาวๆ คนไหนที่อยากมีตาโต ลองแต่งตาตาม 5 สเต็ปนี้กันดูสิ รับรองว่าผลลัพธ์ที่ได้จะโดนใจไม่น้อย แถมเพิ่มความโดดเด่นได้อย่างมั่นใจอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

สูตรขัดผิว ให้เนียนใส เปล่งปลั่ง

สูตรขัดผิว ให้เนียนใส เปล่งปลั่ง

สูตรขัดผิว

สูตรขัดผิว

สาเหตุหนึ่งของผิวหมองคล้ำ นอกจากแสงแดดแล้วก็คือ การมีเซลล์ผิวเก่าและสิ่งสกปรกสะสมตามบริเวณผิวหนังชั้นกำพร้าโดยที่ไม่ได้ขจัดออกไปนั่นเอง ซึ่งการขจัดสิ่งสกปรกเหล่านั้นออกไปด้วยการล้างหน้าอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่จะต้องอาศัยการขัดผิวร่วมด้วย เพราะการขัดผิวจะช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออกไปอย่างอ่อนโยน ช่วยเผยผิวใหม่ที่ขาวกระจ่างใสมากกว่า วันนี้เราจึงนำสูตรขัดผิวมาฝาก

ลองทำ สูตรขัดผิว ตามนี้ รับรองค่ะว่า ผิวสวยสดใส อยู่ใกล้แค่เอื้อมแน่นอน

  • 1. สูตรน้ำผึ้ง+เปลือกส้ม+ข้าวโอ๊ต

สูตรขัดผิวนี้จะช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพียงแค่นำเปลือกส้มสดมาบดให้ละเอียดหรือจะหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก็ได้ในปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะและน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาขัดผิวให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้สัก 2-3 นาทีจากนั้นล้างออกให้สะอาด

  • 2. สูตรกล้วยหอม+น้ำตาลทราย

นำกล้วยหอมมาบดให้ละเอียดผสมกับน้ำตาลทรายให้เข้ากัน แล้วนำมาถูวนๆ ที่ผิวให้ทั่วทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น สูตรนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวและช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิว อีกทั้งยังปกป้องผิวจากการระคายเคืองได้เป็นอย่างดี

  • 3. สูตรมะละกอ+นม+น้ำมะนาว+น้ำผึ้ง

เป็นสูตรขัดผิวที่จะช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งเสียให้กลับมาชุ่มชื้นขึ้น แถมยังปรับสีผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ เพียงแค่ใช้มะละกอสุกบดละเอียด 1 ถ้วย นม 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 3-4 หยดและน้ำผึ้งอีก 1 ช้อนโต๊ะ ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วนำมาขัดลงบนผิว โดยใช้มือนวดวนเป็นวงกลมอย่างเบามือ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น

  • 4. สูตรข้าวโอ๊ต+มะเขือเทศ

สูตรขัดผิวนี้เป็นสูตรหน้าใสที่จะช่วยให้ผิวได้รับการฟื้นฟูตัวเอง แถมยังช่วยให้ผิวเรียบเนียนและดูใสขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผิวดูอมชมพูขึ้นด้วย เพียงแค่ใช้ข้าวโอ๊ต มะเขือเทศบดละเอียดและน้ำตาลทรายผสมให้เข้ากัน นำส่วนผสมที่ได้มาขัดวนบนผิวทั้งผิวหน้าและผิวกาย เมื่อขัดจนทั่วแล้วให้นำมะเขือเทศมาหั่นเป็นแผ่นบาง แล้ววางทับบนใบหน้าอีกที ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกให้น้ำสะอาด

  • 5. สูตรมะนาว+น้ำตาล

สูตรนี้เหมาะสำหรับขัดมือและเท้าเท่านั้น อย่าใช้สูตรนี้กับใบหน้าอย่างเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการแพ้หรือไวต่อแสงมากขึ้นได้ วิธีทำ ให้หั่นมะนาวออกเป็นครึ่งซีก นำแต่ละซีกมาจุ่มน้ำตาลแล้วนำมาขัดมือและเท้า กรดจากน้ำมะนาวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก ทำให้ผิวมือและเท้าในบริเวณที่หยาบกร้านเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น โดยขัดทิ้งไว้สักประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

