แครอลีนฮาร์ตซ์ คุณยายวัย 70 แต่ยังสวยปังฟิตเปรี๊ยะอย่างกับสาว ๆ

แครอลีนฮาร์ตซ์ คุณยายวัย 70 แต่ยังสวยปังฟิตเปรี๊ยะอย่างกับสาว ๆ

แครอลีนฮาร์ตซ์ คุณยายวัย 70

แครอลีนฮาร์ตซ์ ใครจะไปเชื่อว่าเธอคนนี้มีอายุ 70 แล้ว ดูเผิน ๆ นึกว่าสาว ๆ เธอมีเคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไร จึงยังดูสวยปังฟิตเปรี๊ยะยังกับสาว ๆ มาดูกันเลย…

การดูแลตัวเองให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเป็นสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนปรารถนา โดยเฉพาะสาว ๆ ที่นอกจากอยากจะมีสุขภาพดีแล้ว ก็ยังอยากดูอ่อนเยาว์สดใส ยังไม่อยากดูแก่ ไม่อยากให้มีรอยเหี่ยวย่นใด ๆ ใช่ไหมล่ะคะ ผู้หญิงทุกคนจึงพยายามหาวิธีดูแลตัวเองและวิธีที่จะช่วยชะลอความแก่สารพัด ทั้งเรื่องสุขภาพ

ความสวยความงาม รวมไปถึงเรื่องอาหารการกิน ซึ่งก่อนหน้านี้กระปุกดอทคอมได้เคยเสนอกระทู้ คุณแม่อายุ 50 แต่ก็ยังหุ่นสวยเซี้ยะ จนคนคิดว่าเป็นแฟนกับลูกชาย มาให้ทุกคนได้อึ้งกันไปแล้ว มาคราวนี้ก็มีอีกหนึ่งรายที่บอกได้เลยว่ากาลเวลาก็ทำอะไรเธอไม่ได้ กับคุณยายวัย 70 ท่านนี้ ที่ดูเผิน ๆ นึกว่าอายุเพียง 40 ต้น ๆ เองนะเนี่ย…

แครอลีน ฮาร์ตซ์ (Carolyn Hartz) ที่ดูจากหน้าตาและรูปร่างภายนอกแล้ว แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอมีอายุ 70 ปีแล้ว แต่เธอยังคงรักษารูปร่าง หน้าตา และผิวพรรณ เอาไว้ได้สวยเป๊ะมาก ๆ นั่นก็เพราะว่าเธอมีเคล็ดลับสุขภาพนั่นเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนที่ชื่นชอบการทานพวกน้ำตาลและขนมหวานเอามาก ๆ จนเมื่อเธอไปตรวจสุขภาพและพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนเกือบจะเป็นโรคเบาหวาน ทำให้เธอต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินโดยด่วน รวมถึงควบคุมเรื่องอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น โดยทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ เน้นทานพวกโปรตีนทุกมื้อ โดยเฉพาะในมื้อเช้า และที่สำคัญคืองดทานน้ำตาล แต่หันมาใช้ไซลิทอล หรือสารให้ความหวาน ที่ได้จากผักและผลเบอร์รีแทน เพื่อไม่ให้ร่างกายมีน้ำตาลสะสมมากเกินไป

เคล็ดลับความเยาว์วัยของแครอลีนไม่ได้มีแค่การควบคุมอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงทาครีมกันแดดก่อนออกกลางแจ้งทุกครั้ง เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี และลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนัง นอกจากจะดูแลตัวเองเป็นเลิศขนาดนี้แล้ว เคล็ดลับอย่างหนึ่งของเธอก็คือการมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ อายุนั้นมันก็เป็นเพียงตัวเลข ขอแค่ทำทุกวันให้มีความสุขเท่านั้นก็พอแล้ว..

สาว ๆ เห็นอย่างนี้ เห็นทีต้องหันมาดูแลตัวเองด่วน ๆ แบบคุณยายท่านนี้ซะแล้ว…อย่าปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงของวัยมาพรากความสาวในตัวคุณได้นะคะ  บาคาร่า

เกรซกาญจน์เกล้า ขำ! โดนขุดรูปเก่าวิจารณ์ บอกถ้าไม่ดูดีขึ้นก็ต้องพิจารณาตัวเอง

เกรซกาญจน์เกล้า ขำ! โดนขุดรูปเก่าวิจารณ์ บอกถ้าไม่ดูดีขึ้นก็ต้องพิจารณาตัวเอง

เกรซกาญจน์เกล้า ขำ! โดนขุดรูปเก่าวิจารณ์

เกรซกาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า โดยเจ้าตัวเปิดใจขณะมาร่วมงาน NUSASIRI THE SPECTACULAR DAYS ณ เอ็มโพเรียม แกลเลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม

“สัญญาจะหมดปลายปีค่ะ ตอนนี้คนอาจจะมองว่าเกรซหายไป แต่จริงๆไม่ได้หายไปไหน กำลังจะมีละครพอดี

เขาเลื่อนเปิดกล้องประมาณปลายเดือนเมษายน ตอนนี้มีละคร 2 เรื่อง น่าจะเปิดพร้อมกัน

เรื่องสัญญาคุยกับทางช่องตั้งแต่ปีที่แล้ว เราก็ดูความเป็นไปใกล้ๆ ในอนาคต อยู่ที่นี่ก็แฮปปี้ทำงานที่นี่สบายๆ”

“จะต่อสัญญาไหม ไม่บอก (ยิ้ม) ก็คงไม่ได้ไปไหน เดี๋ยวดูกันอีกทีใกล้ๆ ก็ด้วยสัญญาใจ เกรซอยู่มาตั้งแต่อายุ 15 ปี ไม่ได้คิดจะไปไหน ก็คงไม่ไปไหน อย่าเพิ่งไปตีข่าวว่าเกรซจะย้าย ใจเย็นๆ ถามว่ามีที่อื่นมาทาบทามไหม ก็มีปฎิเสธไปนิดหน่อย เรายังไม่หมดสัญญาก็ไม่สะดวกที่จะคุยค่ะ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เอาเป็นว่าตอนนี้เราแฮปปี้ตรงนี้ก็ดีที่สุดแล้ว”