แนะนำให้ขัดผิวในช่วงเวลากลางคืน หลีกเลี่ยงการขัดตอนกลางวัน เพราะจะทำให้ผิวไวต่อแสงแดดง่าย และภายหลังจากการขัดผิวแล้วก็ควรทาครีมบำรุงผิวทันที ก็จะช่วยให้ผิวสวยกระจ่างใสและขาวออร่าได้รวดเร็วขึ้น

ขอบพระคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

พฤติกรรมก่อสิว ถูกมองว่าเป็นคนสกปรก ไม่รักษาความสะอาด

พฤติกรรมก่อสิว ถูกมองว่าเป็นคนสกปรก ไม่รักษาความสะอาด

พฤติกรรมก่อสิว  ผิวใสไร้สิวน่าจะเป็นยอดปรารถนาของใครหลายๆ คน มีสิวไม่ใช่แค่ทำให้หมดความมั่นใจ แต่ยังทำให้หลายๆ คนถูกมองว่าเป็นคนสกปรก ไม่รักษาความสะอาด

พฤติกรรมก่อสิว

 

พฤติกรรมก่อสิว ทั้งที่ความจริงแล้ว สิวสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กรรมพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รวมไปถึงพฤติกรรมรบกวนผิวหน้าที่คนเราชอบทำ โดยที่บางครั้งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำให้สิวเห่อได้ ฉะนั้น หากคุณอยากให้ สิวหาย ผิวหน้าใสไร้สิว ควรรีบหลีกเลี่ยงเหล่านี้เสีย

ล้างหน้าบ่อยเกินไป
การล้างหน้าเพื่อขจัดสิ่งสกปรก เช่น ฝุ่นละออง มลภาวะ น้ำมันส่วนเกิน ถือเป็นสิ่งที่ควรกระทำ แต่บางคนที่เป็นสิวหนักหรือหน้ามัน มักจะชอบล้างหน้าวันละหลายๆ ครั้ง เพราะเชื่อว่ายิ่งล้างหน้ายิ่งสะอาดและมันน้อยลง แต่ในความเป็นจริง การล้างหน้าบ่อยเกินไปกลับทำให้ผิวระคายเคืองเกินไป แถมยังทำให้หน้าแห้งจนรูขุมขุนผลิตน้ำมันมาหล่อเลี้ยงผิวมากขึ้น เพิ่มโอกาสให้สิวเห่อหนักกว่าเดิม คุณจึงไม่ควรล้างหน้าเกินวันละ 2 ครั้ง หากเป็นคนผิวแห้งอาจล้างหน้าแค่เพียงวันละครั้ง โดยใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าสูตรอ่อนโยน และไม่อุดตันรูขุมขน พร้อมกับล้างหน้าอย่างเบามือ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคืองi99bet

เปลี่ยนผลิตภัณฑ์รักษาสิวทุกสัปดาห์
คนส่วนใหญ่เวลาใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวตัวไหน แล้วไม่เห็นผลทันที หรือไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน 1 สัปดาห์ ก็มักจะหยุดใช้ และเปลี่ยนไปลองผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ทั้งที่ความจริง การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ไปเรื่อยๆ ทุกสัปดาห์ นอกจากสิวจะไม่หายแล้ว ยังอาจทำให้ผิวหน้าระคายเคืองจนสิวเห่อหนักกว่าเดิมด้วย ถ้าอยากให้สิวหาย คุณควรอดทนรอ เพราะผลิตภัณฑ์รักษาสิวส่วนใหญ่อาจต้องใช้เวลา 6-8 สัปดาห์กว่าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง หากถึงตอนนั้นคุณรู้สึกว่าสิวที่เป็นไม่ดีขึ้นหรือแย่กว่าเดิม จึงค่อยเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวตัวใหม่