“เกรซว่าที่นี่เป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับเกรซแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้คุยว่าจะสัญญาใจ คิดว่าจะไม่ไปไหน จะอยู่ที่นี่แต่ก็ยังไม่อยากพูดไป รอเซ็นจริงแล้วพูดจริงเลยดีกว่า ยังไม่ถึงเวลา เอาให้ชัวร์ๆ แล้วบอกทีเดียวดีกว่า”

ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เกรซโดนสัมภาษณ์เรื่องสัญญามา 4 รอบแล้ว

แล้วก็ตอบเหมือนเดิมเพราะยังไม่ได้เข้าไปเซ็น เพราะคุณแม่ต้องเข้าไปคุยเรื่องรายละเอียด ถามว่าอยากเป็นอิสระไหม มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ก็ต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่าแบบไหนเหมาะกับเรา

ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นข่าวหลังมีเพจหนึ่งเอารูปเราสมัยก่อนมาเปรียบเทียบกับตอนนี้ แล้วแซวว่าหน้ามาไกล “กล้าพูดได้เลยว่าไม่ได้ศัลยกรรมอะไรบนหน้าเลย 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ แต่เราอาศัยเทคนิคการแต่งหน้า คนก็มาทักว่าไปทำหน้าที่ไหน ก็ยังคงยืนยันตรงนี้ว่าหน้าจริง 100 เปอร์เซ็นต์ทั้งหน้า ทุกอย่างของจริงหมด โตขึ้นเราก็ดูแลตัวเองกันไป”

“ไม่โกรธค่ะ มันเป็นเรื่องธรรมดา ย้อนไปดูรูปทุกคนสิ ทุกคนก็มาไกลกันหมดแหละ ทุกคนพอย้อนมาดูรูปก็จะ นี่ฉันเองเหรอ ก็มาไกลเหมือนกัน เกรซไม่ได้มาไกลคนเดียว ทุกคนก็มาไกลเหมือนกัน เป็นช่วงๆ ขำๆ เราไม่ได้คิดว่าเราเป็นคนสวยอยู่แล้ว เราก็เป็นคนสบายๆ แบบนี้ มันเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่มาจับผิด เอารูปตอนเราเด็กๆ ยังไม่เข้าวงการขึ้นมา ถ้าไม่ดูดีขึ้นก็ต้องพิจารณาตัวเอง”

“เห็นว่าไปทำบุญแล้วมีคลิปรำหน้านาค เต้นไม่ห่วงสวยเลย “ก็เฉยๆค่ะ ก็แล้วแต่คนวิจารณ์ มันเป็นแรงศรัทธาของเราที่ไปทำบุญไกลถึงวัดป่าขนาดนั้น ก็ไปกับครอบครัว พี่จักจั่น พี่นก น้องเดียร์น่าและมีนักแสดงอีกเยอะ เราไปทำบุญกันเต็มที่ มันเป็นความเชื่อของคนที่นั่นว่ายิ่งรำเยอะมากเท่าไหร่ ชาติหน้าก็จะได้เกิดเป็นนางฟ้า เราก็เลยจัดหนักชุดใหญ่เลย สนุกดีค่ะ เป็นครั้งแรกที่ได้ไปตักบาตร ฝังลูกนิมิต รวมถึงการรำหน้านาค”   บาคาร่า

ตั๊กแตนชลดา สูตรขัดผิวด้วยขมิ้น ไม่ต้องแพงก็มีผิวใส ออร่า

ตั๊กแตนชลดา สูตรขัดผิวด้วยขมิ้น ไม่ต้องแพงก็มีผิวใส ออร่า

ตั๊กแตนชลดา สูตรขัดผิวด้วยขมิ้น

ตั๊กแตนชลดา หรือชื่อใหม่ พบพร ภาคินทร์ นักร้องลูกทุ่งสาวเสียงดี ที่มีพัฒนาการความสวยเปลี่ยนไปเยอะ

ครั้งนี้ Sanook! Women ได้มีโอกาสนั่งคุยกับสาวตั๊กแตน เกี่ยวกับความสวยของตัวเองที่เปลี่ยนไป เธอบอกว่า “ดีใจที่การพัฒนาของเรามันดีขึ้น แล้วทำให้แฟนๆ ชื่นชม ส่วนใหญ่มาจากทีมงาน ผู้จัดการ ที่เขาเก่งตรงนี้แล้วช่วยกัน ขอบคุณความเพียรของตัวเองที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้”

“กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ก็ต้องมีการดูแลตัวเอง การพักผ่อนสำคัญที่สุด ถ้าเราได้นอนอิ่ม กินอิ่ม ก็จะทำให้หน้าตาสดใส และโชคดีตรงที่แตนเป็นคนหน้ากลม คนหน้ากลมก็จะได้เปรียบตรงที่จะดูเด็ก ถ้าได้พักผ่อนก็จะยิ่งดูเต็มอิ่ม อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือ ทาครีม ทากันแดด เพราะแดดเมืองไทยจะร้อนคล้ายๆ ดูไบ แล้ว ทาที่หน้า คอ หรือวันไหนที่เราใช้เครื่องสำอางก็ล้างหน้าให้สะอาด ถ้าล้างไม่สะอาดก็จะมีสิว ถ้าเป็นสิวแล้วบีบหน้าก็จะเป็นรอยดำ”   บาคาร่า

“ส่วนผิวเวลาว่างแตนจะขัดผิวเอง ส่วนผสมที่ใช้ก็จะมีขมิ้นกับเกลือสปาทั่วไปที่มีขาย ราคาไม่แพง แต่ช่วยให้ผิวใสและเนียนนุ่มขึ้นได้”…

เปเปอร์พีรดา นางฟ้าอัสสัมชัญ สวยด่วนตั้งแต่เด็ก ขอหน้าเรียวเล็กด้วยฟิลเลอร์

เปเปอร์พีรดา นางฟ้าอัสสัมชัญ สวยด่วนตั้งแต่เด็ก ขอหน้าเรียวเล็กด้วยฟิลเลอร์

เปเปอร์พีรดา นางฟ้าอัสสัมชัญ

เปเปอร์พีรดา เจ้าของฉายา นางฟ้าอัสสัมชัญ สาวสวยสุดน่ารักจากโรงเรียนชายล้วนที่โด่งดังไปทั่วโซเชียล

ตั้งแต่เป็นกระแสในโลกโซเชียล ต้องบอกเลยว่าชื่อจอง น้องเปเปอร์ พีรดา นามวงค์ เป็นที่พูดถึงกันมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสวย น่ารัก ในวัย 17 กับส่วนสัดส่วนกระทัดรัด สูง 159 ซม. น้ำหนัก 45 กิโล ตัวเล็กไซส์มินิ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม เหมือนผู้หญิงตั้งแต่วัยมัธยม

แต่ถึง น้องเปเปอร์ จะมีหน้าตาที่น่ารักจนเป็นกระแสให้คนพูดถึง แต่เธอก็ยังขอพึ่งความสวยด่วนด้วยการฉีดฟิลเลอร์ที่คาง พร้อมกับทำ HIFU แก้ไขปัญหารูปหน้า ลดแก้ม ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กวีเชฟโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด

สำหรับสาวๆ ที่อยากรู้ว่า น้องเปเปอร์ หลังทำสวยครั้งนี้ จะมีใบหน้าสวยเข้ารูป ขนาดไหน ตาม Sanook! Women มาโคลสอัพกันใกล้ๆ ได้เลย

วิเคราะห์บอล

เต๋อรัฐนันท์ จาก “ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์” หน้าเปลี่ยน แฟนคลับทักเกือบจำไม่ได้

เต๋อรัฐนันท์ จาก “ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์” หน้าเปลี่ยน แฟนคลับทักเกือบจำไม่ได้

เต๋อรัฐนันท์ จาก “ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์” หน้าเปลี่ยน

เต๋อรัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ ที่ตอนนี้คิวงานแน่นเวอร์ ทั้งเป็นนักแสดงและพิธีกรมากความสามารถ รวมไปถึงงานดีเจ เรียกว่างานในวงการเกือบทุกประเภท หนุ่มเต๋อฟาดเรียบ

ล่าสุดนี้เจ้าตัวทำเอาแฟนๆ สงสัยไม่น้อย ว่าไปทำอะไรกับใบหน้ามาหรือเปล่า เมื่อเจ้าตัวได้โพสต์ภาพเดี่ยวของตัวเอง ขณะจัดรายการวิทยุ และประชาสัมพันธ์ให้แฟนๆ มาร่วมรับฟัง

งานนี้นอกจากแฟนๆ จะมาร่วมฟังหนุ่มเต๋อจัดรายการแล้ว ยังมีหลายๆ คนเข้ามาสอบถามว่าหนุ่มหล่อคนนี้ไปทำอะไรกับใบหน้ามาหรือเปล่า โดยส่วนใหญ่ต่างบอกว่า หนุ่มเต๋อ หล่อขึ้น มองตอนแรกเกือบจำไม่ได้ ต้องเลื่อนมาดูอีกครั้งพร้อมอ่านชื่ออินสตาแกรมถึงจำได้

แต่ก็ยังมีบางคอมเมนต์ที่มองว่า หน้าเดิมของเจ้าตัวนั้นมีเอกลักษณ์เป็นที่น่าจดจำมากกว่า

อย่างไรก็ตาม หนุ่มเต๋อ ก็ไม่ได้ออกมาตอบคำถามใดๆ ถึงความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้า มีเพียงแค่แฟนๆ ที่เข้ามาคอมเมนต์ว่าเจ้าตัวอาจจะไปทำจมูกมาใหม่ แต่จะว่าไป หน้าใหม่ หน้าเก่า ก็ยังหล่อเป็นขวัญใจสาวๆ เหมือนเดิม

ดูบอลออนไลน์

จบปัญหาผิวแห้ง ไร้ความสดใสด้วย 6 วิธีคืนความชุ่มชื้นให้ผิวที่คุณต้องลอง

จบปัญหาผิวแห้ง ไร้ความสดใสด้วย 6 วิธีคืนความชุ่มชื้นให้ผิวที่คุณต้องลอง

จบปัญหาผิวแห้ง หลายครั้งปัญหาผิวที่สาวๆ ต้องเผชิญ

จบปัญหาผิวแห้ง ก็เกิดมาจากการที่ผิวหน้าของเราขาดความชุ่มชื้น ไม่สมดุล ประกอบกับสภาพอากาศและกิจกรรมต่างๆ ที่อาจส่งผลทำให้ผิวหน้าของเรายิ่งแห้งมากขึ้นไปอีก การดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจละเลย ซึ่งวันนี้เราก็มี 6 วิธีคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวมาแนะนำกันด้วย ไปดูกันเลยว่ามีวิธีไหนบ้าง

1. เติมความชุ่มชื้นด้วยว่านหางจระเข้

ว่านหางจะเข้ช่วยให้สาวๆ ที่มีผิวแห้งกร้าน กลับมาชุ่มชื้นสดใสได้อีกครั้ง แค่หมั่นนำว่านหางจระเข้ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านทั่วไป มาพอกทาผิวบ่อยๆ ก็จะทำให้ผิวมีความเนียนนุ่มชุ่มชื้นมากขึ้นแล้ว

2. บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์

นอกจากมอยส์เจอไรเซอร์จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวแล้ว ยังช่วยกักเก็บน้ำในผิวให้คงอยู่ได้นานขึ้น โดยให้นำมอยส์เจอไรเซอร์มาทาทุกเช้า – เย็น เป็นประจำ โดยเฉพาะหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ที่ผิวยังพอมีน้ำหมาดๆ เพราะจะยิ่งทำให้มอยส์เจอไรเซอร์ช่วยกักเก็บน้ำในผิวได้ดีมากยิ่งขึ้น