สครับผิวแรงและบ่อยเกินจำเป็น
บางคนชอบใช้ผ้าขนหนู ใยบวบ ผลิตภัณฑ์ขัดหรือผลัดเซลล์ผิวในการสครับหน้า เพราะคิดว่าจะยิ่งทำให้หน้าสะอาด สิวจะได้หายเร็วขึ้น แต่หากคุณสครับผิวบ่อยหรือรุนแรงเกินไป ก็อาจทำให้ผิวหน้าของคุณระคายเคืองและเกิดสิวได้เช่นกัน ในช่วงที่กำลังเป็นสิวคุณไม่ควรสครับหน้า แต่ควรเปลี่ยนมานวดหน้าเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด โดยใช้ปลายนิ้วกดนวดวนทั่วไปหน้าเบาๆ

นอนหลับทั้งเครื่องสำอาง
บางคนอาจเผลอหรือขี้เกียจเช็ดล้างเครื่องสำอางและนอนหลับไปทั้งที่ยังแต่งหน้าอยู่ ทำให้ทั้งเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกหมักหมมและอุดตันรูขุมขน สิวจึงไม่หายและอาจทำให้เกิดสิวใหม่ได้โดยเฉพาะสิวอุดตัน หากคุณแต่งหน้า ก่อนนอนอย่าลืมใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอางที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด ห้ามให้เหลือเครื่องสำอางตกค้างเด็ดขาด หรือถ้าวันไหนคุณรู้สึกเหนื่อยจนขี้เกียจเช็ดเครื่องสำอางหลายขั้นตอน ก็สามารถใช้แผ่นเช็ดเครื่องสำอาง หรือทิชชู่เช็ดเมกอัพเช็ดทำความสะอาดแทนได้

เหงื่อออกแล้วไม่ล้างหน้า
แม้เราไม่ควรล้างหน้าเกินวันละ 2 ครั้ง แต่หากคุณออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งจนเหงื่อท่วมหน้า คุณควรรีบทำความสะอาดผิวหน้าหรืออาบน้ำทันที เพื่อขจัดเหงื่อและฝุ่นละอองต่างๆ ที่มาเกาะบนใบหน้า ไม่ควรปล่อยไว้จนเหงื่อแห้งไปเอง เพราะจะยิ่งก่อให้เกิดสิว

ชอบบีบแคะแกะเกาสิว
เวลาเป็นสิว หลายคนมักอดไม่ได้ชอบแกะหรือบีบสิวออก แต่แทนที่สิวจะหาย กลับเป็นหนักกว่าเดิม เพราะการบีบสิวทำให้สิ่งสกปรก เช่น หนอง เซลล์ผิวที่ตายแล้ว แบคทีเรีย ยิ่งฝังลึกทั้งยังทำให้ผิวระคายเคือง จนอักเสบหนักกว่าเก่า หลังสิวหายก็อาจเกิดรอยดำหรือหลุมสิวได้ด้วย หากมีสิว คุณไม่ควรบีบหรือล้วงแคะแกะเกา แต่ควรทายาหรือครีมที่มีส่วนผสมที่ช่วยรักษาสิว เช่น เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ แทน

อยาก สิวหาย แต่ดันไม่ชอบสระผม
หากคุณไม่ชอบสระผม โดยเฉพาะคนที่มีผมมัน ความมันและสิ่งสกปรกที่หมักหมมอยู่บนเส้นผม อาจไปสัมผัสโดนผิวหน้าจนทำให้เกิดสิว หรือทำให้สิวที่เป็นอยู่รุนแรงกว่าเดิมได้ คุณจึงควรสระผมเป็นประจำ หากผมมันมากหรือใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมควรสระผมทุกวันด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันบนเส้นผมและหนังศีรษะ

ใช้เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผมที่ก่อให้เกิดสิว
หากคุณเป็นสิว หรือมีผิวมันซึ่งมีแนวโน้มเกิดสิวง่าย ควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือผมประเภทน้ำมัน หรือที่มีส่วนผสมซึ่งอาจก่อให้เกิดสิว เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ ซิลิโคน พยายามเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคนเป็นสิวหรือผิวแพ้ง่าย เช่น ผลิตภัณฑ์สูตร oil-free ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า “ไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comedogenic)” หรือ “ไม่ก่อให้เกิดสิว (Non-Acnegenic)”