3. ฉีดสเปรย์น้ำแร่บำรุงผิว

เป็นอีกหนึ่งวิธีแสนง่ายที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสาวๆ สามารถเติมความชุ่มฉ่ำให้กับผิวได้ทันทีที่ต้องการ เพียงพกสเปรย์น้ำแร่ติดตัวอยู่เสมอ อยากเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเมื่อไหร่ก็หยิบขึ้นมาฉีดบนผิวได้ทันที

4. ทานอาหารที่มีส่วนช่วยบำรุงผิว

การทานอาหารบางชนิดก็จะช่วยบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ โดยอาหารที่เหมาะกับสาวผิวแห้ง ได้แก่ อาหารชนิดที่มีโอเมก้า 3 อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน ปลาทู ถั่วงอก ถั่วแระ ฯลฯ โดยอาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย และผิวพรรณของเรา ซึ่งจะทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นเนียนนุ่มอยู่เสมอ

5. ทานวิตามินเสริมสำหรับสาวผิวแห้ง

การที่ร่างกายขาดวิตามินบางชนิด จนทำให้ผิวมีลักษณะแห้งผาก ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวหน้าของสาวๆ ขาดความสมดุล ไม่ชุ่มชื้นเหมือนอย่างเคย เราจึงควรหาอาหารเสริมจำพวก วิตามินเอ วิตามินอี มาบำรุงเพิ่มเติม ซึ่งก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำให้กับผิวได้ดีมาก

6. ดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำ

เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบหลักในร่างกายเรา ดังนั้นหากเราหมั่นดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันก็จะช่วยลดความแห้งกร้านของผิวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แถมยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย

เพียงเราหมั่นใส่ใจรักษาความสมดุลของผิวให้สม่ำเสมอด้วยวิธีง่ายๆ ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ก็จะช่วยคืนความชุ่มชื้นสู่ผิวหน้าของเราได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นลองทำตามกันดูนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

นอนยังไงให้หลับสนิท

นอนยังไงให้หลับสนิท

นอนยังไงให้หลับสนิท

นอนยังไงให้หลับสนิท

นอนยังไงให้หลับสนิท การนอนหลับนั้นคือการพักผ่อนที่ดีสุดสำหรับร่างกายของเรา เมื่อร่างกายเรานอนหลับสนิท ร่างกายจะถูกซ่อมแซม สมองในส่วนของความจำจะทำงานได้ดี

และยังส่งผลดีอีก มายมายต่อร่างกายของเรา ในทางตรงกันข้ามหากเรานอนหลับไม่สนิท หรือนอนไม่หลับนั้น ก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายเราเช่นกัน ในระยะสั้นก็เช่นอาการอ่อนเพลีย ไม่สดชื่นในวันถัดไป และจะส่งผลเสียอย่างมากในระยะยาว เช่นทำให้ดูแกเร็ว เป็นต้น แต่สำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท หรือนอนหลับยาก ก็มีเคล็ดลับดีที่ทำได้ไม่ยาก ในการช่วยแก้ปัญหาการนอนหลับไม่สนิท

ออกกำลังกายเบาๆในช่วงเย็นหรือหัวค่ำ
การออกกำลังกายในช่วงเวลานี้จะใช่ให้ร่างกายผ่อนคลายจากความเครียดที่มีมาทั้งวัน ช่วยให้เรานอนหลับได้ดีขึ้น แต่มีข้อควรระวังคือไม่ควรออกกำลังกายหนักในตอนเย็น เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายทำงาน และตื่นตัว ทำให้นอนไม่หลับ ที่สำคัญคือควรออกกำลังกายให้เสร็จก่อนถึงเวลาเข้านอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

เคลียปัญหาให้เสร็จก่อนนอน
หากมีเรื่องที่ต้องจัดการ หรือค้างคาใจ จะส่งผลให้เรานอนหลับได้ไม่สนิท ที่คำแนะนำให้ลิสต์ปัญหาลงในกระดาษ พร้อมเขียนวิธีแก้ลงไป จะช่วยให้เราไม่กังวลเรื่องนั้นๆ และนอนหลับได้อย่างสนิท มีการทดลองในเรื่องนี้แล้วว่า กลุ่มผู้ทดสอบที่ทำเช็คลิสต์และแก้ปัญหา สามารถนอนหลับได้ดีขึ้น i99bet

อาบน้ำอุ่นก่อนนอน
จะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียดลงได้อีกด้วย

อย่าจ้องจอที่มีแสงก่อนนอน
การจ้องแสงสีฟ้าจากจอภาพ เช่นคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ จะทำให้เรานั้นรู้สึกตื่น เพราะการผลิตเมลาโทนินนั้นถูกระงับลง หากอยากนอนหลับสนิท ควรห่างจากจอที่มีแสงอย่างน้อง 2 ชั่วโมง

ผ่อนคลายก่อนนอน
อาจทำได้โดยการทำสมาธิหรือสวดมนต์ก่อนนอน และข้อสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงหนังสยองขวัญ หรือเรื่องเครียดก่อนเข้านอน อาจยืดเส้นเล็กน้องเช่นการอียงคอ จะช่วยให้เรานอนหลับสนิทมากขึ้น

งดการงีบหลับในตอนกลางวัน
การงีบหลับในตอนกลางวันนั้นจะทำให้ความสามารถในการนอนหลับให้สนิทของเรานั้นลดลง แต่ถ้าหากจำเป็นต้องีบจริงๆ มีผลงานวิจัย ให้งีบหลับในช่วงบ่ายโมง ถึงบ่ายสามโมง จะช่วยให้กลางคืนนั้นเราหลับได้ดีขึ้น

เตรียมห้องนอนให้มีสภาพที่เหมาะสม
อันดับแรกห้องที่เหมาะสมสำหรับการนอน คือต้องเงียบ และมืดสนิท อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการนอนก็คือ 25องศา ที่นอนควรนุ่ม แต่ไม่แอ่นตามการนอน ถ้าอากาศเย็น ควรสวมถุงเท้านอน แต่ถ้าอากาศร้อนควรให้เท้าอยู่นอกผ้าห่มจะช่วยให้หลับสบายขึ้น หากนอนในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศนาน้ำใส่แก้ววางไว้สักแก้ว ช่วยให้อากาศไม่แห้งเกินไป