ใช้เครื่องสำอางและอุปกรณ์แต่งหน้าร่วมกับคนอื่น
บางคนใช้เครื่องสำอางที่ไม่ก่อให้เกิดสิว หรือไม่อุดตันรูขุมขนแล้ว แต่สิวก็ยังไม่หาย แถมบางคนยังสิวเห่อกว่าเก่า นั่นอาจเป็นเพราะคุณใช้เครื่องสำอางหรืออุปกรณ์แต่งหน้า เช่น แปรง พัฟแต่งหน้าร่วมกับคนอื่น ทำให้แบคทีเรีย น้ำมัน รวมไปถึงเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วจากผิวของคนอื่นแพร่สู่ผลิตภัณฑ์แต่งหน้าของคุณ เมื่อคุณเอามาใช้แต่งหน้าตัวเอง เชื้อโรคและสิ่งสกปรกเหล่านั้นจึงมาอยู่บนผิวหน้าของคุณจนทำให้รูขุมขนอุดตัน ติดเชื้อ และเป็นสิว คุณจึงไม่ควรใช้เครื่องสำอางหรืออุปกรณ์แต่งหน้าร่วมกับใคร และควรล้างแปรง ฟองน้ำ หรือพัฟแต่งหน้าทุกสัปดาห์เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกสะสม…

สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาว

สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาว

สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาว

สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาว

สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาว เพื่อช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้น เราอาจจะนึกถึงน้ำผึ้งในฐานะน้ำหวานชนิดหนึ่งจากตัวผึ้ง เหมาะกับการนำมาทำเป็นยาและปรุงอาหาร แต่รู้หรือไม่ว่าน้ำผึ้ง เปรียบได้กับมอยส์เจอไรเซอร์ชั้นดีจากธรรมชาติ หากนำมาพอกหน้าก็จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้มีความชุ่มชื้น ช่วยทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกและยังช่วยลดริ้วรอยได้ไม่ต่างจากไข่ขาวเลย

สูตรพอกหน้าด้วยไข่ขาว

สิ่งที่ต้องเตรียม

ไข่ขาว 1 ฟอง
น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
วิธีพอกหน้าด้วยไข่ขาว

เตรียมไข่ขาวให้เรียบร้อย จากนั้นก็เอาใส่ในถ้วยผสมแล้วเติมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนชา คนจนน้ำผึ้งละลายเป็นเนื้อเดียวกับไข่ขาว จากนั้นจึงเอามาพอกให้ทั่วใบหน้า ระหว่างพอกนั้นถ้านวดหน้าเบา ๆ ไปด้วยจะดีมาก ๆ จากนั้นก็ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดธรรมดา สูตรไข่ขาวพอกหน้านี้ก็เป็นอีกสูตรที่เหมาะกับการนำมาดีท็อกซ์ผิวไม่ต่างจากสูตรแรกเลย แต่อาจจะรู้สึกผิวนุ่มมากกว่าจากน้ำผึ้งนั่นเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.naadengcafe.com

คันบริเวณอวัยวะเพศชายเสี่ยงเป็นโรคใดบ้าง

คันบริเวณอวัยวะเพศชายเสี่ยงเป็นโรคใดบ้าง

คันบริเวณอวัยวะเพศชายเสี่ยงเป็นโรคใดบ้าง

คันบริเวณอวัยวะเพศชายเสี่ยงเป็นโรคใดบ้าง

คันบริเวณอวัยวะเพศชายเสี่ยงเป็นโรคใดบ้าง วินิจฉัยเบื้องต้นว่าอาการคันบริเวณอัณฑะ คันตรงอวัยวะเพศชาย เกิดจากสาเหตุใด เสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง ? พร้อมวิธีป้องกันรักษาโรคผิวหนัง

เชื่อว่าผู้ชายทุกคนต้องเคยเจออาการคันในร่มผ้า ตรงบริเวณแถว ๆ จุดยุทธศาสตร์แน่นอน ซึ่งนอกจากจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพแล้ว ยังเสี่ยงเป็นโรคผิวหนังร้ายแรงอีกด้วย ได้ยินอย่างนี้แล้วหนุ่ม ๆ ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจไป บางทีอาการคันเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจเป็นแค่อาการคันในร่มผ้า หรือระคายเคืองสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้เฉย ๆ ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ในกรณีที่อาการรุนแรง คันมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ควรได้รับการดูแลและเฝ้าระวังทันที