เลือกท่านอนที่ถูกต้อง
ท่านอนที่เหมาะสมในการพักผ่อนมากที่สุดคือการนอนหงาย เพราะจะไม่มีสิ่งใดกดทับ ทำให้เราสามารถหายใจได้อย่างสะดวก ยกเว้นแต่สตรีมีครรภ์ ท่าที่เหมาะสมคือท่านอนตะแคง เพื่อไม่ให้มดลูกถูกกดทับ

แม้จะมีเคล็ดลับมากมายที่ช่วยให้เราสามารถหลับได้สนิทมากขึ้น แต่วิธีเดียวที่จะทำให้เราหลับได้สนิทตลอดไป คือการที่เราฝึกเข้านอนให้เป็นเวลา ทำทุกอย่างให้เป็นกิจวัตร มิฉะนั้นปัญหาการนอนมาหลับก็จะกลับมาหาคุณ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.honestdocs.co…

ดื่มกาแฟอย่างไรไม่เกิดโทษ

ดื่มกาแฟอย่างไรไม่เกิดโทษ

ดื่มกาแฟอย่างไรไม่เกิดโทษ กาแฟเป็นเครื่องดื่มสุดโปรดปรานของใครหลายๆคน

ดื่มกาแฟอย่างไรไม่เกิดโทษ

ดื่มกาแฟอย่างไรไม่เกิดโทษ  การกินกาแฟที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะดื่มเพื่อความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าจากการทำงาน การเรียน หรือจากการง่วงหงาวหาวนอนในระหว่างวัน จะช่วยลดโทษจากสารเคมีในกาแฟได้ ดังนั้นเพื่อสุขภาพ ก็ต้องแน่ใจก่อนว่าได้กินกาแฟที่ถูกต้องแบบนี้

1. ควรหมั่นสังเกตตัวเองว่า มีความไวของการตอบสนองต่อปริมาณกาแฟอยู่ที่กี่แก้ว มีอาการอย่างไรบ้าง แล้วหาปริมาณที่เหมาะสมให้กับตัวเอง แต่ร่างกายเรารับปริมาณคาเฟอีนได้ไม่มากเท่าไรนักในแต่ละวัน ดังนั้นผู้ที่ดื่มกาแฟเกินกว่า 3 แก้วต่อวันเป็นประจำ ก็ควรรีบปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์มาดื่มกาแฟวันละ 1-2 แก้วพอ อีกทั้งอย่าลืมว่าร่างกายต้องการน้ำสะอาดมากกว่าน้ำชนิดไหนบนโลกนี้

2. ถ้าเป็นคนค่อนข้างนอนหลับยาก ก็ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในช่วงบ่ายหรือหัวค่ำ ทางที่ดีควรดื่มกาแฟช่วงก่อนเที่ยงจะเป็นการดีที่สุด

3. อย่าดื่มกาแฟเพื่อหวังเป็นตัวช่วยในการหักโหมทำงาน เพราะถึงแม้ว่าคาเฟอีนจะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวได้จริง แต่สมองของเราก็ต้องการเวลาพักผ่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้บ้าง ไม่เช่นนั้นสมองอาจเบลอๆได้ ทางที่ดีควรดื่มปริมาณน้อยๆ แต่กระจายการดื่มออกไปตลอดวัน เช่น เคยดื่มถ้วยใหญ่ 16 ออนซ์ (500 มล.) ในตอนเช้า ก็ให้ลดปริมาณลงเหลือครั้งละ 2-3 ออนซ์ (60-90 มล) แต่บ่อยขึ้น ทั้งนี้กาแฟจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 15 นาที และจะอยู่ในร่างกายนานหลายชั่วโมง

4. อย่าดื่มกาแฟตอนท้องว่างเด็ดขาด เพราะ กาแฟมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งจะไปทำปฏิกิริยากับกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ นอกจากนี้ยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างฉับพลัน จนทำให้มีความรู้สึกอยากกินจุบจิบทั้งวัน เมื่อเป็นแบบนี้น้ำหนักตัวก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นได้ จึงไม่ดีเลย

5. ควรเติมน้ำผึ้งแทนน้ำตาลหรือสารแทนความหวานจากน้ำตาล สำหรับคนที่ดื่มกาแฟแบบไม่ต้องการให้น้ำหนักเพิ่ม จึงใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เพื่อสุขภาพทางที่ดีลองเปลี่ยนมาใส่น้ำผึ้งแทนจะดีกว่า เพราะสารแทนความหวานจากน้ำตาลก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพไม่น้อยเลยเช่นกัน

6. หากชอบดื่มกาแฟทุกวันเป็นประจำ ควรกินอาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียมเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น นม โยเกิร์ต คะน้า บรอกโคลี หรือ ปลาเล็กปลาน้อย เพื่อทดแทน แคลเซียมที่ต้องสูญเสียไปกับปัสสาวะ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน โดยอาจปรับเปลี่ยนวิธีการชง กาแฟ ให้ใส่นมแทนครีมเทียม เป็นต้น

7. ควรเลือกดื่มกาแฟออร์แกนิก หากต้องการดื่มกาแฟเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง ลองดื่มกาแฟออร์แกนิกที่มีการปลูกโดยวิถีธรรมชาติ ปราศจากยาฆ่าแมลงและสารพิษ ปราศจาการแต่งกลิ่นและสังเคราะห์สี ก็จะได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้นไปอีก

8. เมื่อดื่มกาแฟแล้วก็อย่าลืมรับประทานผลไม้อย่างเพียงพอด้วย เพราะในกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ จะมีอนุมูลอิสระเกิดขึ้น ดังนั้นวิตามินซี อี และบีตาแคโรทีนในผักผลไม้ เช่น กล้วย แตงโม ส้ม ฝรั่งมะเขือเทศ แครอต ผักใบเขียว พวกนี้จะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกายได้