ทั้งนี้เข้าใจว่าหลายคนที่มีอาการคันบริเวณอวัยวะเพศ จะรู้สึกเขินอายและไม่กล้าพบแพทย์หรือถามผู้เชี่ยวชาญ ทางกระปุกดอทคอมกลัวว่าอาการเหล่านั้นจะกำเริบหนัก จึงได้รวบรวม โรคที่มีอาการคันตรงอวัยวะเพศชาย พร้อมสาเหตุและวิธีป้องกัน มาให้หนุ่ม ๆ ได้ทำความเข้าใจเบื้องต้นกันครับ

– โรคสังคัง (Tinea Cruris)

โรคติดเชื้อราบนผิวหนังที่มักเกิดตรงบริเวณขาหนีบ ต้นขาด้านใน อวัยวะเพศ หรือตามจุดที่มีความอับชื้น ซึ่งสามารถลุกลามไปยังผิวหนังบริเวณใกล้เคียง เช่น หน้าท้อง ก้น หรือแพร่กระจายสู่ผู้อื่นผ่านการใช้สิ่งของร่วมกันได้ โดยสาเหตุหลัก ๆ มาจากการใส่เสื้อผ้าเปียกชื้น ไม่สะอาด มีการหมักหมม ทำให้เชื้อราเติบโตได้เร็วและเกิดการติดเชื้อตามมา ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับคนที่มีภาวะเหงื่อออกมาก นักกีฬา โรคอ้วน และคนที่ไม่ค่อยรักษาความสะอาด

ลักษณะของสังคัง : บริเวณผิวหนังที่มีการติดเชื้อ จะเกิดเป็นผื่นสีแดงและมีขอบผื่นนูนขึ้นมา สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน บางรายมีอาการผิวลอก ผิวแตกเป็นขุยสีขาว ๆ ซึ่งส่วนมากจะมีลักษณะเป็นแผ่นหรือวงกลม

อาการของสังคัง : ตรงบริเวณที่เกิดวงผื่น จะมีอาการคัน เจ็บ และแสบร้อนตลอดเวลา ยิ่งไปสะกิดโดน หรือมีการเสียดสีจะยิ่งคันมาก ๆ

วิธีป้องกันรักษา : ง่ายที่สุดคือป้องกันด้วยการดูแลความสะอาด และหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าเปียก อับชื้น หรือซ้ำติดต่อกันหลายวัน หากต้องทำกิจกรรมที่มีเหงื่อ ควรทำความสะอาดให้ดี หรือเปลี่ยนชุดใหม่ไปเลย ส่วนการรักษาจะใช้วิธีทายา ทาครีม หรือพ่นสเปรย์ต้านเชื้อ ที่บริเวณวงผื่นโดยตรง หากอาการไม่ดีขึ้นและมีการขยายตัวเรื้อรัง ควรเข้าพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อรับการรักษาหรือขอยาปฏิชีวนะ

– โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) หรือ เรื้อนกวาง

โรคผิวหนังอักเสบแบบเรื้อรังที่พบได้บ่อย ๆ แต่หลายคนไม่รู้ตัว ซึ่งเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ถูกกระตุ้นให้กำเริบได้ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก เช่น ภาวะทางจิตใจ ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อวัยวะภายในทำงานผิดปกติ รวมถึงการรับประทานอาหาร ระคายเคืองจากการสัมผัสสารเคมีหรือกรดบางชนิด

ลักษณะของโรคสะเก็ดเงิน : การอักเสบแสดงออกได้หลายรูปแบบมาก ๆ ทั้ง ชนิดผื่นหนา นูนแดง มีขอบชัดเจน, ชนิดผื่นแดงขนาดเล็ก เป็นเม็ด ๆ ขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร, ชนิดตุ่มหนอง และชนิดผิวแดงหลุดลอก ซึ่งควรให้แพทย์ผิวหนังเป็นผู้วินิจฉัย