9. เติมคุณค่าทางสารอาหารให้กาแฟของคุณ สำหรับกาแฟไม่ได้เติมได้เฉพาะน้ำตาลหรือครีมเทียมเพียงเท่านั้น เพราะยังสามารถเติมความกลมกล่อมเพิ่มรสชาติและประโยชน์ของกาแฟได้ โดยอาจใส่ชินนาม่อนลงไปในแก้ว เพื่อจะได้ช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งยังช่วยเพิ่มวิตามินเคให้กับร่างกาย หรืออาจเติมผงโกโก้เพิ่มความอร่อย แถมยังได้ประโยชน์จาก โปรตีน ธาตุสังกะสี และไฟเบอร์เพิ่มขึ้นอีกด้วย

10. หลังดื่มกาแฟควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากฤทธิ์ในการขับปัสสาวะของคาเฟอีนนั่นเอง i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.honestdocs.co…

วิธีฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลาแก้ท้องผูก

วิธีฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลาแก้ท้องผูก

วิธีฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลาแก้ท้องผูก

วิธีฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลาแก้ท้องผูก

วิธีฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลาแก้ท้องผูก  บางคนแอบอิจฉาเพื่อนที่ไม่มีปัญหาเรื่องขับถ่าย แถมยังขับถ่ายตรงเวลาสุดๆ ทำให้ไม่เคยต้องมีปัญหาอึดอัดท้องให้เห็น แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณก็สามารถกำหนดเวลาขับถ่ายให้ตรงเวลาได้ง่ายๆ เพียงทำตามเคล็ดลับดังต่อไปนี้

ดื่มน้ำหลังตื่นนอนทุกเช้า
ก่อนล้มตัวลงนอน เอาขวดน้ำมาตั้งไว้ใกล้ๆ หัวนอน หลังตื่นนอนตอนเช้า ปิดเสียงนาฬิกาปลุกปุ๊บ ก็หันไปคว้าน้ำมาดื่มทันทีอย่างน้อย 1 แก้ว ก่อนจะไปอาบน้ำแต่งตัว การดื่มน้ำหลังตื่นนอนช่วยปลุกระบบย่อยอาหารให้เริ่มตื่นตัวเบาๆ รวมไปถึงระบบขับถ่ายก็จะเริ่มตื่นตัวด้วยเช่นกัน การขับถ่ายในตอนเช้าเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเราแนะนำให้ตื่นเช้าๆ เผื่อเวลาให้ได้ขับถ่ายก่อนออกจากบ้านเล็กน้อยด้วยจะดีที่สุด

เลือกทานอาหารที่มีใยอาหารสูง
ปัญหาการขับถ่ายไม่ปกติมาจากหลายสาเหตุ แต่ปัจจัยสำคัญมาจากอาหารที่เราทานเข้าไปนี่แหละ หากมีกากใยอาหารไม่เพียงพอ ก็จะทำให้ท้องผูกได้ง่ายขึ้น ดังนั้นเลือกทานผัก ผลไม้ ธัญพืช ข้าวกล้องในทุกๆ มื้อ จะช่วยให้ถ่ายคล่องขึ้นจนไม่ต้องไม่พึ่งตัวช่วยอื่นๆ เลย

เสริมของหวานด้วยนมเปรี้ยว โยเกิร์ต
สำหรับคนที่อยู่ในขันวิกฤติ ต้องการถ่ายด่วนๆ แนะนำนมเปรี้ยว หรือโยเกิร์ต ที่มีจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกาย ช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้น จะหยิบมาดื่มตั้งแต่เช้า จิบๆ ตอนบ่าย หรือดื่มให้สดชื่นตอนเย็นก็ได้

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
เอ้า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าการออกกำลังกายช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเดิน วิ่ง กระโดดเชือก หรือวิ่งขึ้นลงบันได ก็ช่วยกระตุ้นให้ระบบการทำงานของทุกส่วนในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงระบบขับถ่ายด้วย ไม่เชื่อลองดูสิ ออกกำลังกายเสร็จ อาจจะอยากเข้าห้องน้ำเลยก็ได้

นอนหลับพักผ่อนให้เป็นเวลา
การพักผ่อนไม่เป็นเวลา ทำให้ระบบการทำงานในร่างกายแปรปรวน เช่นเดียวกับระบบขับถ่ายที่ทำงานได้ไม่ตรงเวลาอย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้นหากอยากขับถ่ายให้ตรงเวลา ควรจะทำให้ร่างกายทำเวลาต่างๆ ได้ นอนตรงเวลา ตื่นตรงเวลา ทานอาหารให้ตรงเวลา การขับถ่ายก็จะตรงเวลาไปด้วยแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

กินคลีนอย่างไรให้ถูกวิธี

กินคลีนอย่างไรให้ถูกวิธี

กินคลีนอย่างไรให้ถูกวิธี

 

กินคลีนอย่างไรให้ถูกวิธี

กินคลีนอย่างไรให้ถูกวิธี กระแสการทานอาหารเพื่อสุขภาพถือว่ามาแรงมากในยุคนี้ บ้างทำเพื่อสุขภาพ บ้างทำเพื่อการดูแลสัดส่วนและรูปร่าง หลายคนรู้จักวิธีการทานอาหารแบบนี้และเรียกกันอย่างติดปากว่าการทานคลีน หรือกินคลีน แต่จากการสำรวจพบหลายคนยังเข้าใจสับสนและนำเสนอเมนูที่เรียกว่าอาหารคลีนยังไม่ถูกต้องซะทีเดียว

ความจริงหากพูดตามตรงการทานคลีนนั้นมีหลายระดับ อยู่ที่เป้าหมายว่าทานเพื่ออะไร โดยไล่ระดับความยากและรายละเอียดต่างๆตามเป้าหมาย คือ ทานเพื่อสุขภาพ ทานเพื่อลดน้ำหนัก ลดไขมัน ทานเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งทั้งสามกลุ่มเป้าหมายนี้จะมีรายละเอียดในการจัดอาหารที่แตกต่างกันออกไปแต่จะมีหลักการใกล้เคียงกัน