อาการของโรคสะเก็ดเงิน : แต่ละชนิดจะมีอาการแตกต่างกันออกไป หลัก ๆ เลย คือ อาการคัน เจ็บ หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณผิวหนังที่อักเสบ

วิธีป้องกันรักษา : อย่างที่บอกโรคสะเก็ดเงินเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย จึงไม่มีวิธีป้องกันแบบสมบูรณ์ แต่แนะนำให้ดูแลความสะอาดร่างกาย และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะกระตุ้นโรคให้กำเริบ ในส่วนการรักษามีหลายวิธี เช่น การทายาตรงผิวหนังที่เป็น, การฉายแสง และการกินยา ซึ่งต้องให้แพทย์ผิวหนัง หรือเภสัชกรวินิจฉัยชนิดของโรคให้ชัดเจน และทำตามคำแนะนำ

– โลน (Pubic Lice)

โลน คือ ตัวปรสิตขนาดเล็กที่เข้ามาอาศัยตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ เพื่อคอยดูดเลือดกินเป็นอาหาร โดยพบได้มากที่สุดตรงบริเวณอวัยวะเพศทั้งชายและหญิง โดยสาเหตุของโลน ส่วนใหญ่จะติดต่อผ่านการสัมผัสตัวกับคนที่มีตัวโลนเกาะอยู่ และการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งต่อให้รักษาความสะอาดอย่างดีหรือใส่ถุงยางอนามัยก็ไม่สามารถป้องกันได้

ลักษณะของโลน : จะมีตุ่มเลือดแห้งสีดำ หรือสีแดงเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นตามร่างกายส่วนที่มีขน มีรอยช้ำบริเวณที่โดนดูดเลือด หากตัวโลนโตเต็มที่จะสามารถมองเห็นตัวมันได้ด้วยตาเปล่า

อาการของโลน : คนที่ติดโลนมา จะมีอาการคันมาก ๆ ตรงบริเวณอวัยวะเพศหรือส่วนที่มีเส้นขน และยิ่งคันหนักขึ้นในช่วงกลางคืน บางรายมีอาการไข้ต่ำ หงุดหงิด หมดแรง แทรกซ้อนเข้ามาด้วย

วิธีป้องกันรักษา : ควรหลีกเลี่ยงการมีกิจกรรมใกล้ชิด เช่น กอด จูบ หรือใช้เสื้อผ้าร่วมกันกับผู้ที่ติดโลน นี่คือวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ด้านการรักษา ตามร้านขายยาทั่วไปจะมีผลิตภัณฑ์พวกแชมพู ครีม สำหรับกำจัดพวกปรสิตเหล่านี้จำหน่ายอยู่แล้ว ซึ่งควรใช้ติดต่อกันอย่างน้อย 7-10 วัน เพื่อป้องกันไข่โลนตกค้าง หากยังมีอาการคันหลงเหลือให้ลองโกนขนบริเวณนั้น ๆ ออก แล้วทำความสะอาดเสื้อผ้า ผ้าห่ม ด้วยน้ำอุณหภูมิสูง ถ้าไม่หายจริง ๆ ให้เข้าพบแพทย์ผิวหนัง

– โรคอักเสบที่ปลายอวัยวะเพศชาย (Balanitis)

เนื่องจากผิวหนังตรงจุดนั้นค่อนข้างอ่อนโยน จึงเกิดการติดเชื้อได้ง่ายหากไม่รักษาความสะอาด โดยทั่วอาการดังกล่าวจะเกิดจากการติดเชื้อราที่มีชื่อว่า แคนดิดา (Candida) ซึ่งยิ่งหมักหมมสกปรกมากเท่าไหร่ เชื้อยิ่งเพิ่มปริมาณมากขึ้น นอกจากนี้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เริม หนองใน หรือโรคสะเก็ดเงิน ก็ทำให้เกิดการอักเสบตรงปลายอวัยวะเพศได้เช่นกัน

ลักษณะของโรคอักเสบที่ปลายอวัยวะเพศ : สังเกตที่ตรงส่วนปลายองคชาต จะบวมและแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บางรายระคายเคืองหนัก ถึงขั้นมีของเหลวเหมือนน้ำหนองข้น ๆ ไหลออกมา และมีกลิ่นเหม็น

อาการของโรคอักเสบที่ปลายอวัยวะเพศ : ทั่วไปจะมีอาการคันตรงบริเวณหนังหุ้มปลาย รู้สึกเจ็บ ปวดเล็กน้อยเวลาปัสสาวะ หากรุนแรงมากจะรู้สึกคัน และปวดไปทั่วทั้งหัวองคชาต

วิธีป้องกันรักษา : ลดความเสี่ยงได้โดยการหมั่นดูแลทำความสะอาดหนังหุ้มปลายเป็นประจำ และสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ส่วนการรักษา ในกรณีอาการไม่รุนแรงมาก แค่ทำความสะอาดบ่อย ๆ ก็ดีขึ้นแล้ว แต่หากเป็นหนักควรพบแพทย์เพื่อขอยาปฏิชีวนะ หรือยารักษาเฉพาะทางมากิน

จากข้อมูลทั้งหมดที่เราได้นำเสนอไปนั้น จะเห็นว่าหัวใจสำคัญของการป้องกันและบรรเทาอาการคันบริเวณอัณฑะ คือการรักษาสุขอนามัยของตัวเองให้สะอาดอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่มีอาการคันให้ลองเช็กโรคข้างต้นดูก่อน แล้วลองนำวิธีรักษาและป้องกันไปใช้บรรเทาอาการได้ แต่หากพบอาการแปลก ๆ ควรไปพบแพทย์ผิวหนังจะเป็นการดีที่สุดครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://men.kapook.com

เคล็ดลับแก้ปวดท้องประจำเดือน

เคล็ดลับแก้ปวดท้องประจำเดือน

เคล็ดลับแก้ปวดท้องประจำเดือน

เคล็ดลับแก้ปวดท้องประจำเดือน

เคล็ดลับแก้ปวดท้องประจำเดือน ผู้หญิงประมาณ 70 %จะมีอาการปวดท้องประจำเดือน สาเหตุของการปวดนั้นมาจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อมดลูก เมื่อเยื่อบุมดลูกหลุดลอกออกมาในแต่ละเดือนจะมีฮอร์โมน Prostaglandin ถูกหลั่งออกมาด้วย ส่งผลให้เกิดอาการปวดและการอักเสบ

บางคนปวดมาก บางคนปวดน้อย แต่อาการปวดเหล่านี้ก็มักจะทำให้ผู้หญิงรู้สึกไม่สบายตัวและหงุดหงิด รำคาญไปเสียทุกอย่าง บางคนอาจมีอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย แต่วันนี้การปวดท้องประจำเดือนไม่ใช่เรื่องน่ากังวลหรือหงุดหงิดอีกต่อไป เพราะในบทความนี้จะบอกถึง 6 เคล็ดลับแก้ปวดท้องประจำเดือนที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่

1.การนวดกดจุดเพื่อลดความปวด

การนวดกดจุดเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการปวดได้ แต่ข้อควรระวังก็คือควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์แผนไทยที่มีประสบการณ์ เพราะการกดจุดมั่วๆในระหว่างมีประจำเดือนอาจมีผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพได้

2.การประคบด้วยกระเป๋าน้ำร้อน

เนื่องจากความร้อนจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกร็ง ช่วยบรรเทาอาการปวดได้ แนะนำใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางทาบไว้บนหน้าท้องเมื่อมีอาการปวด การประคบนี้สามารถทำได้ตลอดเวลาไม่มีผลเสียต่อร่างหาย แต่ไม่ควรเลือกน้ำร้อนที่ร้อนมากเพราะอาจทำให้ผิวบริเวณที่ประคบบวมแดงได้

3.ดื่มน้ำอุ่น หรือจิบชาอุ่นๆ

การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้อย่างดี เพราะทำให้ร่างกายผ่อนคลาย อีกทั้งการได้รับน้ำที่เพียงพอจะทำให้ตับทำงานได้ดี ช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนทำให้อาการปวดท้องทุเลาลง แต่การดื่มน้ำในช่วงระหว่างมีประจำเดือนควรงดดื่มน้ำเย็นหรือของเย็นๆเพราะจะทำให้อาการปวดท้องรุนแรงขึ้นได้