หลักการของการทานคลีนโดยทั่วไป
มักเน้นที่การทานอาหารให้หลากหลาย ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน(ดี) ดูแลเรื่องส่วนผสมและวิธีการปรุง หลีกเลี่ยงการทอด ขนมอบ เบอเกอรี่ ของมันๆหวานๆ อาหารที่มีปริมาณน้ำตาลและเกลือสูง หรือบางกลุ่มหลีกเลี่ยงการทานผลไม้เพื่อลดน้ำตาลแฝงที่มากับผลไม้ นอกจากนี้ยังต้องควบคุมพลังงานและสารอาหารให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ ไม่มาก และไม่น้อยจนเกินไป และจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤิกรรมการเลือกซื้อหาอาหารต่างๆ ร่วมด้วยเช่น การอ่านฉลาก ดูปริมาณให้เหมาะสม ซึ่งถือเป็นข้อปฏิบัติขั้นพื้นฐาน หลีกเลี่ยงการทานอาหารสำเร็จรูปทุกชนิด ปรุงและเตรียมอาหารด้วยตนเอง เป็นต้น

ทานผักผลไม้มากขึ้น
เนื่องจากผักและผลไม้ให้พลังงานต่ำจึงสามารถทานได้ในปริมาณมาก มีเส้นใยสูงช่วยให้อยู่ท้องและช่วยในการขับถ่าย นอกจากนี้ผักและผลไม้ยังมีวิตามินและแร่ธาติสารอาหารมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

โดยวิธีการนั้นควรเลือกผักและผลไม้สด ซึ่งถ้าหากเป็นผลไม้ควรเลือกทานที่ไม่หวานจัด และควรหลีกเลี่ยงของหมักดอง ผลไม้แห้ง ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ สำหรับกลุ่มที่ต้องการผลชัดเจน จะงดการทานผลไม้เพื่อหลีกเลี่ยง และตัดพลังงานจากน้ำตาลแฝงที่มากับผลไม้ ส่วนผัก จะเน้นที่ผักใบเขียวและม่วง คำนวนให้เพียงพอต่อปริมาณคาร์โบไฮเดรตและสารอาหารต่างๆที่ร่างกายต้องการใช้ต่อวัน ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป โดยปริมาณที่แนะนำต่อวันของผู้ใหญ่อยู่ที่ 2 1/2 – 3 ถ้วยตวงต่อวัน

ลองปรับของว่างจอมอ้วนมาเป็นแครอทหั่นแช่เย็นกรอบๆ หรือเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยสลัด หรือจะฝานมะนาวและใบสะระเน่ลงในน้ำเปล่าเย็นๆดื่มแทนน้ำอัดลมก็ได้

ตัดไขมันอิ่มตัวออกจากมื้ออาหาร
เรื่องของการงดหรือการตัดการรับประทานไขมันนั้น ต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่าไขมันไม่ได้เลวร้ายไปซะทุกชนิด ไม่จำเป็นต้องงดไขมัน เพียงแต่ต้องเลือกและงดไขมันชนิดอิ่มตัว และเพิ่มไขมันชนิดดีเข้าไป โดยหลักแล้วไขมันที่แนะนำให้งดคือไขมันที่มาจาก นม เนย ชีส และเนื้อสัตว์บางชนิด โดยไขมันดีที่ยังแนะนำให้รับประทานอยู่คือไขมันที่มาจาก น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า เนื้อปลา และถั่วต่างๆ เนื่องจากไขมันเหล่านี้ดีสำหรับหัวใจ และช่วยเพิ่มระดับคอเรสเตอรอลตัวดีอย่าง HDL ในขณะที่ไขมันอิ่มตัวนั้นเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดจึงแนะนำให้จำกัดปริมาณ

แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าอาหารไหนมีไขมันอิ่มตัวอยู่สูง? สังเกตุง่ายๆคือ อาหารที่ไขมันอิ่มตัวสูงนั้นเมื่อวางไว้ในอุณหภูมิต่ำจะเกิดไขนั้นเอง วิธีง่ายๆในการเพิ่มไขมันดีให้กับร่างกายอาจเพิ่มถั่วที่อบแบบไม่ใส่เกลือลงในสลัดจานโปรด ใช้เนยถั่วแบบไม่เติมน้ำตาลแทนแยม หรือครีมชีส หรือใช้ผลอะโวคาโดแทนเนยเป็นต้น

ลด งด ละ เลิก เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
การลดน้ำหนักด้วยการทานคลีนนั้นจำเป็นจะต้องคลีนถึงเครื่องดื่มต่างๆที่เราดื่มด้วย การดื่มแอลกอฮอลในปริมาณที่พอเหมาะอาจดีต่าสุขภาพ (ประมาณ 1 แก้วต่อวัน(ผู้หญิง)หรือประมาณ 2 แก้วต่อวัน (ผู้ชาย)) มากกว่านั้นอาจทำให้เกิดอาการขาดน้ำและจะทำให้เกิดความอยากอาหารมากกว่าปรกติ

ควบคุมความหวาน
คนทั่วไปชอบรสหวาน เพราะเชื่อว่าความหวานช่วยให้ความสดชื่น ทั้งที่ปริมาณน้ำตาลที่ทานได้ต่อวันนั้นสำหรับผู้หญิงไม่เกิน 4 ช้อนชา และผู้ชายไม่เกิน 6 ช้อนชา ซึ่งในหลักการของการทานคลีนนั้น จำเป็นจะต้องจำกัดการทานของหวานๆ และน้ำตาลลง โดย ลด หรืองด เครื่องดื่มที่มีรสหวาน ลูกกวาด และขนมอบต่างๆ โดยเฉพาะต้องอ่านฉลากให้ถี่ถ้วนถึงแม้ว่าอาหารนั้นจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เช่นโยเกิร์ต ซอสมะเขือเทศ ซีเรียล ล้วนแล้วแต่มีการปรุงรสด้วยน้ำตาลทั้งสิ้น เพื่อให้การทานคลีนของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เราควรใส่ใจและระมัดระวังการใช้น้ำตาลในการปรุงอาหารโดยลดให้ได้มากที่สุด หรืออาจใช้ สารให้ความหวานแทนน้ำตาลได้เป็นบางครั้งคราว

ปริมาณเกลือก็ต้องใส่ใจ
การรับประทานเกลือมากเกินไปทำให้ความดันโลหิตสูงได้ โดยปริมาณเกลือที่สามารถทานได้ต่อวันคือ ต้องไม่เกิน 2300 มิลลิกรัม หรือประมาณแค่ 1 ช้อนชาต่อวันเท่านั้น ซึ่งตัวการหลักของปริมาณเกลือแฝงที่มากเกินไปมาจากอาหารแปรรูป อาหารแปรรูปส่วนใหญ่จะมีปริมาณเกลือมากกว่าอาหารที่ทำเองในครัวเรือน ดังนั้นการงดหรือลดการทานอาหารแปรรูปอย่าง ลูกชิ้น ใส้กรอก น้ำผลไม้กล่อง ผลไม่แห้ง ผลไม้แช่อิ่ม อาหารหมักดอง อาหารแช่แข็ง บะหมีกึ่งสำเร็จรูป ก็จะช่วยลดปริมาณเกลือแฝงที่มาจากอาหารลงได้ เนื่องจากอาหารเหล่านี้มักอุดมไปด้วยไขมัน เกลือ น้ำตาล และ สารกันบูด จึงควรหลีกเลี่ยง หากเหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรอ่านฉลากอย่างถี่ถ้วนเสียก่อน นอกจากนี้หากทำอาหารทาเองควรใช้เกลือและซอสปรุงรสแต่น้อย ปรุงด้วยสมุนไพรและให้รสชาติอ่อนไว้ก่อนจะถือว่าคลีน

เลือกข้าวกล้อง และธัญพืช
เหตุผลหลักในการแนะนำให้เปลี่ยน ไม่ใช่มาจากพลังงานที่ต่ำกว่าข้าวขาวหรือแป้งขาวแต่อย่างใด เพราะพลังงานในข้าวกล้องหรือธัญพืชบางชนิดอาจเท่ากันหรืออาจสูงกว่าข้าวแป้งขาวๆด้วยซ้ำ โดยช้าวกล้องนั้นเป็นข้าวที่ยังไม่ผ่านการขัดสีส่วนของจมูกข้าวออกจึงทำให้ข้าวและธัญพืชเหล่านี้มีคุณประโยชน์จากสารอาหารมากมาย และนอกจากนี้การทานข้าวกล้องและธัญพืชจะทำให้ร่างกายมีกระบวนการดึงไปใช้งานที่เป็นไปอย่างช้าๆ สามารถทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี แถมยังมีกากใยสูงช่วยให้อิ่มนานอีกด้วย และปริมาณที่ทานข้าวแป้งนี้จะต้องคำนวนให้เพียงพอตามความต้องการของแต่ละบุคคลอีกด้วย ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป เพราะแป้งก็ยังเป็นแหล่งพลังงานที่ประโยชน์ที่ร่างกายต้องใช้ในการดำรงค์ชีวิต

อย่าลืมโปรตีน
การทานอาหารแบบคลีนนั้นการเลือกแหล่งโปรตีนเป็นเรื่องสำคัญ ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องทาน เป็นอันดับหนึ่ง โดยรองลงมาคือ คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน ตามลำดับ ซึ่งวิธีการเลือกแหล่งโปรตีน ควรเลือกโปรตีนที่มีไขมันดี โดยแนะนำให้เป็นอาหารทะเล เช่นเนื้อปลา สำหรับกุ้ง ปลาหมึก และหอย ควรควบคุมปริมาณ หรือ แหล่งโปรตีนไขมันต่ำที่มีราคาพอซื้อหาได้ เช่น อกไก่ ไข่ เนื้อวัวไม่ติดมัน เป็นต้น สำหรับไข่ อาจจะไม่จำเป็นต้องทานเป็นไข่ขาวเพียงอย่างเดียว แต่สามารถทานไข่แดงร่วมด้วยได้ เพียงแต่ยังต้องควบคุมปริมาณไข่แดง และควรคำนวนปริมาณโปรตีนให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการโดยคำนวนได้ง่ายๆคือ ปริมาณโปรตีน 2.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

หน้าที่หลักของโปรตีนคือ ใช้สังเคราะห์เซลล์ใหม่ รักษาเซลล์กล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานไป ซึ่งนับว่าเป็นสารอหารที่สำคัญในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อเลยทีเดียว โปรตีนไม่สามารถสะสมในรูปของตัวโปรตีนได้ ซึ่งเมื่อโปรตีนได้ถูกย่อยและนำไปใช้แล้ว ส่วนที่เกินก็จะถูกแปรสภาพเก็บสะสมในรูปของไขมันไม่สามารถนำกลับมาใช้เป็นโปรตีนเพื่อซ่อมแซม เสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องทานโปรตีนในทุกๆมื้อ ในขณะที่บางมื้อไม่ต้องทานคาร์บ หรือ ไขมันเลยก็ได้ โปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี่เท่านั้น

ดูแลเรื่องสัดส่วนของจานอาหาร
จริงอยู่การทานคลีนทำให้เราสามารถลดพลังงานจากอาหารได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อทานคลีนแล้วจะสามารถทานเท่าไหร่ก็ได้ไม่จำกัด ซึ่งการกระทำแบบนี้จะทำให้เราอาจได้รับพลังงานมากเกินกว่าเราต้องการใช้ ถึงแม้ว่าเราจะทานอาหารเพื่อสุขภาพอยู่ก็ตาม ทางที่ดีควรจำกัดปริมาณ โดยการชั่งตวง และ แบ่งสัดส่วนจานอาหารให้สมดุลจะดีกว่า ดังนั้นเครื่องมือพื้นฐานของการเปลี่ยน lifestyle มาทานคลีนคือ เครื่องชั่งน้ำหนักอาหาร ช้อนตวง ถ้วยตวง เนื่องจากข้อมูลสารของอาหารที่มีอยู่ทั้งสิ่งพิมพ์และบนอินเตอร์เน็ตจะอ้างอิงจากน้ำหนักวัตถุดิบแทบทั้งสิ้นดังนั้นจึงควรมีเครื่องชั่งตวงวัดเหล่านี้เก็บไว้เพื่อให้การจัดสัดส่วนปริมาณอาหารเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.lovefitt.com