Advertisement
4.ออกกำลังกายเบาๆเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย

การออกกำลังกายในช่วงมีประจำเดือนนั้นทำได้แต่ควรเลือกออกกำลังกายเบาๆ อย่างการเล่นโยคะ พิลาทิส หรือการเดินเบาๆเพื่อให้ร่างกายได้รู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งยังช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือน ปวดหัวหรือคลื่นไส้อาเจียนได้

5.นอนตะแคงช่วยลดอาการปวด

การนอนหงายอาจทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น การนอนตะแคงเป็นทางออกที่ดี ส่วนนอนตะแคงทางไหนให้เราลองนอนดูก่อนทั้งสองข้าง แล้วเลือกนอนทางที่เรารู้สึกว่าอาการปวดเบาบางที่สุด ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าระดับมดลูกของแต่ละคนไม่เท่ากันจึงทำให้บอกแน่ชัดไม่ได้ว่าต้องนอนตะแคงทางไหน

6.รับประทานอาหารที่ช่วยแก้ปวดท้อง

เลือกรับประทานอาหารบางประเภทที่อุดมไปด้วยวิตามินเกลือแร่และสารอาหารต่างๆที่ช่วยบรรเทาอาการปวด เช่นใบตำลึง ,ตังกุย,น้ำเต้าหู้,ผักผลไม้ที่มีกากใยสูง,ปลาทะเลน้ำลึก อาหารเหล่านี้จะช่วยลดอาการปวดท้องในระหว่างมีประจำเดือนได้

การปวดท้องประจำเดือนเป็นการปวดท้องที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องพบเจอเป็นประจำทุกๆเดือน การดูแลร่างกายในช่วงที่มีประจำเดือนจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญ พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจส่งผลต่อการปวดมากขึ้น เช่นเนื้อสัตว์ติดมัน แอลกอฮอล์หรือขนมหวานต่างๆและเลือกทานอาหารที่ช่วยลดอาการปวด เมื่อประจำเดือนหมดสาวๆก็จะกลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

น้ำตะไคร้มะนาวเพื่อสุขภาพ

น้ำตะไคร้มะนาวเพื่อสุขภาพ

น้ำตะไคร้มะนาวเพื่อสุขภาพ

น้ำตะไคร้มะนาวเพื่อสุขภาพ

น้ำตะไคร้มะนาวเพื่อสุขภาพ

น้ำตะไคร้ที่คุ้นเคยดื่มแล้วไม่หายง่วง ถ้าอย่างนั้นลองใส่น้ำมะนาวเพิ่มลงไปสิคะ กลายเป็นเมนูน้ำตะไคร้มะนาว สูตรจาก นิตยสาร Mother & Care ดื่มแบบอุ่น ๆ รับรองถูกใจ

ส่วนผสม น้ำตะไคร้มะนาว

• ตะไคร้ 3-5 ต้น
• น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
• น้ำตาลทราย
• น้ำมะนาว

วิธีทำน้ำตะไคร้มะนาว

1. ล้างตะไคร้ให้สะอาด หั่นเป็นท่อน จากนั้นบุบให้แตก
2. ตั้งน้ำพร้อมใส่ตะไคร้ที่บุบแล้วลงไปต้มจนเดือด หรี่ไฟปานกลางต้มต่อไปสักพัก ปิดไฟ
3. กรองน้ำตะไคร้ที่ต้มแล้วด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นจึงค่อยเติมน้ำตาลลงไปคนให้ละลาย (กะปริมาณตามความชอบ)
4. เพิ่มรสชาติด้วยน้ำมะนาวสักนิด เพียงบีบใส่แก้วที่ตักน้ำตะไคร้เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน จะดื่มแบบร้อนหรือเย็นก็หอมสดชื่น ได้รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน อร่อยเหมือนกัน
น้ำตะไคร้มะนาว เครื่องดื่ม ชุ่มคอชื่นใจ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://netdeticaret.com